ค่ำแล้ว... ความมืดสลัวได้พาความเงียบเหงาถาโถมเข้าสู่หัวใจของฉัน ซึ่งในขณะนั้นอยู่ในวัย 8 ขวบ อย่างยากที่จะทานทน ก่อนหน้านั้น.. ยามนั้น... เป็นเวลาที่พ่อแม่ลูกได้อยู่กันพร้อมหน้า แต่แล้วพ่อซึ่งเป็นครูประชาบาลต้องย้ายไปสอนต่างอำเภอ ฉันต้องอยู่กับตาและยาย ไม่มีใครปริปากถึงสาเหตุการย้าย ฉันคาดเดาว่าพ่อคงไม่ถูกกับตาเพราะท่านเคยทะเลาะกันอย่างรุนแรง ความคิดถึง ความเงียบเหงา เศร้าหมองเกาะกินใจของฉันเนิ่นนานเป็นแรมปี...แต่แล้วก็มีครู... ซึ่งเปรียบเสมือนน้ำทิพย์มาชโลมใจที่โหยหาของฉันให้กลับแช่มชื่น

            ครูวัชรินทร์   โสไกร   มาสอนขณะที่ฉันอยู่ชั้น ป.2 ครูขยันหมั่นเพียร อดทน เสียสละ เพียบพร้อมด้วยคุณธรรม  ครูเปลี่ยนสภาพโรงเรียนจากที่เคยรกชัฎให้สวยสดไปด้วยไม้ดอกนานาพันธุ์ ครูบูรณาการความรู้คู่คุณธรรม โดยให้ศิษย์ตักบาตรทำบุญทุกวันพระ ครูสร้างนิสัยรักการอ่านด้วยการจัดหาหนังสือไว้ที่ห้องสมุด และใส่ตะกร้าไว้ใต้ร่มไม้ ฉันจึงรับรู้เรื่องราวของวรรณคดีไทยและอมตนิทานของชาติตะวันตกทุกเรื่องตั้งแต่อยู่ชั้น ป.4 นอกจากนี้ยังได้เล่นหมากฮอสหรือแชร์บอล ครูไปเยี่ยมบ้านศิษย์ทุกคนซึ่งต่างพากันจัดบ้านให้สะอาดและปลูกดอกไม้สวยงามไว้อวดครู ผู้ปกครองประทับใจจึงพากันมาช่วยพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนโดยทั่วกัน

            ครูเป็นอัจฉริยบูรพาจารย์ เชี่ยวชาญศาสตร์และศิลป์น่าอัศจรรย์ นอกจากสอนได้ดีทุกวิชาแล้ว ครูยังเก่งทางดนตรี นาฎศิลป์ เช่น ตีระนาด เล่นอังกะลุง รำไทย ฯลฯ ทั้งหมดศิษยานุศิษย์ได้รับการถ่ายทอดจนชำนาญ สามารถแสดงในงานของโรงเรียน ชุมชน และแสดงที่ต่างโรงเรียนเพื่อถักทอสายใยแห่งมิตรไมตรี ครูให้ปลูกพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ ยามพักกลางวันครูให้ตกปลาในทุ่งนาข้างโรงเรียนเพื่อนำมาประกอบอาหารกลางวัน  ในวันหยุดครูสอนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ของเพียงให้ช่วยกันดูแลต้นไม้ที่ช่วยกันปลูกไว้ให้สดชื่น ครูฟื้นฟูประเพณีลอยกระทง สงกรานต์ ทำให้วัฒนธรรมไทยสืบทอดยืนยง  ครูจัดการแข่งขันกีฬาระหว่างหมู่บ้าน ทำให้ชุมชนสมัครสมานสามัคคี ใช้เวลาที่มีค่าให้เป็นประโยชน์ และห่างไกลอบายมุข

            สิ่งที่ครูสร้างสรรค์ทำให้ฉันไม่เหงาอีกต่อไป ตื่นเช้าขึ้นมาใจจดจ่ออยู่ที่โรงเรียน เวลาเรียนได้เรียนอย่างสนุกสนาน เลิกเรียนได้ฝึกซ้อมกิจกรรมที่เพลิดเพลิน เมื่อกลับบ้านก็ได้อ่านหนังสือที่ขอยืมมา วันหยุดเรียนพิเศษเสร็จแล้ว   ได้ดูแลไม้ดอก    ผักสวนครัว  ฉันได้แสดงออกในทางสร้างสรรค์ ได้รำไทย ได้ร้องเพลงลูกทุ่ง ในงานต่าง ๆ    ได้ไปประกวดความสามารถด้านภาษาไทย     บางครั้งเมื่อครูไปธุระหรือไปเที่ยวกับครอบครัว ครูก็ให้ฉันไปด้วย ยามฉันเจ็บป่วยครูได้คอยดูแลจนหาย ครูมักไปที่บ้านของฉันเพราะตากับยายเป็นผู้ใหญ่ที่ครูเคารพนับถือ ครูสนิทสนมกับครอบครัวของฉันเสมือนญาติ ไม่ผิดเลยหากจะเปรียบครูเป็น พ่อคนที่สอง

            ความรู้   ความสามารถพื้นฐานที่ฉันเก็บเกี่ยวจากครูอย่างเต็มที่   เมื่อฉันไปศึกษาต่อ   จึงมีความพร้อม ผลการเรียนอยู่ในระดับแนวหน้า มีความมั่นใจสูง เพื่อน ๆ  ต่างเลือกให้เป็นหัวหน้าห้อง เมื่อมาเป็นแม่พิมพ์ของชาติ  ฉันก็ได้แรงบันดาลใจจากครู มีครูเป็นดวงประทีปนำทางให้ก้าวเดินไปอย่างถูกต้องตามครรลองของชีวิตได้อย่างมั่นคง   ฉันจึงเป็นครูที่ได้รับการยกย่องสรรเสริญ  แม้ว่าหน้าที่ที่ฉันปฏิบัติจะเป็นเพียง หนึ่งในร้อยเมื่อเทียบกับที่ครูเสกสรรค์ไว้  แต่ฉันก็พยายามเป็นแบบอย่างที่ดีกับนักเรียนเหมือนกับที่ฉันมีครูเป็นต้นแบบ
         ปัจจุบันฉันได้ไปเยี่ยมครูเมื่อมีโอกาสและส่งของขวัญพร้อมคำอำนวยพรไปให้ในวาระสำคัญ พระคุณอันใหญ่หลวงของครูผู้เป็น
ปูชนียบุคคลดังคำอุปมาที่ว่า คุณพระอาจารย์อ้าง  อาจสู้สาครนั้น คงไม่มีวันตอบแทนได้หมดสิ้น  ฉันขอน้อมกตัญญู บูชาครูทั้งทางกาย วาจา และดวงจิตบริสุทธิ์ ความดีงามของครูอยู่ในดวงใจของฉันตลอดมาและจะประทับอยู่ในความทรงจำของฉันเนิ่นนาน...นิรันดร์

                                      ******************************************

นางเพ็ญศรี  สมบูรณ์วงศ์  ครูโรงเรียนวัดไทร(สินศึกษาลัย) .ท่ากระชับ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม