ทีมงานได้ลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2552

บรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่บ้านวังน้ำซึมในตอนที่ 2

 

ผมจะขอเล่าต่อจากตอนที่1นะครับ ซึ่งทีมงานได้ลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2552   เมื่อเราเริ่มกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในช่วงแรกคุณสมเดช สิทธิยศ(นวส.ชำนาญการ) ได้ทักทายและสร้างความคุ้นเคยกับพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่เข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ มาจาก 3 หมู่บ้านได้แก่ หมู่ 5 บ้านวังน้ำซึม หมู่ 19 บ้านสองหนอง และหมู่ 12 บ้านทรัพย์เจริญ รวมแล้วไม่น้อยกว่า 100 คนเศษ

 

                        คุณสมเดช สิทธิยศ เริ่มเข้าสู่กระบวนการ

เกษตรกรทำหน้าที่เป็นคุณอำนวย

คุณศิริศักดิ์ เชี่ยวชาญ ทำหน้าที่คุณอำนวย

คุณชัชพล วงศ์แก้ว ทำนห้าที่คุณลิขิต

        ขั้นที่ 1. เราได้แบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม โดยแยกตามหมู่บ้านดังกล่าว  แต่ละกลุ่มจัดรูปเก้าอี้นั่งเป็นรูปตัวยูหรือครึ่งวงกลม แต่ละกลุ่มย่อยมีอุปกรณ์ได้แก่บอร์ด กระดาษฟางและปากกาเคมี พร้อมให้แต่ละกลุ่มย่อยได้คัดเลือกประธานกลุ่ม ทำหน้าที่เป็นคุณอำนวยและคุณลิขิต ควบคู่กันไปแต่ให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรที่รับผิดชอบตำบล ได้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงกลุ่มย่อย โดยให้เน้นการมีส่วนร่วมและสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ร่วมกัน แต่ละกลุ่มย่อยให้ความสำคัญต่อการทำงานเป็นทีมควบคู่กันไปด้วยในตัว ทั้งเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรทั้งจังหวัด-อำเภอและเกษตรกร

                                    แกนนำเกษตรกรหมู่19 บ้านสองหนองนำเสนอปัญหา

 

                              ปัญหาของหมู่5บ้านทรัพย์เจริญ

         ขั้นที่ 2. แต่ละกลุ่มย่อยได้รับมอบหมายให้ทบทวนปัญหาและความหนักใจของการประกอบอาชีพการปลูกมันสำปะหลังที่ผ่านมา จากนั้นก็จัดลำดับความสำคัญของปัญหาและมีการลงคะแนนในปัญหานั้นๆว่าปัญหาใดควรจะทำการแก้ไขก่อนหลัง และปัญหาใดที่ผ่านมาได้รับการแก้ไขไปแล้วบ้าง ในขณะเดียวกันก็มีการทบทวนผลของการประกอบอาชีพการปลูกมันสำปะหลังในปีที่ผ่านมามีองค์ความรู้ใดที่มีอยู่ในพื้นที่และชุมชนสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ ใครเคยทดลองแล้วยืนยันผลการทดลองเป็นอย่างไร ซึ่งในแต่ละกลุ่มย่อยมีบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ดีมากเลยครับ

 

        ขั้นที่ 3. ให้แต่ละกลุ่มย่อย ได้ฝึกทักษะในการเขียนแผนพัฒนากลุ่มของแต่ละหมู่บ้าน ซึ่งสืบเนื่องมาจากปัญหาความหนักใจลำดับต้นที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขมาก่อน โดยมีองค์ประกอบของการเขียนแผน ประกอบด้วย จะทำอะไร ทำไมถึงต้องทำ  ทำเพื่ออะไร  จะทำเท่าไรแค่ไหน  จะทำอย่างไร  แล้วเราจะวัดผลหรือประเมินผลที่เกิดขึ้นอย่างไร  สำหรับงบประมาณที่จะใช้ดำเนินการกิจกรรมจะนำมาจากแหล่งใด ระยะเวลาในการดำเนินการจะทำเมื่อไร ผลที่คาดว่าเมื่อทำไปแล้วคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากการทำกิจกรรมนี้ แล้วผู้รับผิดชอบแต่ละกิจกรรมมีใครบ้าง

 

         ขั้นที่ 4. ให้การบ้านพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในแต่ละกลุ่มย่อย( หมู่บ้าน )ได้คัดเลือกแกนนำกลุ่มของแต่ละกิจกรรมของความหนักใจ(ปัญหา ) กลับไปถามสมาชิกที่อยู่ในชุมชนแต่ละชุมชนว่าจะเขียนแผนพัฒนากลุ่มอย่างไรมีใครเข้าร่วมบ้าง แล้วให้รวบรวมแผนพัฒนากลุ่มทั้งหมดที่จัดทำ เพื่อนำไปเข้าร่วมเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งต่อไป

 

 

        ขั้นที่ 5. จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใหญ่รวมกันทั้ง 3 กลุ่มย่อย มีการนำเสนอแผนพัฒนากลุ่มที่ได้ฝึกทำกันวันนี้ของแกนนำกลุ่มย่อย พร้อมให้เวทีใหญ่ได้ซักถามเพิ่มเติมข้อมูลข้อคิดเห็น ทั้งนี้ก็พอจะทราบว่า มีกิจกรรมใดบ้างที่ทางกลุ่มสามารถแก้ไขหรือสามารถดำเนินการเองได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณ แต่ก็จะมีบางส่วนที่เลขานุการคณะกรรมการบริหารศูนย์บริการฯ รวมทั้งสำนักงานเกษตรอำเภอ จะต้องประสานงานไปยังอปท.เพื่อขอรับการสนับสนุนด้านงบประมาณต่อไปในปี 2552นี้ จากนั้นเมื่อถึงเวลา 12.00 น.เราได้พักรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันทั้งหมดด้วยบรรยากาศแห่งมิตรไมตรี

 

 

           สรุปการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในครั้งนี้ ทำให้กระบวนการกลุ่มของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังตำบลวังชะพลู ได้ก่อตัวเพื่อที่จะพัฒนาการผลิตมันสำปะหลังให้มีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืนในชุมชน โดยใช้หลักการทำงานส่งเสริมการเกษตรแบบมีส่วนร่วม และอีกประการหนึ่งก็เป็นการเสริมสร้างศักยภาพการทำงานของนักส่งเสริมการเกษตร เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นนักส่งเสริมมืออาชีพต่อไปในอนาคตนั่นเองอีกทั้งต้องให้ขัวญกำลังใจกันต่อไปเพื่อให้สมกับคำว่ากระบี่ต้องอยูที่ใจครับ...

 

         เมื่อเรารับประทานอาหารกลางวันร่วมกันเสร็จแล้ว เกษตรกรกรก็แยกย้ายกันกลับบ้าน บางรายก็ไปทำงานในไร่มันสำปะหลังต่อกันเลย สำหรับเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรทั้งทีมจังหวัด และทีมอำเภอขาณุวรลักษบุรี ต้องทำการประเมินAAR. กันต่อ โดยมีอ.สิงห์ป่าสักและท่านเกษตรอำเภอสถิต ภูทิพย์ ทำหน้าที่เป็นคุณอำนวยในกลุ่มซึ่งเป็นไปด้วยบรรยากาศแห่งความร่วมมือกัน

 

                          กรอบแนวคิดในการวิจัยในงานประจำที่เกิดขึ้น

           สาระสำคัญที่ได้จากคำถามที่1. วันนี้เราได้เรียนรู้อะไรกันบ้าง คำถามที่ 2. ยังมีสิ่งใดที่ยังขาดหรือมีสี่งใดที่จะต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขในครั้งต่อไป คำถามที่3. ประเด็นที่เราได้เชื่อมโยงงานเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบประกอบด้วย การนำหลักการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ( PAR )เข้าสู่กระบวนการทำงานร่วมด้วยการพัฒนากระบวนการกลุ่มของเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง -การพัฒนาเครือข่ายกลุ่ม  ร่วมกับ การดำเนินงานตามโครงการจัดระบบพิเศษมันสำปะหลังและการนำKMมาป็นเครื่องมือในการทำงาน ซึ่งมีรายละเอียดของการสรุปและพูดคุยกันตาม model (กรอบแนวคิด)ดังกล่าวข้างต้น หลังจากนั้นเราก็ได้แยกย้ายกัน พร้อมนัดหมายพบกันในวันที่ 28-29 มกราคม 2552 ที่ตำบลวังหามแหและตำบลปางมะค่า อำเภอขาณุวรลักษบุรี ต่อไป ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณท่านสถิต ภูทิพย์ เกษตรอำเภอขาณุวรลักษบุรี พร้อมทีมงานที่อำนวยความสะดวกในการทำงานตามระบบส่งเสริมการเกษตรเฉพาะพื้นที่ในการทำงานเชิงรุกที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องครับ.........