เหลือเพียงพรรคสันนิบาตมุสลิมและพรรคฮินดูมหาสภา

อินเดียกับการเรียกร้องเอกราช

การเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้นอินเดียถูกบังคับให้เข้าร่วมโดยชาวอินเดียไม่รู้ไม่เห็นไม่ทราบเลย  ทำให้พรรคครองเกรสประกาศไม่ร่วมมือกับจักรวรรดินิยมด้วย  พร้อมกับจี้อังกฤษชี้แจงเป้าหมายการรบและเรื่องเอกราชของอินเดีย  เมื่อไร้คำตอบ  รัฐมนตรีพรรคครองเกรสลาออกในเดือนพฤศจิกายน  พ. ศ. 2482

          ในเดือนมกราคม  พ. ศ. 2483  จินนาห์ประกาศว่า  อินเดียควรแบ่งเป็นสองชาติ  อีกต่อมา สามเดือน  มีการประชุมที่เมืองลาฮอร์  จินนาห์เสนอจัดตั้งประเทศปากีสถานสื่อถึงดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ว่า  พวกมุสลิมควรมีประเทศอิสระ  และอยู่ในช่วงฐานะฝ่ายพันธมิตรไม่สู้ดีจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอินเดีย  อังฤกษได้อ่อนข้อให้อินเดียว่าหลังสงครามแล้วคงมีผลเรื่องเอกราชแต่พรรคครองเกรสยังไม่พอใจและในเดือนตุลาคม  พ. ศ. 2483  คานธีเริ่มแสดงอริยะขัดขืนอีกครั้ง

          หลังข่าวการยึดดินแดนมลายูได้ของยี่ปุ่นและเข้ายึดพม่าในวันที่ 8 มีนาคม  พ. ศ. 2485 อีกสามวันต่อมาอังกฤษส่งเชอร์  สตาฟฟอรด์  คริปส์  มายืนยันข้อเสนอสัญญาเกี่ยวกับการปกครองอินเดียใหม่  แต่พรรคครองเกรสไม่ยอมรับเพราะไม่มีความหวังและไม่เห็นความปองดองแห่งชนในชาติ

          จากความล้มเหลวของคริปส์และคณะทำให้มุมคิดของคานธีเปลี่ยนไป  โดยเขาต้องการให้อินเดียออกไปจากอินเดีย  เมื่ออังกฤษไปแล้ว  ยี่ปุ่นคงไม่บุกอินเดีย  ในวันที่ 8 สิงหาคม  พ. ศ. 2485  พรรคครองเกรสมีมติให้อังกฤษออกจากอินเดีย  ส่งผลให้เกิดจราจลทั้งประเทศในวันรุ่งขึ้นเพราะการจับผู้นำพรรคครองเกรส 

 สมาชิกพรรคหนีการจับกุมไปตั้งกองกำลังร่วมกับพวกยี่ปุ่นอยู่ตามพรมแดนอินเดียเป็นหอกข้างแคร่อังกฤษ  เหลือเพียงพรรคสันนิบาตมุสลิมและพรรคฮินดูมหาสภา  ทำให้พรรคสันนิบาตมุสลิมเรียกร้องเรื่องการแบ่งเป็นประเทศปากีสถาน  แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้คานธียังไม่เห็นด้วยที่จะแบ่งออกเป็นสองชาติ.