สถานที่พักผ่อน หย่อนใจของชาวบ้านเราเมื่อวันวาน ก็หนีไม่พ้นไปเที่ยว "ชายทะเล" หรือชายหาด เพราะอยู่ใกล้ๆกับตัวเมือง ไป-มาสะดวก บรรยากาศก็ดี ไม่พลุกพล่าน และธรรมชาติในสมัยนั้นยังสมบูรณ์และสวยงามมาก หลับตาลง...ภาพที่นึกได้ก็คือ ชายทะเลกว้างใหญ่มีหาดทรายสีขาวสะอาดเป็นอ่าวโค้งโอบท้องน้ำสีฟ้าที่ประปรายไปด้วยทิวเมฆกลุ่มเล็กๆสีขาว และเสียงคลื่นเบาๆที่ซัดเข้าสู่ฝั่งเป็นระยะๆ พร้อมกับกลิ่นอายทะเลที่ทำให้รู้สึกเหนียวตัว

ยังจำได้...ถึงทิวมะพร้าวสีเขียวเป็นแนวยาวที่ลู่ลมล้อไปตามปลายแหลมสุดลูกหูลูกตาซึ่งเราไม่เคยผ่านไปถึง ส่วนหาดทรายสีขาวที่ทอดยาวคู่ขนานกันก็โรยไปด้วยเม็ดทรายสะอาดสีขาวเหลือง ปะปรายด้วยเปลือกหอยหลากหลายและรากไม้จากทะเลกระจายอยู่ทั่วไป จำได้ว่า...เคยไปไล่จับปูลมตัวเล็กๆกับน้องสาว แต่ก็ลำบากจับไม่ค่อยได้เพราะปูมันหนีลงรูได้อย่างรวดเร็ว(ก่อน...สนุก , รำลึก...ตระหนัก!) ส่วนต้นสนที่ขึ้นเป็นทิวแถวสีเขียวแก่เรียงรายตามแนวหาด ก็โอนเอียงลู่ไปตามลมทะเลที่พัดเป็นระยะๆ และมีเมล็ดสนซึ่งคล้ายกับลูกทุเรียนลูกเล็กๆสีน้ำตาลแก่มีหนามแหลม หล่นกระจายที่หาดอยู่ทั่วไป ถ้าเดินไม่ดีไปเหยียบเข้าก็เจ็บจริงๆ น้ำทะเลสมัยนั้นสะอาดและใสเป็นสีเขียวมรกต ยังจำได้ว่าเมื่อก่อนพอเป็นแผลแล้วไปเล่นน้ำกับเพื่อนๆพบว่าเเผลมันหายไวดี

พอหิวขึ้นมาอาหารที่เคยกินและนิยมในสมัยนั้นก็คือ ส้มตำ , ข้าวผัด , กุ้งชุบแป้งทอด และข้าวเกรียบกุ้ง (แค่นี้ก็หรูแล้วนะครับ!) โดยร้านต่างๆที่ตั้งอยู่ข้างถนนชายหาด มีอยู่ไม่กี่ร้านพอนับได้ และมีบังกะโลให้พักอยู่ 1หรือ 2 หลังมั้ง เมื่อก่อนนั้นยังไม่มีฝรั่งนักท่องเที่ยวมาให้เห็น จำได้ถึงสาวฝรั่งที่เคยมาสั่งโซดาที่ร้านของอา กินแทนน้ำเปล่า เราก็งงซิ! ส่วนมากในวันหยุดชาวบ้านเรามักจะคดข้าว-ปูเสื่อแล้วพาครอบครัวไปนั่งกินอาหารกันตามชายหาดเป็นประจำและทักทาย แบ่งปันอาหารกันตามสมควร เพราะส่วนมากก็จะรู้จักกันทั้งนั้น................

คิดถึง.....บรรยากาศ.......บ้านเราวันวาน
ตนชายเเดน.....ผู้ไกลบ้าน
ชายเลสนุก สงบ สะอาด และกว้างไกลครับ
เรื่องน่าอ่านแต่ตัวเล็กไปนิดนึงนะครับ..คนแก่อย่างผมต้องเพ่งมากหน่อย