เนื่องในวันครู . . . ผมขอนำข้อความบางตอนที่ผมได้พูดคุยกับท่านๆหนึ่งผ่านอีเมล์ มาให้อ่านกันข้างล่างนี้ . . .
"ระบบการศึกษาของไทย . . . หลังจากที่กระทรวงศึกษาธิการได้นำระบบการทำผลงานทางวิชาการเพื่อให้ครูในระดับประถมและมัธยมศึกษา ได้เลื่อนวิทยฐานะที่สูงขึ้น พร้อมกับเงินวิทยาฐานะซึ่งก็น่าจะหลักหมื่นบาท (ก็ทำนองการทำผลงานเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ ผศ. รศ. ศ. ของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย)
อาจารย์เชื่อไหมครับ มีญาติผมที่เป็นครูหลายคน เล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ก็เกิดธุรกิจรับทำผลงานทางวิชาการขึ้น โดยกลุ่มครูหรือคนที่มีความสามารถทางวิชาการหน่อย ค่าใช้จ่ายก็อยู่ราว 50,000 - 120,000 บาท หรืออาจมากกว่า ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นก็คือ "เด็กไม่ได้อะไรจากการปฏิรูปการศึกษาเลย ยิ่งเรียนยิ่งฉลาดน้อยลง" เพราะครูก็มัวเอาแต่เวลาไปทำ Papers เพื่อส่งประเมิน ที่ไม่ทำเองก็แสดงให้เห็นว่าครูคนนั้นก็ไม่ได้มีการพัฒนาองค์ความรู้ หรือนวัตกรรมทางการสอนอะไรที่ใหม่ๆ ขึ้นมาเลย ก็ไปจ้างคนอื่นทำ ส่งประเมินผ่าน ก็ได้รับเงินวิทยฐานะมาเดือนละ 10,000 บาท
ส่วนครูที่รับทำ แทนที่จะเอาเวลาไปพัฒนาการสอน พัฒนาเด็ก ก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงานรับจ้างคนอื่น แม้ว่าอาจจะได้ความรู้เพิ่ม แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับเด็กหรือไม่ . . ."
ดิฉันจบปริญญาโท รับราชการมาตั้งแต่ปี 2537 ก็เป็นผู้หนึ่งที่ประสบปัญหากับตัวเองค่ะ คือ ได้เสนอผลงานขอชำนาญการ ระดับ 8 เสนองานวิจัย 2 ชิ้น ผลการพิจารณาทราบจากการบอกเล่าของคณะกรรมการฯ ภายใน ว่าไม่ผ่าน ด้วยเหตุผลในบางส่วนที่คิดว่าไม่ให้ความเป็นธรรม เนื่องจากระเบียบฯ ไม่ได้ระบุว่าทำไม่ได้ แต่เป็นดุลยพินิจของประธานฯ คือ ลักษณะงานที่ทำไม่จำเป็นต้องมีชำนาญการ จึงไม่พิจารณาผลงานว่าดีต่องานหรือไม่ (แต่ยกเว้นหัวหน้างานดังกล่าวทำได้)แล้วทำไมไม่ระบุให้ชัดเจนในระเบียบฯ ไปเลยว่างานใดทำไม่ได้ และไม่ให้โอกาสได้เข้าร่วมชี้แจง
ดิฉันทำผลงานด้วยความรู้ความสามารถด้วยตัวเองทั้งหมด (ไม่ได้จ้างทำ) เสียทั้งกำลังใจ กำลังกาย และกำลังทรัพย์ แต่มีข่าวว่าบางคนไม่ได้ทำด้วยความสามารถของตัวเอง แต่ลักษณะงานควรมีชำนาญการ ก็ผ่านด้วยความราบรื่น บางท่านลักษณะงานดี แต่งานที่รับผิดชอบมีน้อยมาก ก็ด้วยการที่ได้ผู้บังคับบัญชาสนันสนุนเซ็นผ่านตามขั้นตอนอย่างรวดเร็ว
ดิฉันคิดว่า การพัฒนาตน เป็นการพัฒนางาน และพัฒนาองค์กรด้วย ไม่ว่าลักษณะงานจะเป็นอย่างไร ทุกงานมีความสำคัญเท่ากันหมด ขึ้นอยู่กับผู้ใดมอง ถ้าผู้นั้นเป็นผู้ที่ไม่ได้รู้จริงในลักษณะงานนั้น ๆ ไม่เคยทำ ไม่เคยสัมผัส ก็จะไม่รู้ว่างานนั้นมีความยากง่าย ซับซ้อนเพียงใด มีเทคนิคที่ต้องนำมาใช้อย่างไร แล้วมาตัดสินว่าไม่เหมาะนั้น ดิฉันเห็นว่าคนผู้นั้นไม่เหมาะสมจะเป็นผู้กำหนดอนาคตของคน ขาดคุณธรรม และจริยธรรม
อ่านแล้วรู้สึกเหมือนอาชีพครูไม่มีเกียรติเลย
อคติไปหรือเปล่า มองอนาถามาก มองทางบวกบ้างก็ดี เพราะทุกคนได้ดี มีคนนับถือทุกวันนี้ อย่าลืมว่าส่วนหนึ่งมาจากครูของตัวเอง คิดว่าไม่มีใครจะสามารถนิพพานความรู้ได้ด้วยตัวเอง
วันนี้วันครูค่ะเราไปบูชาครุกันเถิดนะคะ
ดิฉันได้ทราบจากเพื่อนซึ่งเป็นครู เพื่อนคนนี้บอกว่าไปจ้างศึกษานิเทศคนหนึ่งทำผลงาน ซึ่งเค้าทำกันเป็นทีมค่ะ ค่าจ้างด้วยเงินกว่า 100,000 บาท เป็นเรื่องจริงค่ะ และเพื่อนคนนี้ก็ผ่านการพิจารณาเป็นครูที่มีความรู้ความสามารถอย่างภาคภูมิใจ แล้วเป็นไงค่ะ การศึกษาไทยปฏิรูปอย่างไรก็ล้มเหลวมาทุกยุคทุกสมัย และเยาวชนไทยจึงมีความสามารถในการแข็งขันในระดับประเทศและต่างประเทศต่ำลง
ผมขอมอบเพลงนี้แด่ "คุณครู" ทุกๆ ท่าน
"ครูบาอาจารย์ที่ท่านประทานความรู้มาให้
อบรมจิตใจให้รู้ผิดชอบชั่วดี
ก่อนจะนอนสวดมนต์อ้อนวอนทุกที
ขอกุศลบุญบารมีส่งเสริมครูนี้ให้ร่มเย็น
ครูมีบุญคุณจึงขอเทิดทูลเอาไว้เหนือเกล้า
ท่านสอนพวกเราอบรมพวกเราไม่เว้น
ท่านอุทิศไม่คิดถึงความยากเย็น
สอนจนรู้จัดเจน เฝ้าเน้น เฝ้าแนะมิได้อำพราง
* พระคุณที่สาม งดงามแจ่มใส
แต่ว่าใครหนอใคร เปรียบเปรยครูไว้ว่าเป็นเรือจ้าง
พลาดจากความจริง ยิ่งเห็นว่าผิดทาง
มีใครไหนบ้างแนะนำแนวทางอย่างครู
บุญเคยทำมาแต่งปางใด ใดเรายกให้ท่าน
ตั้งใจกราบกราน ระลึกคุณท่านกตัญญู
โรคและภัยอย่าหมายแผ้วพานคุณครู
ขอกุศลผลบุญค้ำชู ให้ครูเป็นสุขชั่วนิรันดร์..."
สวัสดีวันครูครับ อาจารย์
ขอแสดงคารวะจิตต่อคุณูประการที่อาจารย์
และทีมงานได้สร้างไว้ให้แก่แผ่นดินไทย
และขอแสดงความคารวะผ่านหนังสือที่อาจารย์แปล
ไปยังท่าน Osho ด้วยครับ
ด้วยจิตคารวะ
สวัสดีครับ ท่านอาจารย์ beyondKM :)
ปัญหานี้ค้างคาใจผมอยู่ตลอดเวลา เนื่องด้วยผมเป็นครูที่ทำหน้าที่ผลิตครูออกมาสู่สังคม รับฟังเรื่องราวเหล่านี้ก็รู้จักท้อใจเป็นอย่างมาก
ได้เคยเขียนบันทึกเรื่องราวเล่านี้ไว้หลายบันทึก เช่น
หลายครั้งได้พูดคุยกับครูหลายท่าน ก็รู้สึกยินดีเมื่อพบครูที่เป็นครูดีจริง ๆ แต่หลายครั้งกลับได้รับความรู้สึกของการต่อต้าน ถูกต่อว่า ก็เป็นครูมหาวิทยาลัยจะไปเข้าใจครูประถม มัธยม ได้อย่างไร หรือได้รับข้ออ้างอื่น ๆ กลับมา เช่น คณะกรรมการประเมินฯ มีปัญหา ไม่มีมาตรฐาน ฯลฯ
แต่ผมไม่เคยต่อต้านวิธีคิดของการให้ผลงานวิทยฐานะนี่เลยสักครั้ง แต่ผมมองว่า ระบบการประเมินไม่มีมาตรฐาน ไร้คุณภาพ นโยบายของกระทรวงฯ ที่ออกมาไม่คิดถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น การทุจริต การว่าจ้างทำผลงาน การท้อถอยของความไม่ยุติธรรม มีการเปิดช่องโหว่ให้ครูไม่ดี ๆ ให้สามารถคัดลอก จ้างทำได้
รู้สึกเหนื่อยครับที่มาแตะเรื่องเหล่านี้ แต่เห็นหน้าเด็กนักเรียนแล้ว ก็สงสารจับใจ
ขออภัยอาจารย์ครับ ... ที่เขียนเรื่องราวสับสนมากมาย แต่รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ ไม่ได้อิจฉาริษยาเงินของครูที่จะได้ประการใด แต่อยากให้สิ่งดี ๆ ตกอยู่กับครูดี ๆ ครับ
ขอบคุณอาจารย์ที่เปิดประเด็นครับ
ป.ล. อาจารย์เคยเจอผมที่แม่ฮ่องสอน ร้านโปสการ์ด ครับ ... อาจารย์มาถามทางไปปางอุ๋ง จำได้ไหมครับ :)
เรียนท่านอาจารย์
สวัสดีครับ
ผมเป็นคนหนึ่งที่เรียกตัวเองว่าครู แต่เป็น "ครูฝึก" ครับ ครูแบบที่ผมทำอยู่ ผมมีอิสรภาพจริง ๆ ครับ อย่างไรเสีย ผมก็ได้แต่เห็นใจ "ครูในโครงสร้าง" อย่างจริงใจครับ ผมทราบดีว่าว่าเวลาถูกโครงสร้างของสังคมกดทับแล้วรู้สึกอย่างไร
อันนี้ไม่ได้หมายความว่า ออกมาอยู่นอกโครงสร้างแล้วมีอิสรภาพนะครับ หัวใจไม่ได้อยู่ที่ "ใน" หรือ "นอก" โครงสร้าง ที่สำคัญอยู่ที่ต้องฝึกฝนไปจนถึงขั้นที่หลวงพ่อพุทธทาสเรียกว่า "อยู่โดยปราศจากผู้อยู่" ครับ
ขออวยพรให้คุณครูทุกท่านจงเห็นทุกข์โดยปราศจากผู้เห็น แล้วความสุขจะเบ่งบานออกมาเองครับ
กลับมาอ่าน "Dialogue" ที่เป็นข้อเขียนอีกครั้งค่ะ เพื่อต่อยอดความคิดค่ะ และขอแสดงความเคารพท่านอาจารย์ประพนธ์ด้วยค่ะ
เห็นท่าน รมว.ศึกษาออกมากรับปากมั่นเหมาะในการแก้ปัญหาเรื่องนี้...ก็หวังว่าครูจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อยู่กับเด็กๆ สอนอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องวิทยฐานะที่กฎเกณฑ์หลากหลาย จนเกิดปัญหานี้ขึ้น...คุณครูคงได้อยู่ ร.ร.กับเด็กๆเหมือนในอดีตคะ
ขอกราบ พ่อแม่ ครูอาจารย์ .....
ทุกคน ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ คือ ครู
สวัสดีค่ะ อาจารย์
ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ ที่ให้ของขวัญล้ำค่า สำหรับ..ครูดี
สวัสดีค่ะ
ครูต้อยกราบคารวะครูทุกอย่าง ทุกคนในโลกนี้
ทุกอย่าง ทุกคน ที่สอนเรา ชี้นำทางเราเดินบนความถูกต้อง
อย่างสง่างาม
ความถูกต้องคุ้มครองตัวเราและคนรอบข้างค่ะ
อ่านแล้วก็มึน ...ต่างคน ต่างความเห็น ล้วนมีเหตุผลด้วยกันทั้งสิ้น
ทุกเหตุผลน่าศึกษา เพื่อพัฒนาต่อยอด
ให้เกิดสิ่งดีงามขึ้นในวงการศึกษา และคุณงามความดี
ขอบคุณค่ะ
เอามาฝากค่ะ
มาอ่าน ค่ะ sensitive นะคะ หัวข้อนี้
บางครั้งบางที เอาใหม่ บ่อยครั้ง..เห็น รับรู้อยู่บ่อย ๆ ว่า
หลาย ๆ คนที่ได้เลื่อนวิทยฐานะ ไม่ได้ทำผลงานด้วยตัวเอง
นักศึกษาป.โท ป.เอก บางสาขาวิชาก็ไม่ได้ทำผลงานด้วยตัวเอง
บางคนที่เป็นหัวหน้าหน่วยงาน ก็..เช่นกัน ไม่ได้ผลิต/ทำผลงานด้วยตัวเอง
ในฐานะที่เป็นผู้ตรวจผลงาน หลายระดับ รับทราบจากการจับผิดพบ ว่า เจ้าของงานไม่ได้ผลิต/ทำ เขียนด้วยตัวเองทั้งหมด
ถ้าผ่านขบวนการ อ่าน ย่อย แล้วนำมาเขียนใหม่ นำเสนอ แนวคิดเพิ่มเติม เพื่อต่อยอดไม่ว่ากันคิดว่าดีด้วย ถ้าอ่านมามาก ๆ (ความเห็นจากหลาย ๆ กรรมการคิดเห็นคล้ายกัน)
แต่ถ้า copy-->paste ไม่ยอมกันค่ะ
จะยิ่งแตกประเด็นไปกันใหญ่มั้ยคะ พอก่อนดีกว่า..
มาร่วมแสดงความเคารพ "ครูผู้สร้าง" อีกคนครับ ผมลงชื่อร่วมต่อต้าน "ระบบที่มองไม่เห็นคุณค่าของครู" ขอขอบคุณและคารวะทุกท่านต่อไปนี้ครับ... ครูมือหนึ่ง (ครูที่บ้าน) ครูมือสอง (ครูที่สถานศึกษา) และ ครูพิเศษ (ผู้มีพระคุณทุกท่าน, คนดีๆ ทุกท่าน, ผู้คนดีๆ จากกรณีดีๆ ที่ได้ร่วมเรียนรู้ ฯลฯ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตประจำวัน) ขอ link บันทึกเก่าที่เคยเขียนเกี่ยวกับครูไว้ด้วยนะครับ คลิกที่นี่
สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขออนุญาตอาจารย์ให้เป็นครูของหมอเพราะมาอ่านเอาความรู้บ่อยๆค่ะ ขอให้อาจารย์และครอบครัวมีความสุขกายสุขใจตลอดปี2552นะคะ
ขอขอบคุณ "อาจารย์"หมออัจฉรา และบรรดาครูทุกคนของผมใน gotoknow ที่เข้ามา "เติมเต็ม" ให้ผมเสมอ . . . รู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งในบุญคุณจริงๆ ครับ
สวัสดีครับอ.ประพนธ์ ผมเคยเป็นลูกศิษย์อ.ครับที่วิทยาลัยนวัตกรรมครับ พึ่งมาพบผม Blog ของอ.ครับนั่งไล่อ่านมาเรื่อยๆครับ ขอร่วมแลกเปลี่ยนความคิดด้วยครับ
ผมมองปัญหาของการศึกษาไทยว่ามาจากการเมืองครับ ไม่มีเสถียรภาพ เปลี่ยนรัฐบาลบ่อย นโยบายก็เปลี่ยนบ่อย บางเรื่องทำเป็นแฟชั่นครับ(เพื่อประโยชน์ทางการเมือง)ไม่คำนึงถึงความพร้อมของโรงเรียนในสังกัดครับ บางครั้งนโยบายดี แต่ก็ยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงหรือพัฒนาให้ดียิ่งๆขึ้นไป มีการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลก็เปลี่ยนนโยบายหรือไม่ก็ไม่พัฒนาหรืออุดช่องโหว่ของนโยบายที่ดีแต่ก็ต้องปรับปรุงอยู่บ้าง จึงทำให้การพัฒนาทางการศึกษาขาดช่วงครับ
อย่างเรื่องการทำวิทยฐานะผมว่าเป็นนโยบายที่ดีครับเพื่อเป็นการกระตุ้นให้คุณครูพัฒนาตัวเองครับ แต่ในปัจจุบันโรงเรียนยังมีปัญหาคุณครูไม่พอกับจำนวนนักเรียน บางโรงเรียนขออัตราครูเพิ่มไปหลายสิบอัตราก็ไม่ได้รรับการอนุมัติ จึงทำให้คุณครูคนหนึ่งยังต้องสอนประมาณยี่สิบคาบต่อสัปดาห์ นักเรียนห้องหนึ่งสี่สิบถึงหกสิบคนครับ คุณครูจะเอาเวลาที่ไหนทำวิจัยครับอันนี้น่าจะเป็นต้นเหตุอย่างหนึ่งของการจ้างทำวิจัยครับ ไม่นับกิเลสส่วนบุคคลนะครับ