ความเสียหายให้แก่ระบบราชการ "สมใจนึก-สมหมาย-ศุภรัตน์" เจอฟันทางอาญา ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ปลัดกระทรวงการคลังโดนหนัก ถูกพ่วงความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ "ป.ป.ช." เตรียมส่งความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาพิจารณาโทษทางวินัย "กรณ์" แหยงเผือกร้อน ไม่กล้าให้ความเห็น อ้างยังไม่ทราบรายละเอียด
นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกฯ แถลงเมื่อวันพุธถึงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า ตามที่ ป.ป.ช.ได้รับเรื่องกล่าวหาคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ก.พ. ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีมีหนังสือสำนักงาน ก.พ.แจ้งเวียนไปยังส่วนราชการ โดยปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และขั้นตอนการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักบริหาร 9 และกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้ารับการคัดเลือกไม่เป็นไปตามมติ ครม.
นายกล้านรงค์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังได้รับเรื่องกล่าวหานายสมใจนึก เองตระกูล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงการคลัง กับพวก ในฐานะคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักบริหาร 9 (กระทรวงการคลัง) ดำเนินการคัดเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมสรรพากรโดยมิชอบ ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน โดยมีนายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนโฆษก ป.ป.ช.ระบุว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะอนุกรรมการไต่สวนแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงฟังได้ว่า คุณหญิงทิพาวดีได้นำเสนอเรื่องระบบนักบริหารระดับสูงต่อ ครม.เพื่อขอความเห็นชอบ และอนุมัติให้นำระบบดังกล่าวมาใช้ โดยสำนักงาน ก.พ.จะจัดทำบัญชีของผู้มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักบริหารระดับสูง กลุ่มที่ 1 (นักบริหาร 9) จากผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมและผ่านการประเมิน โดยผู้ที่ผ่านการประเมินจะมีชื่ออยู่ในบัญชีนักบริหาร และบัญชีจะมีอายุ 2 ปี ซึ่งที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2543 มีมติเห็นชอบให้สำนักงาน ก.พ. นำระบบดังกล่าวมาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2544เขากล่าวว่า แต่ในวันที่ 15 ส.ค. 2544 คุณหญิงทิพาวดีได้ดำเนินการออกหนังสือเวียน แจ้งส่วนราชการเพื่อดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกข้าราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับ 9 เพิ่มเติม นอกเหนือจากที่ ครม.ได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว ซึ่งหลักเกณฑ์เพิ่มเติมดังกล่าวทำให้มีผู้ได้รับความเสียหายและฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง จนในที่สุดศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาว่า การที่สำนักงาน ก.พ.กำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมดังกล่าวไม่ชอบด้วยมติ ครม. และไม่เป็นธรรมแก่ผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้ผ่านการประเมิน ดังนั้นหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2544 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย "คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่าผลจากการกระทำของคุณหญิงทิพาวดี ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ได้สร้างความเสียหายแก่ ครม.และระบบราชการในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างร้ายแรง ส่งผลเสียหายอย่างใหญ่หลวงในด้านข้อกฎหมาย และคำสั่งทางปกครองทำให้สถานภาพความเป็นข้าราชการและการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ในตำแหน่งของผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับความกระทบกระเทือนอย่างร้ายแรง การกระทำของคุณหญิงทิพาวดีจึงเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบราชการ มติ ครม.หรือนโยบายของ
รัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 มาตรา 85 วรรคสอง"
ส่วนกรณีกล่าวหานายสมใจนึก เองตระกูล ปลัดกระทรวงการคลังขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการ คัดเลือกข้าราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนักบริหาร 9 (กระทรวงการคลัง) นายสมหมาย ภาษี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รองปลัดกระทรวงการคลังในขณะนั้น นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล อธิบดีกรมสรรพากรขณะนั้น ปัจจุบันเป็นปลัดกระทรวงการคลัง นายวีระ ไชยธรรม ที่ปรึกษาระบบราชการ สำนักงาน ก.พ. และนายเมธี ภมรานนท์ ผู้แทน ก.พ. ใน อ.ก.พ. กระทรวงการคลัง ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตในการคัดเลือกข้าราชการเพื่อดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมสรรพากร
ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าว ผู้ได้รับความเสียหายจากการคัดเลือกได้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุด ซึ่งได้มีการพิพากษาว่า การดำเนินการคัดเลือกไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และมีการกระทำที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้สมัคร โดยพฤติการณ์เชื่อได้ว่ามีการกำหนดตัวบุคคลไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่เป็นธรรมต่อผู้สมัครรายอื่น จึงทำให้คำสั่งแต่งตั้งรองอธิบดีกรมสรรพากรดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นายกล้านรงค์กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของนายสมใจนึก นายสมหมาย นายศุภรัตน์ และนายวีระ มีมูล ถือเป็นความผิดอาญา ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 ส่วนนายเมธี ซึ่งในขณะกระทำผิดได้พ้นจากราชการไปแล้วมีมูลความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86"นอกจากนี้ นายศุภรัตน์ยังมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการด้วย โดย ป.ป.ช.จะส่งรายงานเอกสารและความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย และส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกกล่าวหาต่อไป" นายกล้านรงค์กล่าว
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ยังไม่ได้รับทราบรายละเอียดกรณีที่ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดข้าราชการหลายรายที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันคัดเลือกข้าราชการพลเรือนสามัญ เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมสรรพากร (นักบริหารระดับ 9) โดยมิชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของราชการ หรือมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาบางคนมีความผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งถ้าผู้ถูกกล่าวหายังเป็นข้าราชการอยู่ คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงต้องมีมติให้ไล่ออกหรือปลดออกจากราชการ "ดังนั้นจึงยังไม่ขอให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยขอทราบรายละเอียดทั้งหมดจาก ป.ป.ช.ก่อน และจะพิจารณาว่ามีประเด็นที่ต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป ผมยังไม่ได้รับทราบรายละเอียด ดังนั้นยังไม่มีความคิดเห็น ขอรับทราบรายละเอียดจาก ป.ป.ช.ก่อน แล้วจะดูว่ามีประเด็นอะไรที่ต้องดำเนินการต่อไป" นายกรณ์กล่าว
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สำหรับนายศุภรัตน์ ปลัดกระทรวงการคลังนั้น มีความใกล้ชิดสนิทกับ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกทาบทามให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ไทยโพสต์ แนวหน้า 15 มกราคม 2552
ข่าวนี้สะเทือนวงการข้าราชการระดับสูงดีมากครับ ... พวกเขาจะได้ทราบว่า หากทำผิด ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งใหญ่แค่ไหน ก็ต้องได้รับผลกรรมนั้นด้วยตัวเอง :)
ขอบคุณครับ