วันนี้เป็นวันครู ผมอยากเล่าประสบการณ์ที่เกี่ยวกับครูที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน exclusive มากๆ วันนั้นเป็นวันครูครับ ผมไปวัดสะแกกับแม่ตอนเช้า หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ นั่งโปรดลูกศิษย์ที่มาทำบุญ ถวายภัตตาหารและสังฆทานที่หน้ากุฏิไม้เหมือนเช่นเคย

เมื่อท่านฉันภัตตาหารเสร็จ ท่านก็จะให้พร แม้ว่าหลวงปู่จะชราภาพแล้วก็ตาม แต่เท่าที่ผมจำได้ท่านยังคงให้พรเต็มบทเหมือนกันทุกวันหลังจากนั้นลูกศิษย์ต่างช่วยกันยกอาหารมาวางเรียงต่อๆกันเป็นแถวยาวตรงหน้ากุฏิของหลวงปู่ จากนั้นก็ได้เวลาบุฟเฟ่ต์เด็กวัดเหมือนเช่นเคย เรานั่งหันหน้าเข้าหากันเพื่อทานข้าว ถ้ามีใครพูดคุยกันมากระหว่างทานข้าว หลวงปู่มักจะบอกว่า...... "อ้าว  พวกแกระวังน่ะ เดี๋ยวผีจะเข้าปาก !!! "

หลังจากทานข้าวเสร็จ ผมก็ไปนั่งสมาธิ เพราะจิตอยากไปท่องเที่ยวตามประสาเด็กๆ ผมได้ข่าวว่ามีช้างพยศจากไหนไม่รู้หลุดมาพักอยู่หน้าวัด ผมเกิดนึกสนุกอยากไปขี่หลังช้างในสมาธิ ช้างที่ว่านั้นมาจากต่างจังหวัดครับ เพื่อมาร่วมงานที่เพนียดคล้องช้าง แต่กลับพยศแล้วมุ่งหน้ามาทางวัด แล้วมาสงบอยู่ที่โรงเรียนวัดสะแก ซึ่งอยู่อีกฟากคลองตรงข้ามกับวัด

พอนั่งสมาธิผมก็เริ่มภาวนาไปเรื่อยๆ พอจิตสงบก็ตั้งจิตอธิษฐานว่า....“หลวงปู่ครับ ผมอยากไปขี่หลังช้างครับหลวงปู่ ขอบารมีหลวงปู่พาไปด้วยครับ” นั่งไปสักครู่หนึ่ง ผมก็ออกจากสมาธิและไปกราบลาหลวงปู่กลับบ้านพร้อมกับแม่ด้วยความสงสัย

วันรุ่งขึ้นผมก็ไปโรงเรียนตามปกติ จำได้ว่ากำลังจะเริ่มเรียนวิชาภาษาอังกฤษอาจารย์ถามว่า บ้านใครอยู่ใกล้วัดสะแกบ้าง ผมกับเพื่อนอีกคนยกมือขึ้น นึกว่าอาจารย์มีอะไรจะให้ช่วย

“หลวงปู่ดู่มรณภาพแล้วนะ”
ผมกับเพื่อนมองหน้ากัน แล้วอึ้งไปชั่วขณะ ในใจก็นึกว่า เมื่อวานนี้เรายังไปทำบุญกับหลวงปู่อยู่เลย หลวงปู่พาไปขึ้นหลังช้างด้วย
จากนั้นสิ่งที่ผมสงสัยในสมาธิก็ได้รับคำตอบโดยอัตโนมัติ เพราะช่วงที่ไปนั่งหลังช้างก็ไปกับหลวงปู่ แต่พอขากลับ ท่านไม่ยอมกลับมากับผมซะอย่างงั้น ท่านได้แต่นั่งยิ้มอยู่บนหลังช้าง

เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งที่ผมจดจำไม่ลืมเลย รู้สึกว่าท่านยังอยู่ใกล้ๆ เพิ่งจากเราไปไม่นาน ทั้งๆที่ท่านละสังขารไปตั้งแต่ปี 2533 แล้วก็ตาม


คำแนะนำ

เพื่อสาระและบันเทิงในธรรม

โปรดใช้วิจารณญาณและพิจารณาตามหลักกาลามสูตร 10 ในการอ่าน : )