กลับมาจากสตูลแล้วครับ และก็เริ่มทำงานเลย คือ เมื่อวานไปอยู่ที่โรงเรียนวัฒนธรรมอิสลามพ่อมิ่ง ไปร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูที่นั่นในการทำแผนการจัดการเรียนรู้ครับ บรรยากาศคึกคักมากครับ ผมออกเดินทางไปตั้งแต่เช้าครับ เผือเวลาไว้ครึ่งชั่วโมงครับ ที่เผือไว้เยอะก็เพื่อการหลงทางครับ เนื่องจากโรงเรียนนี้ไปมาแล้วครั้งหรือสองครั้งนี้แหละครับ แล้วก็หลงเสียเกือบชั่วโมง รอบนี้ก็คิดว่าจะหลงอีก เพราะจำไม่ได้แล้วว่าไปเส้นทางไหน ที่สำคัญครั้งนี้กับครั้งที่แล้วไปคนละเส้นทางกันครับ
ระหว่างเส้นทางจะไปถึงโรงเรียน ตลอดเส้นทางเลยครับ เห็นทหาร ตำรวจลาดตระเวนกันเกือบจะเรียกได้ว่าทุกๆ ครึ่งกิโลเมตรเลย ทำเอาเสียวสันหลังว๊าบเลยครับ นึกว่ามีเหตุการณ์อะไรตึกเครียดหรือเปล่า คิดไปคิดมา ฮิฮิ นายนี้ใจกล้าจริงๆ มาเส้นทางไม่คุ้นเคย เข้าพื้นที่สีแดง ดันมาคนเดียว (ฮิฮิ ตอนนึกนี้คือเริ่มกลัวแล้วครับ) ยิ่งเข้าถนนเล็ก ยิ่งคิดได้ว่า ความจริงน่าจะชวนใครมาเป็นเพื่อนสักคน
ปรากฏว่า รอบนี้ไปไม่หลงทางเลยครับ ต้องยกนิ้วให้คนทำแผนที่ให้ผมครับ ขับเลยไปแค่เพียงแยกเดียวเอง พอไปถึงและได้เห็นกำหนดการก็ยิ่งต้องยอมรับว่า คิดผิดจริงๆ ที่มาคนเดียว ความจริงน่าจะชวนอาจารย์ท่านอื่นมาร่วมคุยด้วยสักคนก็ดี
โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนใหญ่ครับ มีนักเรียนสองพันคน ที่สำคัญทุกคนต้องพักหอพักของโรงเรียนครับ อนุญาตให้กลับบ้านได้เดือนละครั้ง ที่สำคัญการกลับบ้านก็ต้องด้วยมีผู้ปกครองมารับ มาส่งเท่านั้น เงื่อนไขนี้มีเหตุผลประกอบเยอะครับ เหตุผลสำคัญก็เพราะรร.นี้อยู่นอกเมืองเดินทางเข้าออกลำบาก เลยต้องให้ความมั่นใจในความปลอดภัยของนักศึกษาด้วยการดูแลของผู้ปกครองครับ
ผมสะดุดตาหลายอย่างครับ อย่างแรกคือ ที่เรียกว่า แบแระ หรือถ้าที่บ้านผมก็จะเรียกว่า ปอเนาะ ครับ เป็นกระท่อมที่พักของนักเรียน ที่แปลกตาคือ เป็บแบแระที่ไม่ได้ยกพื้น เป็นกระท่อมที่ไม่มีใต้ถุ่น ซึ่งภาพลักษณ์ของแบแระในสมองผมคือ กระท่อมยกพื้นครับ แต่ผมได้รับการยืนยันจากครูที่นั่นว่า นี้แหละคือแบบดั่งเดิม
อย่างต่อมาคือ มัสยิดครับ ใหญ่โตมาก แล้วทางโรงเรียนก็ภูมิใจนำเสนอว่า มัสยิดนี้ไม่ได้มาจากเงินสนับสนุนจากต่างประเทศ แต่เป็นการบริจาคจากศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และชุมชน ก็ต้องยอมรับครับโรงเรียนนี้มีประวัติมาอย่างยาวนานครับ ผู้หลักผู้ใหญ่ทางศาสนาในสามจังหวัดส่วนใหญ่ก็เคยมาร่ำเรียนที่นี้มาแล้วครับ
บรรยากาศการเป็นวิทยากรของผมก็เป็นไปด้วยความคึกคักครับ แต่ยอมรับว่า สภาพร่างกายผมไม่ค่อยจะถึงสี่สิบเปอร์เซนเท่าไร เจ็บขาเอามากๆ เลยครับ เดาเอาว่าเนื่องมาจากการขับรถไปกลับปัตตานี สตูล
กลับมาถึงบ้านก็หกโมงเย็นครับ พร้อมๆ กับสภาพร่างกายที่คิดว่า พรุ่งนี้จะไปทำงานไหวหรือเปล่า เพราะอาการอย่างนี้ต้องนอนพักเยอะๆ เท่านั่นแหละครับจึงจะดีขึ้นเอง วิธีการอื่นๆ แก้ไขอาการนี้ไม่ได้เลย
เช้าวันนี้ อ.คอเหล็ด โทรมาย้ำว่า ผมต้องเป็นหนึ่งในกรรมการตรวจสอบภายในของคณะอิสลามศึกษาครับ ฮือ ก็ต้องไปทำงานอีกครับ แต่ยอมรับครับว่า คงเป็นกรรมการที่แย่คนหนึ่งตามหลักการประกันคุณภาพครับ เพราะไม่ได้ศึกษาเอกสารการประเมินของหน่วยงานก่อนไปประเมินเลยครับ ไปมือเปล่า แล้วก็สงสัยเล็กน้อยว่า ทำไมกรรมการคนอื่นมีเอกสารพร้อม งัยของผมไม่มี แฮะแฮะ นึกขึ้นได้ว่า เค้าคงเอาไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานผมแล้วกระมั่ง แต่ผมเองแหละที่ไม่ได้ไปดูเลยว่า บนโต๊ะมีอะไรวางอยู่บ้าง
ผมไม่ได้เป็นผู้ประเมินภายในมานานหลายปีแล้วครับ ได้รับมอบหมายมารอบนี้เลยงงๆ ดีที่ประธานกรรมการอย่าง อ.เจ๊ะเหลาะห์ จาก ม.นราฯ อธิบายทบทวนให้กระจ่างขึ้น แล้วก็ทำหน้าที่ไป พลางทำงานปากก็บ่นให้เจ้าหน้าที่ประกันของมหาวิทยาลัยไปว่า ไม่น่าตั้งผมเป็นกรรมการประเมินเลย เจ้าหน้าที่ก็แย้งมาว่า ผมเป็นคนที่หลายหน่วยงานร้องขอให้ไปเป็นผู้ประเมินหน่วยงานครับ แต่เขาเลือกให้ผมมาที่คณะอิสลามศึกษาเพียงที่เดียวแล้ว ออ.เหรอ งั้นก็ขอบคุณครับที่ให้เป็นเพียงหน่วยงานเดียว แต่ก็แปลกใจว่า ทำไมมาเป็นที่ต้องการกันในปีนี้ หลายปีที่ผ่านมาไม่เห็นมีหน่วยงานไหนเชิญให้ไปประเมินเลย
ไม่ค่อยอยากเชื่อตัวเองเท่าไรครับว่า ทำไมรอบนี้การตรวจสอบเอกสารต่างๆ การเรียนรู้ผลการประกันของคณะอิสลามศึกษา ทำผมเครียดได้ ฮือออออออ เสร็จกิจกรรมวันแรก ก็ห้าโมงกว่าครับ ส่วนพรุ่งนี้ก็นัดกันแปดโมงครึ่งครับ
วันนี้ได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับการบริหารงานเยอะครับ แล้วก็รู้สึกสบายใจที่ตัวเองไม่ต้องรับผิดชอบหน้าที่นี้อีกแล้ว