ความรับผิดชอบ

ในแวดวงการทำงานของแม่ต้อย มีน้องหนึ่งที่แม่ต้อยได้ทำงานร่วมกับเธอเป็นเวลานานทีเดียว และเป็นคนหนึ่งที่เป็นทีมงานในการสร้างความรักให้งอกงามในโรงพยาบาลที่ขยายตัวมากขึ้นๆ  ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แม่ต้อยได้รับข่าวที่น่าเศร้าใจว่าคุณพ่อของเธอได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

       ที่แม่ต้อยจะเล่าในวันนี้คือ จากการทำงานร่วมกันมาเธอค่อนข้างเป็นคนใจแข็งและเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองทำอย่างมาก ดังนั้นแม่ต้อยจึงแทบไม่ค่อยเห็นความท้อแท้ปรากฏออกมาไม่ว่าจะมีปัญหาข้อขัดข้องอะไรก็ตามที

       ในวันที่แม่ต้อยจะทราบข่าวว่าเธอสูญเสียคุณพ่อของเธอนั้น เป็นวันที่แม่ต้อยมีโครงการใหม่ที่จะต้องนำเสนอ ซึ่งเธอเป็นคนที่จะต้องทำหน้าที่เป็นเลขานุการโครงการ  เรานัดกันก่อนหน้าหนึ่งวันว่า ทุกคนจะมาเตรียมงานตอนเช้าเพื่อนำเสนอในตอนบ่าย เราทั้งหมดที่เกี่ยวข้องจะต้องไปด้วยกัน

เช้าวันนั้นเธอมาทำงานตามปกติ เมื่อเตรียมงานเรียบร้อย แม่ต้อยก็บอกว่าเดี๋ยวเราจะออกจากที่ทำงานเวลาเที่ยงครึ่งเพื่อให้ทันการเสนอข้อมูลในเวลา บ่ายโมงครึ่งตามที่กำหนดไว้

       แม่ต้อยสังเกตเห็นเธออึกอักก่อนที่จะบอกว่า คุณพ่อหนูเสีย แล้วก็นิ่งไปสักครู่ และบอกต่อเบาๆว่าหนุขออนุญาตบ่ายนี้คะ ในวินาทีนั้นแม่ต้อยมีความรู้สึกที่บรรยายไม่ได้ ความรับผิดชอบในงานของเธอที่มาพร้อมกับการสูญเสียครั้งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต ยากที่จะทำให้เกิดความพอดี หรือสมดุล แต่เธอได้เลือกข้างที่จะมาทำงานให้เสร็จในเวลา สองสามชั่วโมง ซึ่งที่จริงเพียงแต่เธอบอกให้ทราบก็เป็นความชอบธรรมอย่างยิ่งมากแล้ว ไม่มีใครปฏิเสธได้อย่างแน่นอน

       ด้วยความที่แม่ต้อยมีงานติดต่อกันจนถึงเสาร์ อาทิตย์ แม่ต้อยจึงมีโอกาสได้ไปร่วมงานคุณพ่อของเธอในวันสุดท้ายคือวันฌาปนกิจ วันนั้นเป็นงานที่เรียบง่าย แต่มีความอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง แขกที่มาล้วนเป็นญาติมิตรที่ผูกพันกันมานาน เธอทำหน้าที่เจ้าภาพได้เป็นอย่างดี พิธีต่างๆเป็นไปตามขั้นตอน     ในตอนนั้นไม่ทราบอะไรมาดลใจ ทำให้แม่ต้อยมีความคิดแวบในใจว่า อยากให้เธอได้อ่านบทกลอน หรือคำพูด เพราะๆให้คุณพ่อเธอฟังเป็นครั้งสุดท้ายเสียจริงๆ  เพราะในการทำงานด้วยกัน แม่ต้อยจะขอให้เธอทำหน้าที่ในการอ่านเรื่องราว หรือเรื่องสั้นที่ดีดีให้โรงพยาบาล เพื่อเกิดแรงบันดาลใจตลอดมา และเธอก็ทำได้เป็นอย่างดียิ่ง

    ดูเหมือนว่าสิ่งที่แม่ต้อยคิดไว้มีผล ในช่วงตอนสุดท้าย พีธีกรของงานได้เชิญให้เธออ่านบทกลอนเพื่อแสดงความอาลัยคุณพ่อของเธอเป้นครั้งสุดท้าย ในวินาทีนั้นทุกคนนิ่งเงียบ เสียงเธออ่านบทกลอนอย่างช้าๆ ต่อหน้าคุณพ่อของเธอ เสียงเธอแผ่วเบาลงทุกทีๆจนได้ยินเสียงสะอื้นมาแทนที่  แม่ต้อยพยายามเอาใจช่วยเพื่อให้เธอมีพลังใจและเข้มแข็งอย่างที่เธอเคยเป็น ในใจนั้นหวนเปรียบเทียบกับทุกครั้งที่เธอได้อ่านเรื่องราวดีดีให้โรงพยาบาล เรามักจะเล่าเรื่องดีดีให้โรงพยาบาลทั้งนี้เพื่อสร้างพลังใจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับโรงพยาบาล ไม่คิดสักนิดว่าจะต้องมาฟัง เธออ่านบทกลอนให้ตัวเอง ในวันที่เธอมีความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงด้วยน้ำตาที่นองหน้าและเสียงสะอื้นที่ขาดเป็นช่วงๆ อย่างนี้

 

       ในวันนี้เธอได้ทำหน้าที่ที่ดีที่สุดแล้วสำหรับคนที่เป็นลูก และดีที่สุดแล้วสำหรับคนที่รับผิดชอบในการทำงาน

และแม่ต้อยขอเป็นกำลังใจให้เธอตลอดไปนะคะ พอลล่า