ไพเราะ-เพราะดี

อันเนื่องมาจากเข้าไปอ่านบันทึก ขโมยบล็อก..รับปีใหม่ ของคุณครูพยอมที่เป็นบทกลอนบอกเล่าถึงความเข้าใจผิดซึ่งมักทำให้ใครต่อใครผิดหวัง โดยเฉพาะเรื่องรักๆ ใคร่ๆ  อ่านแล้วไม่รู้สึกเศร้าแต่กลับรู้สึกดี  เพราะตัวเองก็เคยเข้าใจผิดว่ามีคนๆ หนึ่งเกิดมาเพื่อเป็นคู่กับเรา

แต่พอลืมตาตื่นจากฝันแล้วยอมรับว่าเราเข้าใจผิดจิตใจก็ย่ำแย่ไปพักใหญ่ เดินไปไหนมาไหนต้องค่อยๆ เดิน เพราะมันเจ็บหน้าอก ตกหลุมตกร่องแทนจะเจ็บเท้าดันแปล๊บที่หน้าอก หายใจลึกๆ เมื่อไหร่เป็นเจ็บแปล็บที่ใจอีกแล้ว  โอ้แม่เจ้า นึกว่าตายแหง๋มๆ  แต่สุดท้ายก็รอดมาได้ 

รู้สึกดีกับบทกลอนเลยอยากฝากความเห็นทิ้งไว้และระหว่างพิมพ์ฝากข้อความได้ชื่นชมบทกลอนว่า เพราะดี พิมพ์แล้วชะงักไปครู่หนึ่งเกิดคำถามว่า "เพราะ"  ใช้ในความหมายชมบทกลอนได้หรือเปล่า

กลอนนี้เพราะดี อืม...ใช้แบบนี้ผิดแน่นอน สรุปกับตัวเองว่าอย่างนั้น...

มานั่งคิดต่อว่าเมื่ออ่านบทกลอนแล้วต้องการชื่นชม ใช้คำว่าอะไรจึงจะเหมาะ  จะใช้ว่าบทกลอนไพเราะดีก็รู้สึกแปลกๆ “ไพเราะ” เคยแต่อ่านไม่เคยใช้จริงสักที    ชื่นชมว่า"กลอนสัมผัสดี" เอ่อ อันนี้ไปกันใหญ่ตัวเองยังจำไม่ได้ว่ากลอนแปดมีสัมผัสในสัมผัสนอกแบบไหน  “กลอนนี้จับใจมาก" อันนี้ไปไกลแล้วยิ่งคิดยิ่งหลอน แค่ชมกลอนนี่ยังยุ่งยากขนาดนี้ ภาษาไทยของเรานี้คงนี่ไม่ใช่อ่อนแล้วท่าทางมันเหลวเลยทีเดียว

สุดท้ายเก็บความสงสัยเอาไว้ถามที่พึ่งประจำ "กูเกิล" ในยามว่าง ระหว่างที่ค้นหาคำตอบก็บังเอิญพบบทกวีที่เคยอ่านและชื่นชอบสมัยที่เป็นวัยรุ่นยังทรนงในความเป็นคนธรรมดาของตน ซึ่งเขียนไว้ว่า

๑.โลกนี้มิอยู่ด้วย มณี เดียวนา
ทรายและสิ่งอื่นมี ส่วนสร้าง
ปวงธาตุต่ำกลางดี ดุลยภาพ
ภาคจักรพาลมิร้าง เพราะน้ำแรงไหนฯ
 
๒.ภพนี้มิใช่หล้า หงส์ทอง เดียวเอย
กาก็เจ้าของครอง ชีพด้วย
เมาสมมุติจองหอง หินชาติ
น้ำมิตรแล้งโลกม้วย หมดสิ้นสุขศานต์ฯ

เพิ่งรู้ตอนนี้เองว่านี้คือ “โลก” ของท่านอังคาร กัลยาณพงค์ อ่าน “โลก” อีกครั้งในวันนี้เมื่อผ่านวัยและเวลามาสิบกว่าปีความรู้สึกชื่นชมคงเดิมแต่กลับชื่นชอบ ”ปนิธานกวี”  มากกว่า ซึ่งบทแรกท่านว่าไว้ดังนี้

๑. ใครจะอาจซื้อขายฟ้ามหาสมุทร
แสนวิสุทธิ์โลกนี้ที่พระสร้าง
สุดท้ายกายวิภาคจะจากวาง
ไว้ระหว่างหล้าและฟ้าต่อกัน...

อ่านแล้วอิ่มอกอิ่มใจ เผลอนั่งอ่านอยู่เนิ่นนานกว่าจะเริ่มดำเนินการค้นคำตอบให้ตัวเองต่อ ค้นไปมาก็ยังเจอการใช้คำว่า "เพราะ" ชมบทกลอนอยู่ประปราย เอ หรือจะใช้ได้หว่า ว่าแล้วก็ค้นหาความหมายของคำว่า”เพราะ” และเจอท่านผู้รู้ในบอร์ดเว็บราชบัญฑิตท่านว่า “เพราะ” พจนานุกรมเก็บไว้เป็น 2 ความหมาย ความหมายที่1 เป็นคำวิเสษณ์ หมายถึง น่าฟัง, เสนาะ, ไพเราะ, เช่น เสียงเพราะ พูดเพราะ ส่วนความหมายที่ 2 เป็นคำสันธาน หมายถึง ด้วย, เหตุ, เพื่อ ดังนั้นคำว่า ไพเราะ กับ เพราะ 1 ก็สามารถใช้ในความหมายเดียวกันได้

สรุปว่าไม่ได้เขียนผิดตั้งแต่แรกแต่ทึกทักเองว่าผิด แล้วก็ทำเรื่องง่ายๆ ให้ยุ่งยากเสียเวลา แทนที่จะมุ่งไปค้นหาความหมายของคำว่า “เพราะ” ตั้งแต่แรก กลับแวะละเลียดผลงานของท่านอังคารอยู่เนิ่นนาน มานึกดูการกระทำของเรานี้คงเป็นนิสัยฝังอยู่ในรากแล้ว เพราะการใช้ชีวิตเราเองก็ชอบทำเรื่องง่ายให้ยุ่งยาก ชอบเดินเล่นแวะโน่นนี่ไม่เคยตั้งจุดหมายแล้วตรงดิ่งไปเหมือนกับชาวบ้านชาวช่องเขาสักที แถมยังมีหน้ามานั่งพอใจกับการเที่ยวเถลไถลอีกต่างหาก

แต่เอาเถอะถึงช้าหน่อยก็ได้คำตอบในที่สุดว่า “เพราะ” ใช้แทน”ไพเราะ”ได้ แม้ยังงงๆ ว่า “ไพเราะ” ตามความรู้สึกน่าจะเป็นคำชม “เสียง” ที่เราได้ยิน แต่เวลาอ่านบทกลอนคนเดียว เราอ่านในใจได้ยินเสียงอยู่ในหัวเราก็ใช้ไพเราะด้วยหรือ แต่ช่างเถอะเก็บความสงสัยไว้ก่อนยังไม่มีเวลาค้นหา เอาเป็นว่าตอนนี้รู้แค่ว่าถ้าเจอกลอนถูกใจแต่ไม่อยากใช้คำว่าไพเราะ ก็ชมไปก่อนว่าเพราะดี