โดยน้ำหมึกสีม่วง ในวันนี้เราจะเป็นทั้งผู้ให้และเป็นผู้รับไปพร้อมๆ กันและตลอดไป

วันนี้มีเรื่องเล่าจากน้องที่สถาบันฯ น้องน้ำ..มาเล่าให้พอลล่าฟังเมื่อเขากลับจากการจัดประชุมที่ปรึกษาของสถาบันฯ โดยมีท่าน อ.นพ.สกล และอ.วรวรุฒิเป็นกระบวนกร กลับมาน้องเล่าให้ฟังแบบตาลุกวาว..รู้สึกว่าเขาประทับใจเรื่องราวบางอย่าง..จึงให้น้องเขาลองเขียนสิ่งที่เล่าให้พอลล่าฟัง..ผลออกมาประทับใจมากๆค่ะ ช่วยกันอ่านนะคะ

ขอกำลังใจให้น้องเขาด้วยค่ะ น้องน้ำ..หมึกสีม่วง..

 

บทเรียนที่แสนหวานจากการประชุมพัฒนาที่ปรึกษา

ผู้เยี่ยมสำรวจ (Humanized Healthcare )

วันที่ 16 -18 มกราคม 2552

โรงแรมรอยัลเจมส์ ลอดจ์ จ.นครปฐม

      เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้เขียนบทเรียน ไม่ใช่ซิต้องบอกว่าเป็นครั้งแรกที่อยากจะเขียนบทเรียนมากกว่า จากการการประชุมนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าหัวใจพองโต (หลังจากที่มันพองๆ แฟ่บๆ เป็นระยะๆ) บนถนนสายคุณภาพ (คนก็คุณภาพ ฟังแล้วดูดีเชียว) ยังมีความรัก ความอบอุ่น ความเอื้ออาทร มีกำลังใจ มีความเป็นพี่เป็นน้อง ถึงแม้ว่าเราจะต่างสายเลือด มาจากแห่งหนตำบลใดก็ตาม แต่พอเข้ามาอยู่ด้วยกัน ทุกคนก็กลายเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกันหมด (จากความรู้สึกเท่าที่สัมผัสได้)

 

      น่าเสียดายที่ไม่สามารถอยู่ร่วมกิจกรรมได้ทั้งหมด (ผลุบๆๆ โผล่ๆ ในห้องประชุม)  เพราะต้องดูแลความเป็นอยู่ของพี่ๆ น้องๆ ทั้งหมด เลยได้สิ่งดีๆ กลับมาบ้างพอเป็นกระสัย แต่ก็ทำให้หัวใจชุ่มชื่น เบิกบาน สู้ สู้ต่อไปเราต้องทำได้ (รึเปล่าหนอ) หลายๆ กิจกรรมรู้สึกดี ทำให้เรารู้ตัวเราเองและเข้าใจคนอื่นมากยิ่งขึ้น หลายครั้งเราตัดสินคนว่าเค้าไม่ดี  (เราตัดสินเค้าไปแล้ว) ทั้งๆ ที่เรายังไม่ได้เข้าไปทำความรู้จัก ศึกษาความเป็นตัวตนและสัมผัสอย่างใกล้ชิด (ทฤษฎีตัวยู)

      กิจกรรมหนึ่งที่ชอบ คือให้คนเข้าแถวเรียงลำดับว่าใครอยู่กับพรพ. นานที่สุดจนถึงหลังสุด ก็เลยนับเวลาของตัวเองว่าอีก 2 เดือนเราก็ครบ 9 ปีแล้วหรอเนี้ย (โอ้...พระเจ้าช่วยกล้วยทอดเราอยู่มาได้อย่างไง) ถ้าวิ่งไปเข้าแถวก็ต้องอยู่แถวหน้าๆ แน่เลย แอบดูอยู่ข้างหลังห้องดีกว่า โจทย์ถามว่า อะไรที่ทำให้เราตัดสินใจมาอยู่ที่นี่...และอะไรที่ทำให้เราอยู่มาได้ถึงปัจจุบัน  โจทย์หน้าสนใจเลยแอบกระโดดเข้าไปในวงที่เค้าแบ่งกันแล้ว (ประมาณ 5 คน) ในวงมีทั้งคนที่อยู่นานสุดจนถึงใหม่สุดเพื่อแลกเปลี่ยนกัน เราก็นั่งฟังในวงพูดกันอย่างหมดเปลือก เท่าที่ในใจของแต่ละคนรู้สึก คำพูดของแต่ละคนก็ พรั่งพรูออกมาด้วยความปิติ ความภาคภูมิใจ เราไม่รู้ว่าเราใช้เวลาพูดกันนานเท่าไหร่ เรารู้แต่ว่าเราไม่สนใจเสียงระฆังที่ทางกระบวนกร เคาะแล้วเคาะเล่า (เครื่องติดแล้วมันเบรคไม่อยู่) มีคนในวงถามเราว่า มาแอบฟังคนอื่นพูดนานแล้ว อยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้เราอยู่ที่นี่ได้นานถึงป่านนี้ ก็เลยตอบอย่างภาคภูมิใจเช่นกันว่า  

เรามีความศรัทธาในทีมงานทั้งหมด เราอยู่ที่นี่แบบพี่น้อง เป็นครอบครัวที่อบอุ่น มีอะไรเราก็ช่วยกัน ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน มีอะไรเราก็แบ่งปันกัน บางครั้งเรารู้สึกท้อ เหนื่อย แค่มีมือเบาๆ มาวางบนบ่าเรารับรู้ถึงความรู้สึกเราได้ โดยไม่ต้องพูดอะไร เราก็รู้สึกดี อบอุ่น มีแรงสู้ต่อไปแล้วและเวลาก็ผ่านไปโดยที่เราไม่รู้ตัวเองเลยว่าเรามาอยู่ที่นี่นานกว่าใครในวงแล้ว (แค่ประสบการณ์ในพรพ. แต่อายุน้อยสุดนะ)

      จะเล่าถึงความโชคดีที่เข้ามานั่งฟัง นอนฟังในวงนี้ ตรงที่พี่หมู (อ.ศุภรัตน์) back  office ด้านบริหารคนเก่งของเรา ได้เล่าถึงความภูมิใจที่เข้ามามีส่วนร่วมกับพรพ. (ตอนนี้พี่เค้ามาเป็นใหญ่เป็นโตในกระทรวงแล้ว) พี่หมูบอกว่า พรพ.เป็นเหมือนบ้านอีกหลังหนึ่ง ที่มาอยู่แล้วมีความอบอุ่น มีความเป็นพี่น้อง ให้โอกาส ให้ความรู้ สอนให้คนๆ คนนึงที่ไม่กล้าแม้แต่จะจับไมค์พูด (มือสั่นพั่บๆ) จนมาเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปในปัจจุบัน  เป็นเหมือนเครื่องเจียรนัยให้เพชรมีความเหลี่ยมคม มีความแวววาว มีแสงสว่างในตัวเอง (เหมือนหิ่งห้อย เห็นภาพเชียว)

พี่หมูบอกว่าความรู้ที่พรพ.ขัดเกลาให้ มีส่วนช่วยอย่างมากในการนำมาบริหารปรับระบบในกระทรวงสาธารณสุข ให้ทุกคนกินดี อยู่ดีและมีความสุข พี่หมูเป็นคนเดียวในประเทศไทยที่มีคุณสมบัติ ตามที่กระทรวงต้องการมากที่สุด เพราะสิ่งที่พี่หมูมีมากกว่าคนอื่นก็คือ ประสบการณ์ในการทำงานเรื่องคุณภาพกับพรพ. (จนกลายเป็นคนคุณภาพ)  หลังจากทำงานจนได้รับการยอมรับจากคนอื่นที่คิดว่า ผู้บริหารที่มาจากรพ.ต่างจังหวัดจะมาทำอะไรได้ คำพูดนี้เป็นแรงบันดาลใจให้พี่หมู ตั้งใจว่าฉันจะทำให้เธอเห็นว่าฉันทำได้ จนสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ (สุดยอดเลยพี่ ปรบมือให้) และได้มีโอกาสรายงานผลการทำงานที่ผ่านมา....

และพูดในเวทีการประชุมระดับผู้บริหารในกระทรวงได้อย่างภาคภูมิใจว่า ความรู้ที่พี่หมูนำมาใช้เป็นความรู้ที่ได้มาจากพรพ.มอบให้ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน (แอบยิ้ม แอบปลื้มในใจ) มีรพ.เล็กๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือจากพี่หมู แต่เค้าขาดทุนทรัพย์ พี่หมูก็ยินดีเข้าไปช่วยโดยไม่หวังค่าตอบแทนเช่นกัน  แค่ให้รพ.ส่งแผนที่รพ.มาให้ พี่หมูขับรถไปเอง ค้างคืนโดยนอนบนเตียงคนไข้ที่เก่าและมีรอยคราบเลือดที่ซักออกไม่หมด ขับรถมาหลายชั่วโมงด้วยความเหนื่อยล้าก็ต้องนอนแบบนั้น  ใช้เวลา 1 วันเดินดุ่มๆ เข้าไปดูทุกซอกทุกมุม ทุกหน่วยงาน ก็สามารถให้คำแนะนำกับรพ.ได้อย่างชัดเจน จนรพ.สามารถปรับทุกอย่างให้ดีขึ้นได้ตามที่กำลังเค้าจะสามารถทำได้

ตอนกลับ ผอ.รพ.นั้นเดินมาส่งพี่หมูที่รถแล้วยกมือไหว้ขอบคุณ ผอ.บอกพี่หมูว่า พี่หมูเข้ามารพ.แค่วันเดียวก็บอกเราได้ทั้งหมด เค้าเป็นผอ.ที่นี่มาหลายปี บางที่ผมยังไม่เคยลงไปดู ไม่เคยรับรู้ถึงปัญหาและความต้องการของเจ้าหน้าที่เลย ขอบคุณจริงๆ และบอกอีกว่าจะเดินหน้าพัฒนาคุณภาพของรพ.ต่อ ไม่ให้พี่หมูต้องผิดหวังที่ลงมาให้ความรู้ พี่หมูบอกว่าเนี้ยแหละคือ ค่าตอบแทนที่พี่หมูต้องการ มั่นคือกำลังใจ ความรู้สึกดีๆ ไม่ใช่ค่าตอบแทนที่มาในรูปแบบของเงินทอง(เราแอบยิ้มด้วยความภาคภูมิใจอีกครั้ง เนี้ยแหละคนคุณภาพ)

      อีกเรื่องที่ประทับใจ พี่หมูอีกแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นพี่หมู (อาภากร) พูดสั้นๆ แต่กินใจ พรพ.อยู่กันแบบพี่แบบน้อง มีความรักให้กันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แบ่งปันความสุข บำบัดความทุกข์ให้กัน โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ไม่มีการแข่งขัน (นอกจากแข่งขันตัวเอง อันนี้ต่อเติมเองนะ ) ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีผลประโยชน์มาแบ่งแยกความเป็นพี่น้องกัน เราจะเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน (ซาบซึ้งอีกแล้ว)

      ว่าจะเขียนนิดเดียวนะเนี้ย ตอนนี้จะหมดหน้า 2 แล้ว ที่จริงยังมีเรื่องดีๆ อีกเยอะที่อยากจะเล่าสู่กันฟังเอาเป็นว่าจะบอกถึงความรู้สึกดีๆ อีกเรื่องนึงก็แล้วกันนะ อยากแบ่งปันให้ทุกคนรู้ เพราะพี่ๆ ฝากอ้อมกอดอันอบอุ่นมาให้ทุกคนด้วย (อบอุ่นแค่ไหนก็มากอดกับผู้เล่าได้นะกล้าหรือเปล่า) ก่อนจบกิจกรรมในคืนที่ 2 (เวลา 22.00 น.) ไม่มีใครง่วงนอน กระบวนกรให้เราเข้าไปกอดขอบคุณใครก็ได้ที่เราอยากจะขอบคุณ บอกอะไรก็ได้ที่เราอยากจะบอก (น้ำตาท่วมห้องประชุม กระดาษทิชชู ขายดีกว่าหน้าห้องน้ำสาธารณะอีก) เราเตรียมเก็บของอยู่หลังห้อง ทันใดนั้นก็มีพี่ๆ มุ่งหน้าเข้ามาทางเรา คิดว่าพี่เค้าต้องการอะไรเพิ่มเติมรึเปล่า เหลือเชื่อเชียวพี่เค้าเดินเข้ามากอดเราขอบคุณเราสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง คอยให้ความช่วยเหลือ บอกว่าเราเป็นต้นแบบของความอดทน ความอ่อนน้อม (จริงหรือไม่เคยรู้มาก่อนเลย แต่ก็ภูมิใจนะ) ให้กำลังใจเรา และบอกว่าเราจะเดินหน้าไปด้วยกัน  (รู้สึกอบอุ่น เกือบร้องไห้เหมือนกัน) 

      สุดท้ายก็อยากจะบอกพี่น้องทุกคนว่า ขอขอบคุณทุกคนเช่นกันสิ่งที่ทุกคนได้รับจากเราก็เป็นสิ่งที่เราได้รับมาจากทุกคน เหมือนกัน ในวันนี้เราจะเป็นทั้งผู้ให้และเป็นผู้รับไปพร้อมๆ กันและตลอดไป     

โดย.......น้ำหมึกสีม่วง

22 ม.ค. 2552