Day 5       18 Oct.     Nikko ---à Aomori   (ไม่ถึงกันง่ายๆ)

อิ่มเอมพอสมควรกับสองวันสองคืนเต็มๆเพื่อการเข้าถึงจิตวิญญาณของคนญี่ปุ่นที่นิกโก้ (ตามสมควร)ดังที่เขาเขียนไว้บนแผ่นป้ายในรถไฟว่า Nikko is Nippon.

 

ตามแผนของเราในการใช้บัตร JR Pass (Japan Rail Pass) ให้คุ้มที่สุด(ในเจ็ดวันติดกัน)คือจะเริ่มใช้ในวันนี้แหละค่ะเพื่อเดินทางยาวสู่เมือง อาโอโมริ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเหนือสุดคือจังหวัดอาโอโมริ(Aomori Prefecture) ชื่อเดียวกันเลย เราเตรียมพร้อมเรื่องการจองที่นั่งและขบวนรถตั้งแต่เมื่อวาน โดยไปที่สถานีรถไฟเจอาร์ อยู่ถัดมาจากสถานีรถไฟโทบุที่ขามาเรามาด้วยขบวนพิเศษ Spacia

(อยากชมหน้าตารถหรูSpacia เชิญที่นี่ได้ค่ะ http://www.tobu.co.jp/foreign/spacia/index.html)

ที่นิกโก้ สถานีเจอาร์ดูเล็ก เงียบและเก่ากว่าสถานีรถไฟโทบุ เจอเจ้าหน้าที่คุณลุงใจดี ใช้คอมพิวเตอร์คล่องแคล่วมากในการเช็คเที่ยวและขบวนรถให้

 

จากข้อมูลที่เราเตรียมตัวมา เราทราบว่าต้องต่อรถไฟกันหลายขบวน โดยออกจากนิกโก้แล้วไปสู่สายหลักเจอาร์ภาคตะวันออก ตั้งหลักที่เมืองอุทสึโนมิยะ

 

นิกโก้  ----à อุทสึโนมิยะ ------à ฮาจิโนเฮะ ------à อาโอโมริ

Local train              Shinkunsen             Limited Express

 

เราขอให้เขาทำตั๋วให้ตลอดจนถึงอาโอโมริเลย โดยขอให้มีเวลาที่สถานีอุทสึโนมิยะราวๆชั่วโมงหนึ่งจะได้ซื้อเกี๊ยวซ่าเป็นเสบียง ก็อุทสึโนมิยะนั้นมีชื่อเสียงว่าเป็นถิ่นกำเนิดเกี๊ยวซ่านะคะ แถมยังเป็นบ้านเกิดของซาดาโอะ วาตานาเบ้ นักดนตรีแจ๊ซผู้ดังก้องโลก คนอุทสึโนมิยะเขาภูมิใจและเรียกเมืองของเขาว่าเป็น Jazz Town ค่ะ ปรากฏว่าเพื่อให้ไม่ต้องเสียเวลาในการรอหรือไปต่อเจอขบวนรถหวานเย็น Local Train คุณลุงทำตั๋ว

·        ออกจากอุทสึโนมิยะให้เป็น Limited Express

·        ให้ไปเปลี่ยนรถอีกครั้งที่เซนไดเป็น Shinkunsen  ไปฮาจิโนเฮะ

·        จากฮาจิโนเฮะไม่มีชิงกันเซ็นให้นั่งแล้ว สุดสายแค่นี้ค่ะ จากจุดนี้ก็จะมีแต่ Local Train(รถไฟท้องถิ่น จอดบ่อยมาก) และ Limited Express

(รถด่วนจำกัดวิ่งเร็วมากแต่แพ้ชิงกันเซ็น พวกนี้จะจอดตามสถานีหลักๆ

·        จากฮาจิโนเฮะ เราจะต่อด้วยรถJR Limited Express มีชื่อขบวนว่า Super Shiratori นั่งไปอีกชั่วโมงหนึ่งก็ถึงอาโอโมริ

  

รถไฟมีหลายขบวนหลายประเภทมากเรายังเพิ่งใช้ก็งงๆอยู่ คุณลุงว่ายังไงก็เชื่อตามนั้นก็แล้วกัน

รถด่วนลูกกระสุน Shinkunsenจะมีหัวรถแหลมๆ ให้แหวกอากาศวิ่งได้เร็ว เป็นรถสองชั้นก็มีเท่มากอย่างรูปซ้ายมือ ที่เท่มากๆคือขบวนที่ชื่อโนโซมิ -Nozomi(ภาพขวามือ) เขาว่าเป็นรุ่นล่าสุด(ตอนที่เราอยู่ที่นั่น) วิ่งระหว่างโตเกียว-โอซาก้า ซึ่งขบวนนี้ไม่รวมอยู่ในบัตรเจอาร์พาสค่ะ

วันนี้ฤกษ์ดีได้นั่งรถไฟหลากประเภท และเนื่องจากกำลังเห่อในการใช้บัตรเจอาร์สำหรับรถไฟชั้นหนึ่ง ที่เรียกว่า Green Car เลยขอเล่าเรื่องรถไฟกันยาวหน่อยค่ะ

 

ขอย้ำว่าการเที่ยวทางรถไฟแบบใช้ตั๋วพิเศษเจอาร์นี้ต้องซื้อจากนอกประเทศญี่ปุ่นนะคะ ถึงญี่ปุ่นจึงไปจัดการเอาใบสั่งซื้อ ไปแลกเป็นบัตรซึ่งเราต้องบอกเขาเลยว่าจะเริ่มใช้เมื่อไหร่ เขาก็จะนับวันแล้วลงวันสุดท้ายในบัตร จะไปไหนๆก็แค่แสดงตั๋วและจองที่นั่ง

 

โปรดสังเกตความยับเยินของบัตรที่ผ่านการใช้งานค่ะ ^___^

 

ข้อแนะนำคือแม้ว่าจะเป็นตั๋วชั้นหนึ่ง ก็ควรไปทำจองที่นั่งก่อนขึ้นรถ หรือจองล่วงหน้าไว้วันสองวันก็ได้หากเรารู้กำหนดการแน่ๆของตัวเอง การไปทำจองที่นั่งไว้ดีหลายอย่างเพราะเราก็จะได้นั่งตู้ที่เป็นเฉพาะสำหรับผู้ที่จอง รู้เลขที่นั่งสบายใจ หาไม่เราจะต้องไปขึ้นขบวนสำหรับชั้นหนึ่งก็จริงแต่เจอว่างตรงไหนนั่งตรงนั้น

ตู้ที่นั่งชั้นหนึ่งบางทีก็มีคนจองเต็มทำให้อาจต้องไปนั่งตู้ธรรมดา เสียเวลาทำการจองที่นั่งนิดหน่อยแต่ทำให้หมดปัญหาไปหลายประการ

บางเส้นทางที่ต้องใช้รถไฟท้องถิ่นจะไม่ต้องจองที่นั่ง เพราะไม่มีตู้ชั้นหนึ่ง แต่เขาจะมีตู้พิเศษสำหรับผู้ที่ถือตั๋วกรีนคาร์  เขาจะติดประกาศไว้แต่เราเพิ่งเห็นตอนวันท้ายๆแล้ว

การเข้า-ออกจากสถานีนั้นคนธรรมดาเขาต้องแสดงตั๋วหรือสอดบัตรเหมือนเราใช้รถไฟฟ้า คิวยาวมาก แต่ของเราเพียงไปที่ช่องที่เจ้าหน้าที่ยืนอยู่แล้วกางบัตรให้เขาดู ผ่านฉิวเลยค่ะ (แม้เป็นบัตรเจอาร์พาสแบบธรรมดาก็ผ่านเข้า-ออกอย่างนี้เหมือนกันค่ะ เราก็ทำภูมิใจลมๆแล้งๆไปเรื่อยที่ใช้บัตรรถไฟชั้นหนึ่ง)

 

ตู้ที่เป็นที่นั่งชั้นหนึ่งจะมีสัญลักษณ์เป็นเหมือนใบไม้สี่แฉกสีเขียว ที่นั่งหรู กว้างขวางราวนั่งเครื่องบินทีเดียวค่ะ แถมหากเป็นการนั่งระยะทางยาวเขาจะมีพนักงานสาวเข้ามาโค้งที่หน้าประตู แล้วเดินถามทีละแถวว่าจะดื่มอะไร มีทั้งร้อนและเย็นให้เลือก พร้อมแจกกระดาษเย็น โก้จริงๆ สักพักก็มีรถเข็นพวกของขบเคี้ยวมาขาย พนักงานสาวคนเดียวกันนี้จะเป็นทั้งพนักงานต้อนรับ ตรวจตั๋ว และเข็นของขบเคี้ยวมาขาย ใช้คนคุ้มสุดๆ

 

ระบบรถไฟเขาทำให้พวกบ้านนอกอย่างเราไม่กังวลในการถึงจุดหมายด้วยการมีบอร์ดแจ้งสถานีที่จะถึงเป็นภาษาอังกฤษด้วย

 

ส่วนมากคนญี่ปุ่นที่นั่งรถไฟชั้นหนึ่งเราเห็นเป็นนักธุรกิจ และคนที่ดูท่าทางจะรวยแต่งตัวดีมาก มีพวกเรามอซอแบบทัวริสต์ขึ้นไปเขาต้องนึกว่าไอ้พวกนี้ขึ้นผิดตู้หรือเปล่า ที่จริงตู้ที่นั่งปกตินั้นก็หรูกว่ารถไฟไทยมาก สะดวกสบาย สะอาด เพียงแต่คนเยอะ แต่หากเราจัดการเรื่องจองที่นั่งล่วงหน้าก็ไม่มีปัญหาอะไรได้นั่งแน่

  • การเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่นนี่ไร้กังวล ประทับใจยิ่งจริงๆค่ะ

สนใจการท่องเที่ยวด้วยรถไฟลองไปดูตั๋วราคาพิเศษได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ

http://www.jnto.go.jp/eng/arrange/transportation/discount_railways.html

 

  • หรือดูแผนที่ญี่ปุ่นว่าเมืองสำคัญๆอยู่ตรงไหนเพื่อดูระยะทางคร่าวๆก็ที่นี่เลยค่ะ

http://www.jnto.go.jp/eng/map/index.html

 (ขอบคุณ JNTO สำหรับภาพตู้รถไฟกรีนคาร์และรถชิงกันเซ็นค่ะ)

ออกจากนิกโก้นั่งรถไฟตามที่เล่าใช้เวลาราวสามชั่วโมงกว่าๆก็ถึงจุดหมายอาโอโมริค่ะ ไม่เหนื่อย ไม่เพลียเลย แต่วันนี้ยาวแล้วขอยกไปเล่าต่อเรื่องเที่ยวชมสิ่งน่าสนใจตอนหน้านะคะ