เจ้าตลาดเน็ตบุ๊ก เอเซอร์-อัสซุส โชว์โรดแมปเทคโนโลยีรับปีฉลู มุ่งเน้นรองรับการสื่อสารไร้สาย 3 จี-ไวแม็กซ์ พร้อมเพิ่มลูกเล่นจอทัขสกรีน-จอหมุนได้ เชื่อแนวโน้มตลาดโตพรวด หลังผู้เล่นจัดสินค้าลงสนามครบทุกราย
นายบุญชัย เงาวิศิษฏ์กุล ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายคอนซูเมอร์ ซิสเต็มส์ โปรดักต์ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจถึงแนวโน้มเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก หรือเน็ตบุ๊ก ที่กำลังเข้าสู่ตลาดปี 2552 ว่าเทคโนโลยีหลักๆ ที่เข้ามาเพิ่มเติมในกลุ่มผลิตภัณฑ์เน็ตบุ๊ก ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงในปีนี้นั้น ประกอบด้วย ขนาดหน้าจอ ซึ่งปีนี้จะมีเน็ตบุ๊กที่มีขนาดหน้าจอ 10 นิ้ว และ 11 นิ้ว เข้ามาทำตลาด
นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายต่างๆ เข้ามาเสริมการทำงานมากขึ้น อาทิ ช่องใส่ซิมการ์ด 3 จี ซึ่งจะช่วยให้สามารถรับส่งข้อมูลวิดีโอสตรีมมิ่งด้วยความเร็ว 7 เมกะบิตต่อวินาที และรองรับการใช้งานการสื่อสารไร้สายไวแม็กซ์ อย่างไรก็ตามการนำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาทำตลาดนั้นอาจต้องดูความพร้อมของผู้ให้บริการสื่อสารในไทยด้วย
นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีหน้าจอสัมผัส หรือ ทัชสกรีน เข้ามาเสริมการทำงาน แต่ไม่ใช่ฟังก์ชันการทำงานหลัก อย่างไรก็ตามเชื่อว่าระบบปฏิบัติการวินโดว์ส เซเว่น ของไมโครซอฟท์ ที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์รองรับการสั่งการแบบสัมผัส และคาดว่าจะมาทดแทนการทำงานของเมาส์นั้นจะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการใช้งานเน็ตบุ๊กหน้าจอทัชสกรีนมากขึ้น
นายบุญชัย กล่าวอีกว่าปี 2552 ตลาดคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก หรือเน็ตบุ๊ก ยังมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากมีผู้ผลิตคอมพิวเตอร์นำผลิตภัณฑ์เน็ตบุ๊ก เข้ามาทำตลาดครบทุกราย ซึ่งจะทำให้การแข่งขันในตลาดมีมากขึ้น และกระตุ้นให้ตลาดเติบโตขึ้น ทั้งนี้คาดว่าเน็ตบุ๊กน่าจะมีส่วนแบ่ง 20% ของตลาดโน้ตบุ๊กโดยรวมปีนี้
ด้านนายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัทอัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าปีนี้บริษัทจะมีผลิตภัณฑ์เน็ตบุ๊ก เข้ามาทำตลาดหลากหลายมากขึ้น ทั้งในส่วนของดีไซน์ตัวเครื่อง ซึ่งจะมีเน็ตบุ๊กรุ่นที่บางที่สุดในโลกเข้ามาทำตลาด ส่วนเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเสริมการทำตลาดนั้นหลักๆ คงเป็นเทคโนโลยีที่รองรับการใช้งาน 3 จี ซึ่งจะสอดคล้องกับแนวโน้มภาคธุรกิจที่มุ่งเน้นการทำงานแบบเคลื่อนที่มากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีในการสร้างรายได้ และประสิทธิผลในการนำงานมากขึ้น
ขณะที่เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายไวแม็กซ์นั้นคาดว่าจะเริ่มมีรุ่นที่รองรับไวแม็กซ์ออกมาประมาณกลางปี เช่นเดียวกับเทคโนโลยีจอสกรีน และจอแบบหมุนได้ ที่คาดว่าจะออกมาสู่ตลาดประมาณกลางปี
สำหรับตลาดรวมของเน็ตบุ๊กปีนี้นั้นคาดว่าจะมีสัดส่วนประมาณ 10-15% ของตลาดโน้ตบุ๊กที่คาดว่าจะมีตัวเลขราว 1,200,000-1,400,000 เครื่อง โดยการตอบรับเน็ตบุ๊กปีนี้จะเปลี่ยนไปจากปีที่ผ่านมาที่มองเป็นอุปกรณ์ของเล่นใหม่ทันสมัย หรือ แกดเจด แต่ปีนี้การตอบรับจากตลาดจะเป็นเรื่องลักษณะการใช้งานที่จะมีการลงรายละเอียดการใช้งานมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้งานแบบไร้สาย ทั้งนี้ในส่วนของอัสซุสนั้นคาดว่าปีนี้จะมีตัวเลขยอดขายเน็ตบุ๊กมากกว่า 100,000 เครื่อง
โดย ฐานเศรษฐกิจ
ดีสุดๆ การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในปัจจุบันทำให้สะดวกสบายการทำงานง่ายขึ้น
***** 4 คุณสมบัติหลักที่ Netbook ควรมี *****
ทุกวันนี้โน้ตบุ๊คขนาดเล็กที่เรียกว่า Netbook กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ รุ่นที่ได้รับความนิยมไม่น้อยก็อย่างเช่น Eee PC ของ Asus และ Aspire One ของ Acer ซึ่งหันมาเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ที่ชอบความกะทัดรัด ไม่แพง และใช้ง่าย
แต่ใครจะรู้ล่ะว่าจริงๆ แล้วคุณสมบัติพื้นฐานของ Netbook ที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ใฝ่หานั้นเป็นอย่างไร ผลการสำรวจดังต่อไปนี้ เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกามาบอกเล่าสู่กันฟัง ซึ่งอาจจะเป็นแนวทางสำหรับผู้ผลิตที่คิดจะเพิ่มยอดขายในไทยได้เช่นกัน
คุณสมบัติพื้นฐานที่ผู้บริโภคอยากได้จาก Netbook มีอยู่อย่างน้อย 4 ข้อ ได้แก่
1. แบตตเตอรี่ควรใช้ได้นานอย่างน้อย 4 ชั่วโมง สำหรับการเปิดเครื่องนานติดต่อกันโดยไม่เสียบปลั๊กเลย แต่จริงๆ แล้วผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการแบตเตอรี่ที่ใช้ได้นาน “ทั้งวัน” เพราะตัวเครื่องที่เล็ก ทำให้คนมักจะคิดว่ามันไม่น่าจะกินไฟมากนักนั่นเอง
2. ควรมีระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตนอกเหนือจาก wifi ในกรณีที่ผู้ใช้ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณ wifi เช่น การ์ด 3G ซึ่งเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือได้ (ในสหรัฐใช้ 3G เป็นเรื่องปกติ แต่ในเมืองไทย???)
3. ขอแค่มี hardware พื้นฐาน แต่ระบบต้องแรงพอตัว เพราะผู้ใช้ Netbook ย่อมไม่ต้องการการ์ดจอที่หรูหรา แต่กินไฟแบตเตอรี่มหาศาล ขอแค่มีลำโพงที่พอใช้ได้ คีย์บอร์ดที่สบายนิ้วมือ จอที่สบายตา แค่นั้นก็พอ ส่วนความแรงนั้น ขณะนี้ Netbook ในตลาดถือว่ามีอยู่พอตัว เพราะส่วนใหญ่ใช้ชิพ Intel Atom เป็นมาตรฐานแล้ว
4. ตัวเครื่องควรแข็งแรง ทนทานพอควร เพราะโดยธรรมชาติของการใช้งาน Netbook ย่อมจะถือไปใช้งานนอกบ้านอยู่แล้ว บางครั้งเครื่องอาจมีการกระแทกหรือตกหล่นบ้าง ก็ต้องไม่พังอย่างง่ายดาย
สุดยอดครับสนับสนุนครับทำให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้ยแต่มันจะใช้งานง่ายจิงเหรอครับข้อจำกัดนี่ซิสำคัญยิ่ง
ก้าวขึ้นไปอีกระดับแล้ว แต่อยากทราบราคาจริงๆเลย ว่าจะต่างกับรุ่นเก่ามากแค่ไหน
----------------------เพิ่มเติม-----------------------------
Netbook VS Notebook ความเหมือนที่แตกต่าง
--------------------------------------------------------------------------------
บรรยากาศในงานคอมมาร์ตที่ผ่านไปเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาจะเห็นกลุ่มผู้หญิงมาซื้อสินค้าไอทีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผู้หญิงกลุ่มนักศึกษาและวัยทำงาน
ปรากฏการณ์กลุ่มผู้หญิงที่มีทั้งเดินเดี่ยว เดินคู่ หรือเดินเป็นกลุ่ม ที่สอบถามรายละเอียดถึงคุณสมบัติของโน้ตบุ๊กภายในงานคอมมาร์ตในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีให้เห็นมากขึ้น จากแต่ก่อนส่วนใหญ่ผู้ซื้อมักจะเป็นผู้ชายมากกว่าที่จะให้ความสนใจเรื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอที
ผู้หญิงมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์มากขึ้นและสัดส่วนตัวเลขของประชากรผู้หญิงก็พบว่ามีมากกว่าผู้ชายทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ที่สำคัญกลุ่มผู้หญิงใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อออนไลน์พูดคุยกันมากกว่าผู้ชาย
ด้วยพฤติกรรมของผู้หญิงที่ชอบพูดคุยทุกที่ ทุกเวลา ผนวกกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตระบบ wi-fi ที่ติดตั้งอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ บริเวณภายในอาคารและร้านอาหารหลายๆ แห่ง จึงทำให้บริษัทผู้ผลิตโน้ตบุ๊กออกแบบโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ให้ความสำคัญในการออกแบบโดยเน้นรูปลักษณ์สีสันสวยงาม น้ำหนักเบา ทำให้สามารถเข้าไปอยู่ในกระเป๋าสะพายของผู้หญิงได้
การใช้โน้ตบุ๊กของผู้หญิงที่เพิ่มมากขึ้น สามารถสัมผัสได้จากการเปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ของค่ายผู้ผลิตและจำหน่ายในช่วงปลายปี
บริษัทฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด หรือเอชพี ได้เปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่น Mini 1000 ที่มีน้ำหนักไม่ถึง 1 กิโลกรัม และบาง 1 นิ้ว หน้าจอแสดงผล 10 นิ้ว
โน้ตบุ๊กรุ่น Mini 1000 มีคุณสมบัติการทำงานเทียบเท่ากับโน้ตบุ๊ก อาทิ ใช้ข้อมูลดูหนัง เล่นเกม ฟังเพลง จัดเก็บข้อมูล เน้นการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ออนไลน์ตลอดเวลา
โน้ตบุ๊กรุ่น Mini 1000 ของเอชพีเป็นสินค้าที่บริษัทกำหนดกลุ่มเป้าหมายใหม่ขึ้นมาที่บริษัทเรียกว่า "Mini Segment" เน้นสินค้าสวยงาม ขนาดเล็ก ราคาไม่แพง
กลุ่มผู้หญิงและวัยรุ่นจะเป็นกลุ่มตลาดใหม่ของเอชพีที่จะทำตลาดในปีหน้าเพิ่มมากขึ้นจากเดิมที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีราคาสูงตั้งแต่ 20,000 กว่าบาท ในขณะที่โน้ตบุ๊ก Mini 1000 ราคา 16,900 บาท
นอกจากค่ายเอชพีที่เปิดตัวโน้ตบุ๊กขนาดเล็ก บริษัทเบ็นคิว (ประเทศไทย) จำกัด สินค้าจากไต้หวันก็เปิดตัวเน็ตบุ๊ก BenQ Joybook Lite U101 โดยเลือกเปิดตัวประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชีย
เอเดรียน ชาง ประธานบริหารเบ็นคิว ประธานเบ็นคิว ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บอกว่าคนไทยมีไลฟ์สไตล์ในการใช้สินค้าไอทีค่อนข้างสูง
การเปิดตัวเน็ตบุ๊ก (Netbook) ของเบ็นคิวจะมีพรีเซ็นเตอร์ผู้หญิงทั้งหมด เน้นกลุ่มวัยรุ่น นักศึกษา และวัยทำงาน
เบ็นคิวกำหนดราคาจำหน่าย 16,900 บาท เป็นราคาเดียวกันกับเอชพี Mini 1000 กลุ่มเป้าหมายเดียวกันที่เป็นกลุ่มผู้หญิงที่ต้องการซื้อสินค้าราคาไม่แพง
เน็ตบุ๊กของเบนคิวมีน้ำหนักไม่ถึงหนึ่งกิโลกรัม หน้าจอ LED 10.1 นิ้ว ใช้อะตอม ซีพียูของอินเทล และจัดเก็บข้อมูล 160 GB ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์สเอ็กซ์พี
โน้ตบุ๊กและเน็ตบุ๊ก หากมองภายนอกจะมีหน้าตาที่คล้ายคลึงกัน แต่ที่เรียกชื่อแตกต่างเป็นเพราะว่ามีคุณสมบัติการใช้งานที่แตกต่างกัน
เน็ตบุ๊กจะใช้ทำงานในรูปแบบของการใช้งานทั่วไป ใช้งานอินเทอร์เน็ต หรือเรียกดูสื่อมัลติมีเดีย (Content Viewer) มีรูปแบบการใช้งาน พูดคุยกับเพื่อน ติดต่อสื่อสารกับกลุ่มเพื่อน เล่นอินเทอร์เน็ตนอกบ้าน เล่นไฟล์วีดีโอ เพลง
ส่วนโน้ตบุ๊ก (Notebook) ใช้งานสร้างสื่อมัลติมีเดียที่ใช้งานได้มากกว่าเน็ตบุ๊ก นอกจากเล่นอินเทอร์เน็ต คือการรองรับการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า อาทิ ตัดต่อภาพยนตร์ แปลงไฟล์เพลงจากแผ่น ดูภาพยนตร์ความละเอียดสูง (ฮาร์ดไดร์ฟ) เล่นเกม ใช้งานหลายๆ โปรแกรมพร้อมๆ กัน
เน็ตบุ๊กผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับการทำงานที่ไม่ซับซ้อนใช้งานทั่วไป
ชาง ประธานบริหารเบ็นคิว แปซิฟิค บอกว่าในอีก 1-2 ปีข้างหน้า พฤติกรรมการใช้โน้ตบุ๊กทั่วโลกจะเปลี่ยนไป ผู้ใช้จะเลือกผลิตภัณฑ์ที่เน้นการออกแบบมากขึ้น ราคาไม่แพง สามารถนำไปใช้ได้ทุกหนทุกแห่ง
ชางชี้ให้เห็นว่าคุณสมบัติของโน้ตบุ๊กสามารถรองรับการทำงานได้มากมาย แต่พฤติกรรมการใช้งานในสภาพความเป็นจริงทั่วไป ผู้ใช้ไม่ได้ใช้งานครบทุกฟังก์ชั่น หรือใช้งานเพียง 30% ของคุณสมบัติโน้ตบุ๊กที่รองรับการทำงาน และส่วนใหญ่จะใช้งานพื้นฐานทั่วไป ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่ต้องซื้อราคาแพง
เบ็นคิวจึงตัดสินใจนำเน็ตบุ๊กมาเปิดตัวในช่วงปลายปี เพราะมองว่าเป็นผู้ใช้มีแนวโน้มเลือกใช้เน็ตบุ๊กมากขึ้นและสะดวกต่อการพกพาใช้งานนอกบ้าน
อย่างไรก็ดี ผู้ใช้ที่หันมาใช้เน็ตบุ๊กจะมีโน้ตบุ๊กใช้งานอยู่ที่บ้านประจำอยู่แล้ว
เน็ตบุ๊กจะเป็นเหมือนเครื่องมือที่ใช้เล่นอินเทอร์เน็ตสำหรับเด็กรุ่นใหม่ ที่ชางเรียกกลุ่มนี้ว่า Net Gen เป็นกลุ่มที่สนุกสนานกับการใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่าการใช้งานอื่นๆ
เน็ตบุ๊กเปรียบเหมือนเครื่องมือใช้ในการสื่อสาร หรือ communication vehicle โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพราะเน็ตบุ๊ก BenQ Joybook Lite U101 สร้างขึ้นมารองรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 3.75 G รวมถึงรองรับเทคโนโลยีไวแม็กซ์ (Wimax) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาล่วงหน้าไปแล้ว ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่ได้พัฒนาเทคโนโลยีไปถึงระดับดังกล่าว ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ระหว่างการทดลองเทคโนโลยี 3G
ส่วนเทคโนโลยีไวแม็กซ์ อินเทลและกลุ่มทรูพยายามผลักดันให้เกิดเทคโนโลยีมาหลายปี แต่เทคโนโลยีไวแม็กซ์ยังไม่ได้ให้บริการเช่นเดียวกัน
สำหรับเอชพี Mini 1000 มีคุณสมบัติการทำงานเหมือนกับโน้ตบุ๊ก แต่เป็นโน้ตบุ๊กขนาดเล็กที่มีคุณสมบัติไม่เทียบเท่าโน้ตบุ๊ก
ซึ่งสามารถเปรียบเทียบการใช้งานของผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รูปแบบ คือ โน้ตบุ๊กเปรียบเหมือนการใช้รถยนต์ ส่วนเอชพี Mini 1000 เปรียบเหมือนใช้รถจักรยานยนต์ ส่วนเน็ตบุ๊กเปรียบเหมือนจักรยานไฟฟ้า
การแตกสายพันธุ์ของโน้ตบุ๊กออกไปเป็นหลายชื่อและหลากประเภท ขึ้นอยู่กับการทำงาน คงจะมีเพิ่มมากขึ้นเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เหมือนเช่นเน็ตบุ๊กที่มีเป้าหมายเน้นผู้ใช้ที่เป็นกลุ่มผู้หญิง กลุ่มวัยรุ่น และกลุ่มวัยเรียนรู้
ส่วนจะตรงใจผู้ใช้หรือเปล่าต้องรอคอยสักพักเพราะการผลิตเทคโนโลยีใหม่ๆ มักมาเร็ว แต่ก็มีตัวใหม่มาทดแทนเสมอ
ต่อไปในอนาคตเทคโนโลยีสมัยใหม่นี้คงจะมีราคาถูกลง เนื่องจากการแข่งขันสูง เป็นการดีต่อผู้บริโภคจริงๆ
---- เพิ่มเติม ----
เน็ตบุ๊กเหมาะกับใคร?
สำหรับเด็กวัยเรียนรู้
เน็ตบุ๊กมีส่วนช่วยในการพัฒนาความรู้ของเด็ก ในการเชื่อมต่อเข้าอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้ในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากโลกกว้าง ผ่านทางระบบการเชื่อมต่อทั้งแบบสายและไร้สาย ช่วยให้เด็กสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลต่างๆ ในโลกกว้างที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา
สำหรับวัยรุ่นที่ต้องการความบันเทิงแบบพกพา
การตอบสนองด้านความบันเทิงสำหรับวัยรุ่นที่มีสังคมออนไลน์ ท่องเน็ต ชอบทำบล็อก อัพ Hi-5 ดูหนัง ฟังเพลง รวมไปจนถึงการทำงานเล็กๆน้อยๆ เช่นการพิมพ์งานเอกสาร หรือการทำไฟล์พรีเซ็นต์ ก็สามารถใช้งานได้อย่างสบายในทุกที่ ทุกเวลา
แต่ไม่ว่าแบบไหน เจ้าเน็ตบุ๊ก ก็เหมาะแก่การใช้งานทั้งนั้น
นวัตกรรมใหม่ๆๆออกมาเพียบเรยนะครับ เด๋วนี้
ยิ่งออกมาก็ยิ่งมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นับว่าเป็นเรื่องดีครับ
ขอบคุณข้อมูลดีๆๆ ครับ
โลกก้าวเร็วเราต้องปรับตัวให้ทัน
Asusก็ก้าวไวมาก รีบทำสินค้าที่ใช้กับระบบใหม่ในอนาคต ก็เหมือนกับ
การทำระบบคอมพิวเตอร์เมื่อ20ปีก่อน ที่ถ้าใครรู้อนาคตก็คงรวยแบบบิลเกตไปแล้ว