แม่ของผมเล่าให้ฟังว่าก่อนที่หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญจะละสังขารเพียงไม่กี่วัน ท่านสั่งให้ลูกศิษย์นำเชือกคล้องกับกลอนประตูกุฏิของท่าน  ท่านบอกว่า   “ถ้าข้าเป็นอะไรไปในกุฏิ พวกแกจะได้ไม่ต้องทำลายของสงฆ์ มันเป็นบาป”

ลูกศิษย์ที่อยู่ในเหตุการณ์ของบ่ายวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๓๓ ก่อนที่หลวงปู่จะมรณภาพในวันรุ่งขึ้นได้เล่าให้ฟังว่า หลวงปู่ชี้ให้ดูแสงรัศมีที่อยู่บนท้องฟ้าในบริเวณวัด นอกจากนี้ยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่มีผู้บันทึกไว้ในหนังสือพระผู้จุดประทีปในดวงใจว่า บ่ายวันนั้นขณะที่ท่านกำลังเอนกายพักผ่อนอยู่นั้นได้มีนายทหารอากาศท่านหนึ่งเพิ่งจะเดินทางมากราบหลวงปู่เป็นครั้งแรก หลวงปู่ได้ลุกขึ้นนั่งต้อนรับด้วยใบหน้าที่สดใส ราศีเปล่งปลั่งเป็นพิเศษ กระทั่งบรรดาศิษย์ ณ ที่นั้นผิดสังเกต หลวงปู่แสดงอาการยินดีเหมือนรอคอยบุคคลผู้นี้มานาน ท่านว่า "ต่อไปนี้ข้าจะได้หายเจ็บหายไข้ซะที" ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าท่านกำลังจะโปรดลูกศิษย์คนสุดท้ายของท่าน หลวงปู่ได้แนะนำการปฏิบัติธรรมให้แก่นายทหารท่านนั้นพร้อมทั้งให้เขานั่งปฏิบัติต่อหน้าของท่าน ซึ่งเขาก็สามารถปฏิบัติได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ท่านย้ำในตอนท้ายว่า "ข้าขอฝากให้แกไปปฏิบัติต่อ"

คืนนั้นยังคงมีคณะศิษย์มากราบนมัสการท่าน ท่านได้พูดว่า "ไม่มีส่วนใดในร่างกายที่ไม่เจ็บปวดเลย ถ้าเป็นคนอื่นคงเข้าห้องไอซียูไปนานแล้ว" พร้อมทั้งพูดหนักแน่นว่า "ข้าจะไปแล้วนะ"

ท้ายที่สุดท่านได้เมตตากล่าวย้ำให้ทุกคนตั้งอยู่ในความไม่ประมาท "ถึงอย่างไรก็ขออย่าได้ทิ้งการปฏิบัติ" หลังจากนั้นหลวงปู่ก็กลับเข้าไปพักผ่อนในกุฏิ และละสังขารภายในกุฏิของท่านขณะที่ท่านกำลังจะออกมาโปรดญาติโยมและศิษยานุศิษย์ เมื่อเวลาประมาณ ๕ นาฬิกา ของวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๓ รวมสิริอายุได้ ๘๕ ปี ๘ เดือน ๖๕ พรรษา


อ้างอิงเนื้อหาบางส่วนจากหนังสือ...พระพรหมปัญโญ พระผู้จุดประทีปในดวงใจ