วันนี้เป็นวันพิเศษหลังจากได้ยินสุนทรพจน์ท่าน BARACK OBAMA แล้ว ก็เกิดความปลาบปลื้ม และปรารถนาที่จะแสดงความชื่นชมบุคลิกภาพความเป็นผู้นำของประธานาธิบดีคนใหม่แห่งสหรัฐอเมริกาคนนี้

เรามา “รู้จัก” ตัวเขากันสักนิด ผ่านคำคม (ชื่นชมชีวิต) ของท่าน OBAMA กันหน่อยค่ะ แต่ก่อนที่จะย้อนกลับไปยกคำกล่าวสำคัญ ๆ ที่สะท้อนถึงความเป็นผู้นำของท่านในสมัยหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีเพื่อให้เห็นว่าเพราะท่านมีลักษณะเช่นนี้ จึงนำพาให้ท่านประสบความสำเร็จได้นั้น ขอเรื่มจากสุนทรพจน์สด ๆ ร้อน ๆ เมื่อคืนที่ผ่านมาตามเวลาบ้านเราค่ะ
เริ่มคำคมแรกด้วยการระบุถึงปัญหาใหญ่ของประเทศ ที่ทุกคนจะต้องตระหนักร่วมกัน แม้ว่าปัญหานั้นเป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นจริง มีความรุนแรงและความหลากหลาย ซึ่งไม่ใช่ว่าจะผ่านไปได้โดยง่ายหรือไม่ใช่ว่าจะผ่านไปได้เพียงในเวลาอันสั้น แต่โปรดจงรู้ไว้ว่า (อเมริกา) จะผ่านไปได้
“Today I say to you that the challenges we face are real. They are serious and they are many. They will not be met easily or in short span of time. But know this, America – they will be met.”[1][1]
ฟังแล้วดูขึงขังเอาจริงเอาจัง และ “ได้ใจ” ประชาชน รวมทั้งผู้สนใจที่แม้ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง มากเลยใช่ไหมคะ บุคลิกความเป็นผู้นำ ส่วนหนึ่งเป็น Charisma[2][2] ที่ติดตัวเขา จะเรียกว่าพรสวรรค์ก็ว่าได้ ผสมผสานกับการฝึกฝนเป็น “นักกล่าวสุนทรพจน์” ของตัวเขาเอง จึงยิ่งส่งเสริมให้เขาเป็นผู้นำประเทศที่สามารถดึงดูดและสร้างแจงจูงใจให้ประชาชน “มีพลัง”“ความหวัง” และ “ความตั้งใจ” ที่จะฟันฝ่าวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ให้ผ่านพ้นไปได้ “จากความร่วมมือร่วมใจกัน” จากคำพูดของเขาที่ว่าเราจะมี “new way forward” บนหลักของ “mutual interest and mutual respect” และคำพูดที่ว่า
“On this day, we gather because we have chosen hope over fear, unity of purpose over conflict and discord,”
คำกล่าวข้างต้นทำให้ประชาชนที่มาร่วมในงานพิธีปฏิญาณตนหรือแม้กระทั่งผู้ฟังที่อยู่ทางบ้าน รู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง และพลังสามัคคี เพราะพวกเราที่ดูอยู่นี้มีจุดร่วมในภาวะวิกฤตแห่งชาติเดียวกัน
รายละเอียดสุนทรพจน์ของท่าน Obama หาอ่านได้จากหนังสือพิมพ์วันนี้เลยนะคะ อ้างอิงมากไปจะทำให้หนังสือพิมพ์เขาขายไม่ออกค่ะ ที่จะกล่าวต่อไป ขอยกคำกล่าวสำคัญ ๆ ที่สะท้อนถึงบุคลิกความเป็นผู้นำแบบ “นักปฏิรูป” ของท่าน OBAMA ค่ะ การเป็นผู้นำนอกจากจะเป็นเพราะ “ศาสตร์” ที่ท่านได้ร่ำเรียนมาอย่างเชี่ยวชาญและประสบการณ์อันโชกโชนแล้ว ที่ขาดไม่ได้ก็คือ “ศิลปะ” ในการใช้คำพูดที่สื่อถึง “สิ่งที่ท่านคิด” “ทัศนคดีในการมองโลก” ที่เรียกว่า “Worldview”
ซึ่งนับว่าเฉียบคมมากค่ะ ลองมาดูกันนะคะ
ท่าน OBAMA มองโลกตามความเป็นจริงค่ะ ท่านยอมรับว่าประเทศของท่านไม่ “สมบูรณ์แบบ” โดยตัวมันเอง และถึงเวลาที่เราจะต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงแก้ไขซึ่งเป็นคำกล่าวที่ “ดึงใจ” ประชาชนทั้งหลายให้ “มาอยู่รวมกัน” ด้วยการมองเห็นปัญหาเดียวกันร่วมกันและร่วมกันสร้าง "Shared Vision" ค่ะ
“I know my country has not perfected itself. At times, we've struggled to keep the promise of liberty and equality for all of our people. We've made our share of mistakes, and there are times when our actions around the world have not lived up to our best intentions.”
เมื่อมองเห็นปัญหาร่วมกัน ก็พร้อมที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยที่ไม่ต้องรอให้ใครมาทำให้เรา เพราะเราคือ “ตัวเปลี่ยนแปลง” หรือ “Change Agent” นั่นเอง
“Change will not come if we wait for some other person or some other time. We are the ones we've been waiting for. We are the change that we seek.”
การร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหาที่ว่านี้ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อตัวเราเอง แต่เพื่ออนาคตของชาติคือ “เด็ก ๆ ของพวกเรา” เลยทีเดียว
“This is the moment when we must come together to save this planet. Let us resolve that we will not leave our children a world where the oceans rise and famine spreads and terrible storms devastate our lands.”
อ่านคำคมสำคัญ ๆ ของท่าน Obama บางส่วนแล้ว อยากทราบไหมคะว่าท่านมี
ตัวอย่างผู้นำคนใดในใจ
“I cannot swallow whole the view of Lincolnas the Great Emancipator.”
เห็นบุคลิกความเป็นผู้นำระดับชาติแล้ว ถึงแม้เราจะเป็นผู้นำองค์กร หน่วยงานเล็ก ๆ หรือเป็นเพียงผู้ปฏิบัติ หรือผู้ตามคนหนึ่ง แต่เราก็เข้าใจได้ว่า สิ่งเหล่านี้ “เกิดขึ้น” ได้ในตัวเรา แม้ว่าเราคิดว่าเราอาจไม่มีพรสวรรค์ แต่อะไร ๆ ก็ไม่พ้นความเพียร ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ และการมีทัศนคติดที่ดีต่อโลกที่อยู่รอบตัวหรอกค่ะ.. เราสามารถเป็นผู้นำตามวิถีของเราได้ค่ะ โดยก่อนอื่น “นำชีวิต” ของเราให้ผ่านพ้นความยากลำบากใด ๆ ที่เราเผชิญนี้ต่อไปให้ได้เสียก่อน
สุดท้ายที่ไม่อาจให้ลืมกัน และอยากให้ติดไม้ติดมือกลับออกไปหลังจากอ่านบล็อกนี้ก็คือหน่วยงานใดก็ตาม ความเป็นผู้นำ นำคนเดียว ไปคนเดียวคงไม่ได้ค่ะ ควรสร้างแรงจูงใจให้ทุกคนก้าวไปพร้อมๆ กันด้วย ด้วยพลังสามัคคีที่เราเห็นแล้วว่าท่าน Obama ทำได้ จากคำพูดของเขาที่สะท้อนการมองโลกของเขาด้วยความ “เท่าเทียมกัน” และ “ความมีเสรีภาพ” ซึ่งจะต้องเคารพซึ่งกันและกัน เสรีภาพที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนด้วยนะคะ...
จากนี้เป็นต้นไป ก้าวเท้าไปทางไหน ผู้นำก็ควรทำให้ผู้ตามมองเห็นทิศทาง.. เข้าใจ และมีส่วนร่วมในเป้าหมายนั้นด้วยกัน ... ไปพร้อม ๆ กันดีกว่า ใช่ไหมคะ
มีความสุขกับการ "ชื่นชมชีวิต" ตัวเราทุกท่านค่ะ
[1][1] Bangkok Post, Wednesday January 21, 2009
[2][2]The word charisma (origin from the Greek word χάρισμα (kharisma), "gift" or "divine favor," from kharizesthai, "to favor," from kharis, "favor") refers to a rare trait found in certain human personalities usually including extreme charm and a 'magnetic' quality of personality and/or appearance along with innate and powerfully sophisticated personal communicability and persuasiveness. แหล่งข้อมูลจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Charisma
เรื่องดี ๆ แบบนี้น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับนักการเมือง ในประเทศที่กำลังพัฒนา นะครับ
สวัสดีค่ะคุณหนุ่ม
เชื่อไหมคะว่าพยายามปล้ำคอมพิวเตอร์จะส่งบันทึกนี้ตั้งแต่เช้าตรู่ แต่ไม่ทราบเป็นไร คอมฯ ที่ทำงาน ส่งข้อมูลไม่ไปเลยค่ะ เพิ่งส่งได้เมื่อกลับถึงบ้านตอนเย็น เฮ้อ...ขอโทษนะคะ ข่าวเลยไม่ค่อยสดเท่าไร
ขอบพระคุณนะคะ อุตส่าห์มาให้กำลังใจคนแรก
นี่กระมังคะ คือ ภาพลักษณ์ของ
ผู้นำยุคใหม่ สู่การเปลี่ยนแปลงโลก
....
ผู้นำคือ ผู้ที่นำพาบุคคลอื่นไปยังที่ที่ไม่เคยมีใครไปมาก่อน
(สิ่งใหม่ ๆ วิธีการใหม่ๆ กลยุทธ์ใหม่ๆ ที่น่าท้าทาย )
....
เขาล่ะ ใช่เลย ? ต้องติดตามลุ้นค่ะ
พี่ขจิตแกว่าคมมากจนเลือดออก 555 มุกเยอะนะตาคนนี้ คนดีที่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมักตามพี่แกไม่ทัน ; P
ขอบพระคุณคุณ. Little Jazz มากค่ะที่เฉลย มิฉะนั้น คืนนี้นอนไม่หลับแน่เลยค่ะ ขอเวลาศึกษาเรียนรู้อีกสักพัก คิดว่าน่าจะตาม "มุข" ทันนะคะ
มุกต้องใช้กไก่สะกดค่ะ ราชบัณฑิตท่านบัญญัติไว้ มุขที่สะกดด้วยขไข่คือหน้ามุขแบบระเบียง หรือหัวหน้าแบบมุขมนตรี
ขอบพระคุณค่ะ ขอประทานอภัยค่ะ เบลอจริง ๆ พิมพ์อะไรไปไม่ได้ตรวจสอบก่อน ปกติคำไหนไม่แม่น ไม่แน่ใจจะเปิดพจนานุกรมก่อน ค่ะ คำนี้ไม่แน่ใจ และก็ลืมเปิดด้วย ต่อไปจะระวังค่ะ
ชอบโอบามาที่ซู๊ด...ขอบคุณนะคะ ขอจดคำคมไปชื่นชมด้วยคนค๊า
ขอบคุณคุณนาตาลีค่ะ ศิลาก็ชอบค่ะ บางทีเราไม่มีวันได้รู้จักตัวตนของเขาด้วยซ้ำ แต่เราก็ชื่นชม "คำคม" ของเขา เพราะสะท้อนบุคลิกภาพที่น่าชื่นชม ซึ่งหาได้ยาก สมควรแก่การนำมาเป็นแบบอย่างอย่างยิ่งค่ะ
ชอบบุคลิกดีดี..ชอบคำคม..อิอิ..ดร.ขจิตโดนบาดเลือดไหลแล้ว..เรียก 1169 ด่วน ส่งโรงพยาบาลด้วย..อิอิ
ขอบพระคุณคุณ add
มากค่ะ มาเยี่ยมตอนค่ำ ๆ รบกวนฝากเยี่ยมท่านอาจารย์ขจิตด้วยนะคะว่าอาการบาดเจ็บหายหรือยัง...คราวหน้าจะมาแวะ Blog นี้ รบกวนเตรียมผ้าพันแผลมาก่อนก็ดีนะคะ เพราะนับวันก็คมขึ้นทุกวันค่ะ...เอ แต่คมยังไงก็เกรงว่าจะไม่เท่า "มุก" คม ๆ ของท่านอาจารย์ขจิตค่ะ
อ่านคำคมของคุณ Sila Phu-Chaya แล้วเห็นภาพของ Obama ชัดเจนดีครับ
ยังไม่ได้แสดงผลงานอะไร ก็ได้ใจประชาชน เพราะคำพูดคม ๆ ได้เหมือนกันนะครับ
สวัสดีค่ะ
ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ต้องใส่ใจคนรอบข้าง พูดจริงและต้องทำให้ได้ตามนั้น นี่คือหลักการ basic จากอีกหลายๆข้อ ที่ผู้นำทุกระดับไม่ควรมองข้าม ศรัทธาต้องมาก่อนค่ะ...
ครูแป๋ม
สวัสดีค่ะ คุณ Poo
เรามารอลุ้นดูผลงานประธานาธิบดี Obama ด้วยกันนะคะ อยากทราบมากว่าความเป็นผู้นำนอกจากจะสื่อทางคำพูดกันแล้ว ทางการกระทำจะเป็นอย่างไรบ้าง...น่าคิด น่าติดตามจริงๆ
ได้ข่าวว่าที่นี่มีคำคม ก็เลยแวะมาชื่นชมด้วยคนค่ะ คำพูดของผู้นำนี้ ปกติเขาพูดไม่ค่อยเหมือนพวกเราเลยนะคะ (ฮิฮิ) ฟังอะไร ๆ ก็ ดูเท่ เก๋ไปหมด น่าจะมาจากการ
"ตกผลึก" หลาย ๆๆๆชั้นเลยเน๊อะ ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูล update
สวัสดีค่ะคุณ Lily สงสัยว่าคนที่จะเป็นผู้นำคงต้องกระบวนการฝึกฝนจนคำพูดมีความเฉียบคมกระมังคะ แต่ทั้งนี้ เชื่อว่าน่าจะมาจาก "การมองโลก" อย่างเข้าใจด้วยล่ะค่ะ เวลาพูดออกมาก็พูดจาก "ปัญญาที่แหลมคม" คำพูดก็เลยคม ๆ บาดจนเลือดตกยางออกได้ (อิอิ) แล้วแวะมาทักทายใหม่นะคะ
สวัสดีค่ะ