การสร้างขวัญและกำลังใจคนเขียน Blog
Meter เพื่อ?
JJ ได้ ลปรร กับคนคอเดียว เรื่องการ มาตรวัด เพื่อการพัฒนาคนรุ่นใหม่ๆ เพื่อ "สร้างแรงดึงดูด หรือ จูงใจ" ให้เข้ามาร่วมในการ "B2B" หรือ Blog to Blog เพื่อให้ "เกิด องค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยการ แลก เปลี่ยน เรียน รู้ เพื่อ การพัฒนา ตน คน งาน และ องค์กร"
ประสบการณ์อย่างหนึ่งของการ
"รวมพลังคนเขียนที่เข้าอบรมการเขียน Blog ชาวมอดินแดง"
หลายท่าน
"ไม่ค่อยแน่ใจ หรือ ยังเกรงๆ รุ่นครู บา อาจารย์ หรือ ท่านที่ ติดอับดับสูงๆ" ทำให้ไม่กล้าเขียนลง Blog
JJ
ผมเองก็เช่นกันครับ เริ่มต้นก็รู้สึกเกร็ง ๆ ในการเขียน Blog มีท่านรศ.มาลินี คอยกระตุ้น ยิ่งท่านอาจารย์ JJ เขียนอย่างไม่หยุดแล้ว ทำให้ผมรู้สึกมีกำลังภายในเพิ่มขึ้นครับ
ขอ ลปรร. ท่าน อ. jj ครับ
ผมคิดว่าการติด meter คงแล้วแต่ความต้องการและวัตถุประสงค์ของแต่ละ Blog ครับ อย่างของผมไม่ติด เพราะผมไม่ต้องการนับสถิติ แต่เมื่อไรก็ตามที่แต่ละ Blog เริ่มมีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้นมาเมื่อไร ก็เมื่อนั้นแหละครับ ที่ต้องการจะติด meter
ด้วยความเคารพครับ
วิชิต
ยึดหลัก "บันทึก คือ การบันทึก"...คะ
และเขียนในสิ่งที่ get
meter คือ สิ่งสะท้อนบางอย่าง...
หาใช่สิ่งสำคัญ..อะไรไม่
B2B ถือเป็นวัฒนธรรมใหม่ที่เราเอง หลายคนยังไม่ชิน และไม่กล้าเขียนค่ะ แต่จะพยามเป็นนักเขียนต่อไป มันก็ส่งผลต่อการไม่กล้าติดมิเตอร์ด้วย หรือติดไปแล้วตัวเลขอาจมีภาพลวงตาบ้างแต่คิดว่าไม่ใช่สาระ
ผมติดไว้เพื่อเป็นสารสนเทศอะไรบางอย่างสำหรับตัวเอง มากกว่าเพื่อให้ใครมานับ อีกทั้งหากเขามานับ เขาควรจะต้องรู้ว่าการที่ตัวเอง (เจ้าขอบ Blog) เปิดบ่อย หรือตีพิมพ์บ่อย หรือแก้ไขทุกครั้ง ค่าจะขึ้นทั้งนั้น (นับได้ไง) ในการนับของผมจึงต้องตัดค่านี้ออกก่อน
นับแล้วได้อะไร สำหรับตัวเองแล้ว ไว้เพื่อพัฒนาตัวเองครับ เช่น คุณลักษณะของบันทึกเช่นนี้ มีผลต่อการอ่านมากน้อยอย่างไร แต่ก็แน่ใจหรือว่าอ่าน เพราะนับที่เปิด...ฉะนั้นหากผมมองในเชิงสถิติ และมุ่งที่ประโยชน์การนำไปใช้ ผมจะยอมรับการนับที่จำนวน คห. โดยเฉพาะ คห.ที่บ่งบอกว่าได้มีกระบวนการต่อยอดพัฒนาเกิดขึ้นเท่านั้น โดยการ get ได้ก็เริ่มนับแล้วครับ และบันทึกบางบันทึก (ของผมเอง) แม้มี คห.เยอะก็ต้องไม่นับ เพราะมุ่งหวัง relax เสียมากกว่า
การนับ Blog ของคนที่มีหลาย Blog โดยนับทีละ Blog นี่ ไม่แฟร์หากจะว่าไป (หากสนใจและว่ากันด้วยเรื่องการนับ) เพราะการแยก Blog หมายถึง Blogger เขามีการจัด Theme ของเขา อย่างเป็นระบบ (ผมคิดและทำอย่างนี้) ยังไงก็เน้นว่า GotoKnow.org มีให้อยู่คือ 1 Blogger มี Blog อะไรบ้าง ไม่ได้ยากในการนับเป็น 1 Blogger แทนแต่ละ Blog ของเขา
ที่กล่าวมาทั้งผมข้างต้น ดูเหมือนจะพยายามบอกว่าเห็นด้วยกับการนับ เห็นด้วยครับในกรณีเพื่อ Benchmarking กับตัวเอง แต่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการนำมา Benchmarking กับคนอื่น (ทำได้แต่ต้องเชื่อได้กว่านี้) เพราะหลาย ๆ อย่าง ตามที่เห็นความพยายามอยู่ การใช้สถิติเพื่ออะไรสักอย่าง ผมมองว่าผู้เสพต้องดูด้วยครับว่า "เชื่อถือได้แค่ไหน" และที่ได้นั่งดูอยู่ พลาดเยอะครับ ไม่อยากให้เสียกำลังใจ ก็เลือกที่จะไม่ใส่ คห.เพื่อบอกไว้ เพียงหวังว่าผู้เสพคงจะได้ใช้วิจารณญาณ
สุดท้ายก็อยากเห็นภาพ Blogger ที่กล้าเข้ามา Blog เยอะ ๆหรือผู้อ่านกล้าที่จะให้ คห.ตามที่ get หรือคิดเห็นอย่างไร นำไปลองทำดูแล้วได้ผลอย่างไร มากกว่าจะมากลัวการถูกนับ
ผมเขียนบล็อกบน gotoknow ด้วยแนวคิดที่ว่า ปรกติเราจะบันทึกประเด็น/เคล็ดหลักๆในการปฏิบัติงานอยู่ในสมุดโนตส่วนตัวอยู่แล้ว ดังนั้นเพียงแค่เราคัดลอกสำเนาบางส่วนมาเก็บไว้บนสื่อไอทีคือบล็อก ค่อยๆบันทึกสะสมไปทีละเล็กทีละน้อย ทำให้เกิดเป็นคลังความรู้ที่เราสามารถย้อนกลับมาสืบค้นได้ และเป็นการเผยแพร่แบ่งปันให้ผู้อื่นด้วย ตลอดจนไม่ได้สร้างภาระต่อการทำงานในชีวิตประจำวันด้วย ตัวอย่างคือ http://itadmin.gotoknow.org จะมีเนื้อหาหนักๆ เป็นเคล็ดการทำงานที่มีประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติงานครับ
ดิฉันแสดงข้อคิดเห็นไว้ที่บันทึกของอาจาย์สมลักษณ์คะ http://gotoknow.org/archive/2006/04/11/03/45/48/e23486
ขออนุญาต นำข้อความของ อ.ดร.จันทวรรณ มาลงครับ เพราะ Link ไม่ไปครับ
JJ
จันทวรรณ เมื่อ พ. 12 เม.ย. 13:12:02 2006 เขียนว่า:
ไม่แน่ใจว่าการเขียนงานต่างๆที่ทำ ที่เกิดขึ้นภายในองค์กรคือสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ แต่ครั้งแรกที่ได้สัมผัสกับบล็อก Gotoknow และเปิดอ่านไปเรื่อยๆ จะพบว่า มีความรู้มากมาย เรียนเท่าไรก็ไม่รู้จบ ทำให้ได้ความคิดที่สามารถคิดต่อไปอีกเรื่อยๆ มีทั้งที่สามารถนำไปใช้กับการทำงานและชีวิตส่วนตัว ทำให้อยากให้คนอื่นๆได้อ่านด้วย และได้เปิดบล็อกเองแบบลองผิดลองถูกและเขียนบล็อก จึงคิดว่าอย่าน้อย ก็
"เกิด องค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยการ แลก เปลี่ยน เรียน รู้ เพื่อ การพัฒนา ตน คน งาน และ องค์กร"เกิดการ "รวมพลังคนเขียน Blog ชาวมอดินแดง"