วันนี้ขออนุญาตเขียนถึงโรงเรียนที่พี่สาวสอนอยู่บ้างครับ เนื่องจากพี่น้องคู่นี้จะคุยกันค่อนข้างบ่อย ปรึกษาหารือกันหลากหลายเรื่อง จึงสนิทสนมกันเป็นอย่างดีและมีข้อมูลมากมายพอที่จะนำเรียนทุกท่าน ดังนี้

กว่า ๗๓ ปีของการก่อตั้ง โรงเรียนบ้านเมืองสรวง หรือ ๓๘ ปีของการย้ายมา ณ สถานที่ปัจจุบันตั้งอยู่ หมู่ที่ ๖ บ้านเมืองสรวง อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งห่างจากบ้านผู้เขียนไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๒ กิโลเมตร พอจะประมวลภาพกิจกรรมต่างๆ ที่น่าประทับใจ ดังนี้

 

ผอ.ดรุณ เกตุตากแดด และคุณครูจันทจร แก่นภักดี ตัวแทนจากโรงเรียนบ้านเมืองสรวง เข้ารับพระราชทานอุปกรณ์กีฬา จากพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๑ ณ วังศุโขทัย โดยมีคณะครู กรรมการโรงเรียน และผู้เขียนร่วมแสดงความยินดี  

กราบขอพรท่านท้าวสุรนารี

ไผเป็นไผเบิ่งกันเอาเองเด้อครับ

 วงโปงลางโรงเรียนบ้านเมืองสรวงรางวัลเหรียญทอง จากงานแสดงศิลปะหัตถกรรมนักเรียน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒๕๕๑ (ESAAN EXCELLENCE FAIR 2008) ระหว่างวันที่ ๑๙-๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา

 

คุณครูเทียมใจ เมืองสองชั้น ครูผู้ฝึกสอน คณะครู กรรมการโรงเรียนและผู้ปกครองนักเรียน คือเบื้องหลังของความสำเร็จในครั้งนี้

 

วันพฤหัสบดีที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ฤกษ์(สะดวก)ดีของต้นปี มีโอกาสร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านเมืองสรวงเพื่อสมทบทุนสร้างห้องสมุดประจำโรงเรียน ทอด ณ โรงเรียนบ้านเมืองสรวง ตำบลเมืองสรวง อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีประวัติพอสังเขปดังนี้ 

 

โรงเรียนบ้านเมืองสรวงได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๔๗๙ โดยการอาศัยศาลาการเปรียญวัดเมืองสรวงใหญ่เป็นสถานที่ทำการเรียนการสอน ต่อมาปีพุทธศักราช ๒๕๑๔ ได้ย้ายออกมาก่อตั้งในสถานที่ปัจจุบันนี้ โรงเรียนบ้านเมืองสรวงได้ผลิตบุคลากรในชุมชนให้ได้รับการศึกษาในขั้นต้นก่อนจะออกไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นไปในสถานศึกษาแห่งใหม่ บางคนก็ไปประกอบอาชีพตามความถนัดของตนเอง ศิษย์เก่าจำนวนไม่น้อยที่จบการศึกษาขั้นต้นจากสถาบันการศึกษาแห่งนี้ไปประสบความสำเร็จในชีวิต หน้าที่การงาน จึงถือได้ว่าโรงเรียนแห่งนี้เป็นสถานศึกษาที่ให้ความรู้และผลิตทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพเสมอมา ปัจจุบันโรงเรียนได้เป็นโรงเรียนขยายโอกาส ทำการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีนักเรียนประมาณ ๓๐๐ คน จึงทำให้ห้องเรียนไม่พอกับนักเรียนเพราะโรงเรียนได้แบ่งห้องเรียนบางส่วนเป็นห้องสมุด คณะครู กรรมการโรงเรียนและ      ผู้ปกครองนักเรียน จึงมีดำริในการก่อสร้างห้องสมุดประจำโรงเรียนขึ้นเพื่อหวังเป็นแหล่งค้นคว้าและให้ความรู้กับนักเรียน แต่ทางโรงเรียนยังขาดแคลนทุนทรัพย์ในการก่อสร้าง

 

ดังนั้นทางโรงเรียนจึงขอเชิญชวนคณะศิษย์เก่า ผู้ปกครองนักเรียนตลอดทั้งผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์ตามกำลังศรัทธาของท่านเพื่อเป็นทุนในการสร้างห้องสมุดในครั้งนี้

 

ตามกำหนดการวันพฤหัสบดีที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตาหารเพลแด่พระสงฆ์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์

เตรียมภัตตาหารถวายพระสงฆ์

ถวายผ้าป่าสามัคคี

 บายศรีสุ่ขวัญคณะผ้าป่า

  

หลังจากนั้นชมการแสดงของศิษย์ปัจจุบัน และร่วมรับประทานอาหาร เป็นเสร็จพิธี

 

ศิษย์เก่า สู่บ้านเกิด โรงเรียนเก่า

 

ผู้ชมระดับวีไอพี ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเมืองสรวง

 

การทอดผ้าป่าสามัคคี ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านเมืองสรวงเพื่อสมทบทุนสร้างห้องสมุดประจำโรงเรียน เป็นกิจกรรมที่ดีมากคณะผ้าป่าได้ตอบแทน บุญคุณแผ่นดินเกิด พระคุณของครู สำนึกรักบ้านเกิด ตลอดจนการมีส่วนร่วมของชุมชน ความสมัครสมานสามัคคีของคนในชุมชน บ. ว. ร. นั่นคือ บ้าน(ชาวบ้าน) วัด(พระสงฆ์) โรงเรียน(ครู นักเรียน) ในการร่วมกันพัฒนาระบบการศึกษาในท้องถิ่น แหล่งค้นคว้าหาความรู้ เพื่อให้นักเรียนเข้าถึงแหล่งข้อมูลอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง หาได้รอความช่วยเหลือจากรัฐแต่เพียงฝ่ายเดียวไม่  

 

ขอขอบพระคุณ ท่าน ผอ.ดรุณ เกตุตากแดด ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเมืองสรวง คณะครู กรรมการโรงเรียน ผู้ปกครองนักเรียน นักเรียนโรงเรียนบ้านเมืองสรวง และ คณะผ้าป่าสามัคคีที่ร่วมกันสรรค์สร้างกิจกรรมดีดีเพื่อสังคม ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป

 

วันเสาร์ที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๒ ได้ร่วมชมการแสดงของ วงโปงลางโรงเรียนบ้านเมืองสรวง เป็นมหรสพสมโภชงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลและอุปสมบท

 

 

ประมาณปลายปี ๒๕๕๐ เคยเชิญวงโปงลางร่วมงานมหากฐินเพื่ออุทิศส่วนกุศลแด่ คุณแม่สุดชา ธุระพันธ์ มาแล้ว การนำกิจกรรมของนักเรียนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของงานมหรสพสมโภชนั้นถือว่า ไม่ธรรมดา และเห็นได้ไม่บ่อยนักในปัจจุบัน  เนื่องจากส่วนมากมหรสพสมโภชงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลหรืออุปสมบท ยังคงเป็นหมอลำ หมอลำซิ่ง หรือภาพยนตร์ หากแต่ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ในขณะ วงโปงลางเป็นการแสดงออกถึงการทำงานเป็นทีมของนักเรียน การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลยาเสพติด โดยการพร่ำสอนของครูอาชีพช่วยฝึกความอดทนในการฝึกซ้อม ทำให้เกิดความพร้อมเพรียงกัน ความสวยงามของการแสดง และยังเป็นการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมอีสานให้คงอยู่ชั่วลูกหลาน ค่าตอบแทนที่เจ้าภาพมอบให้ สามารถมอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือใช้ ในการพัฒนากิจกรรมการจัดการเรียนการสอนให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปได้ ผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงคือ นักเรียนในชุมชนนั่นเอง

  

ขอขอบคุณพี่สาว ครูจรจันทจร แก่นภักดี ที่เอื้อเฟื้อภาพสวยสวย ทำให้บันทึกมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น หากทุกท่านสังเกตจะเห็นได้ว่าวันที่ที่เซทในภาพถ่ายกับวันที่ถ่ายภาพจริงจะเป็นคนละวันกัน ส่วนท่านใดอยากรู้ว่าวันที่ถ่ายภาพจริงเป็นวันไหนก็ต้องนำวันที่ในภาพถ่ายลบด้วยหนึ่ง จะได้คำตอบสุดท้าย...ครับพี่น้อง!!

 

สุเทพ ธุระพันธ์

๕ มกราคม ๒๕๕๒