หวังพึ่งสิ่งอื่นเหมือนสัตว์ทั้งหลายหวังพึ่งเสียงไก่ขันแล้วจึงตื่นขึ้นมา

ยามเช้าเสียงไก่ขันหลายตัว  สดใสสอดแทรกมาแต่ไกล ๆ มีเสียงนกเขาส่งเสียงร้องบ้างบางเบาแล้วเสียงต่าง ๆ ก็ดังมาสับสนปนเปโดยเฉพาะเสียงรถมอเตอร์ไซค์แผดเสียงเหมือนรถแต่งเสียงของวัยรุ่นทั้งหลาย  เสียงของธรรมชาติเลยจางหายไป 

 เห็นรถมุ่งไปถนนปุณณกัณฑ์ข้าง ๆ มอ. หาดใหญ่เยอะมากรถติดเป็นนานเลยสอบถาม  โอ้  เด็ก ๆ ไปสอบเข้าโรงเรียน ม.1 ม.4 ที่ มอ. นี่เองถึงว่ารถติดแงกเลยละยามเช้านี้

พูดถึงไก่ขันมีเรื่องเล่าจำมาได้ความว่า...เจ้าไก่อูตื่นขึ้นมาวันหนึ่งเห็นดวงจันทร์กลมโต  แต่ฟ่าขี้ตาเลยนึกว่าเป็นดวงตะวันขึ้นมายามรุ่งอรุณแล้วเลยส่งเสียงขันเจื้อยแจ้ว  ทำให้บรรดาสัตว์ต่าง ๆ ถือเอาเสียงไก่ขันเป็นนาฬิกาปลุกตื่นขึ้นมากันทั้งป่า 

มีนกบินเฉียดหัวไก่อูไปจับต้นไม้ใกล้แล้วหัวเราะ  ไก่อูเลยถามเจ้านกฮูก  เองหัวเราะทำไมวะ ...ก็หัวเราะเองนะสิ...นี่มันพระจันทร์วันเพ็ญเองขันทำไม..อิ อิ อิ  งั้นเหรอ...ไก่อูผิดไปแล้วขอโทษเพื่อน ๆ ที่ทำให้ตื่น 

หันมามองชีวิตคนเรามีมากนะที่ชอบตามคนอื่น  ไม่เป็นตัวของตนเอง  ให้คนอื่นมากำหนดชีวิตตน  หวังพึ่งสิ่งอื่นเหมือนสัตว์ทั้งหลายหวังพึ่งเสียงไก่ขันแล้วจึงตื่นขึ้นมา  ทั้ง ๆ ที่คำพระว่า...ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน...ก็ไม่เข้าใจ 

 อันที่จริงคนเราพึ่งใครไม่ได้ทั้งนั้นละ พึ่งเทพเจ้าก็ไม่ได้  พึ่งพระสงฆ์องคเจ้าก็ไม่ได้ ต้องพึ่งตนเองจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องเที่ยงธรรม.