ให้สามารถเผชิญกับ “ความไม่รู้” และเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ต่างๆ ได้ “โดยไม่ตัดสิน”

ก่อนที่จะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเทคนิคการภาวนาที่ไปฝึกมา ผมอยากจะพูดเรื่องความหมายเป็นบันทึกสุดท้ายว่า . . . การภาวนาที่ว่านี้ ไม่ใช่เรื่องของ “การสวดภาวนา อ้อนวอน (pray) อย่างที่บางคนเข้าใจ และก็ไม่ใช่ “การบังคับ” ให้จิตใจสงบนิ่งด้วยเช่นกัน

หากแต่เป็นกระบวนการที่สร้าง“การตื่นรู้” ฝึกให้ “รู้เนื้อรู้ตัว” ฝึกให้ “เปิด” ให้ “ยอมรับ” กับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ให้สามารถเผชิญกับ “ความไม่รู้” และเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ต่างๆ ได้ “โดยไม่ตัดสิน” ให้อยู่กับมันได้อย่าง “รู้เนื้อรู้ตัว” เป็นการเดินทางเข้าสู่ข้างใน (เยี่ยงนักรบ “ชัมบาลา”)

เป็นการเปิดพื้นที่ของความเป็นไปได้ (Creating Possibilities) และพร้อมที่จะรับกับความไม่แน่นอน (Facing Uncertainties) อย่าง “ผ่อนคลาย” พร้อมที่จะ “หลอมละลาย” ไปกับสถานการณ์นั้นๆ ได้

    ชาว สคส. และภาคีเครือข่าย