ต้องกลับมาที่รถตรงเวลานะครับเที่ยงตรง รถจะรอรับท่านที่หน้า...ร้านแตงโมเน่า...นะครับ

    หลายท่านที่อ่านบันทึกของคนไม่มีรากแล้ว มักจะรู้สึกและบ่นว่า ทำไมเครียดจัง ซีเรียส น่าจะเขียนเรื่องที่อะไรขำ ๆ เบา ๆ บ้าง ทำไมชอบเขียนแต่เรื่องหนัก ๆ ไม่เหมือนตัวจริงที่ดูโก๊ะ ๆ ตลก ๆ ไม่เอาเรื่องเอาราวกับใคร....สมองรีบประมวลผลอย่างรวดเร็ว มีคนมาอ่านและคอมเม้นท์ไว้ว่า...

 
122. นาเองจ้ะ
เมื่อ อา. 11 ม.ค. 2552 @ 08:35
1064975 [ลบ]

อ่านหลาย ๆ เรื่องของอี้แล้ว ... รู้สึกอย่างหนึ่งขึ้นมาค่ะ

....ถ้าไม่รู้จักตัวคนเขียนมาก่อน จะคิดว่า...คนเขียนนี่ เครียด จริงจัง เอาจริงเอาจังมากเลย  เอ...หรือว่าจริง ๆ แล้ว ตัวจริงของอี้เราเป็นคนเครียด จริงจัง ล่ะนี่

น่าจะเล่าเรื่องตลก ๆ ฮา ๆ ขำ ๆ บ้างนะคะ

อย่าซีเรียสมากนักนะ เรียนหนัก ยังเขียนเรื่องหนัก ๆ แทนที่จะผ่อนคลาย ยิ่งเครียด...ใช่มะล่ะ  :P

 *************************************************************
144. Aum
เมื่อ พฤ. 08 ม.ค. 2552 @ 20:51
1061653 [ลบ]

มาฟังเพลงบาบานัม...เจอพี่กฤษณ์...งงหน่อยอ่ะ

ทำไมเรียกพี่สาวเราว่า....อาปิง ล่ะคะ แปลว่าอะไรคะ

งง  ๆๆๆๆๆๆ  :)

                                

  วันนี้จึงเอาใจแฟนคลับสักหน่อย ตามคำขอ เล่าเรื่องเบา ๆ ดีกว่าค่ะ... เล่าเรื่องของไก๊ด์หนุ่มชาวจีน สุดหล่อขวัญใจของคนไม่มีรากค่ะ

   เมื่อหลายปีก่อนคนไม่มีรากกับแม่และพี่สาวอีก 3 คน ซื้อทัวร์ไปเที่ยวเมืองจีน เราเลือกไปที่เซี่ยงไฮ้ เพราะมีโปรแกรมไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่ โผ้วท้อซัว (ผู่ถ่อซัน) ซึ่งเป็นเกาะที่มีประวัติว่า เจ้าแม่กวนอิม สำเร็จญาณและประทับที่นั่น รวมทั้งเดินสายไหว้พระโพธิสัตว์อีกหลายพระองค์ ...ตามความต้องการของแม่

    คนที่เคยไปทัวร์เมืองจีนจะพบว่านอกจากมีหัวหน้าทัวร์ ซึ่งตามไปดูแลจากเมืองไทยแล้ว ที่เมืองจีนจะมีไก๊ด์ของจีนที่จะติดตามดูแลเราไปตลอดการเดินทางอีกหนึ่งคน ในแต่ละเมืองที่เราไปก็จะมีไก๊ด์ท้องถิ่นมาดูแลต่างหากอีก และในการเดินทางครั้งนี้มีไก๊ด์ที่ดูแลทริปนี้ ชื่อ อาปิง” เนื่องจากเคยได้ทุนจากรัฐบาลจีนมาเรียนภาษาไทยที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 1 ปี ทำให้อาปิง มีชื่อไทยว่า “ปรีชา”  อาปิงเล่าว่ารัฐบาลจีนส่งเสริมให้นักศึกษาเรียนภาษาต่างชาติเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว หลายคนเลือกเรียนภาษาไทย เนื่องจาก คนไทยเป็นนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับหนึ่งของเมืองจีน (ในขณะนั้น)

                                  

    อาปิง เป็นเด็กหนุ่มร่างสันทัด แต่แข็งแรงมาก ยกกระเป๋าที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวได้สบาย ๆ  อารมณ์ดีช่างพูด และที่สำคัญชอบพูดภาษาไทยมาก

        วันแรกที่พบกันที่สนามบิน คนไม่มีรากสงสารอาปิงมาก เพราะต้องยกกระเป๋าใบโต ๆ ของอาม่า อาซ้อ อาเจ้ อาหมวยทั้งหลายจนหอบ  จึงยกของตัวเองใส่รถจะได้เบาแรงอาปิงบ้าง แต่หนุ่มปิงรีบเข้ามาแย่งและกุลีกุจอช่วยยกทั้งที่กำลังหอบแฮ่ก...

 อาปิง: ผมยกให้ครับ...

คนไม่มีราก: ไม่เป็นไร ไม่หนักยกเองได้ ... บอกยิ้ม ๆ

อาปิง :  ยกได้ ยกได้ ขอให้ถีบหนัก ๆ ก็แล้วกัน...

คนไม่มีราก:  เอางั้นเลยหรือ? ถามด้วยสีหน้าจะยิ้มก็ไม่ใช่ หัวเราะก็

                  ไม่เชิง...ทำความเข้าใจกับภาษาไทยของอาปิงอยู่ครู๋

                  ใหญ่จึงเข้าใจว่าหมายถึง การทิป

 

    เนื่องจากกลุ่มที่ไปในทัวร์นี้ส่วนใหญ่อยู่ในวัย 50 ปี ขึ้นไปจนถึง 82 ปี จึงทำให้คนไม่มีรากกลายเป็น "อาหมวย" ของทุกคน ต้องทำหน้าที่ประสานงานแทนสมาชิกทัวร์กับหัวหน้าทัวร์ และยังต้องคอยถามคำถามที่อาม่า อาอึ่ม อาซิ้ม อาเจ้สงสัย ต้องแปลภาษาไทยของอาปิงให้เป็นภาษาไทยบ้าง จีนแต้จิ๋วบ้างที่สมาชิกทัวร์จะเข้าใจได้  เพราะหัวหน้าทัวร์จากเมืองไทยเป็นชายหนุ่มกลางคนที่แสนจะสุภาพเรียบร้อย พูดช้า ทำงานช้า เข้าใจช้า และเมารถ ข้อสำคัญเขาเป็นหัวหน้าทัวร์ทริปนี้เป็นทริปแรก...(โห...เชื่อเลย...แล้วมาเป็นหัวหน้าทัวร์ทำไมนี่)

 

       อาปิงมีคุณสมบัติที่ดีของไก๊ด์ เพราะช่างพูด ช่างเล่า มีจิตบริการ ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย สนุกสนาน ไม่ถือตัว  แต่...สิ่งที่ทำให้ทุกคนหนักใจคือ...ภาษาไทยของอาปิง...

 

อาปิง: ไม่ต้องห่วงครับ ผมเรียนภาษาไทยจากจุฬาลง..กระ..ระ..ณะ

          กรณ์...ผมได้ทุนจากรัฐบาลจีนครับ...จบด้วยเกรดเฉลี่ย 3.65

   ด้วยนะครับ (เสียงควบกล้ำของอาปิงชัดเจนจนคนไทยบางคน

          ยังอาย)

                                  

   แต่ภาษาไทยของอาปิงนั้น เป็นภาษาไทยที่...ต้องใช้ความสามารถและสมาธิในการฟังอย่างมาก เมื่อมีคนถามคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่ผ่านตาขณะอยู่บนรถ อาปิงจะรีบกุลีกุจออธิบาย... อย่างละเอียดและยาวมาก ครั้งแรก ๆ ก็ตั้งใจฟังกันดี แต่ประโยคของอาปิงจะเป็นจำพวกประโยคซ้อนประโยค และ...หาที่ลงไม่ได้ (จบไม่ลง) หลัง ๆ จึงไม่ค่อยมีคนถามมากนัก เพราะหนุ่มปิงคงเรียน เรียงความ” แต่ไม่ได้เรียน “ย่อความ” ภาษาไทยจึงซ้อน ๆ จนคนฟังงุนงง หลายครั้งที่คนไม่มีรากต้องย้ำถาม...เพื่อความแน่ใจ...จะได้สื่อสารกับสมาชิกทัวร์ในคณะ 

                              

   

    วันสุดท้ายของโปรแกรมทัวร์ เป็นช่วงเวลาแห่งการรอคอย เพราะให้เวลาช้อปปิ้งในจัตุรัสกลางเมืองเสฉวน ซึ่งกว้างขวางเป็น 2 เท่าของประตูน้ำ  จึงต้องมีการนัดหมายสถานที่และเวลาให้ดี อาปิงเล่าว่ามีบางคณะพลาดเวลากินข้าวเที่ยง เลยเถิดไปจนถึงขึ้นเครื่องไม่ทันก็เคยมีมาแล้ว

 

อาปิง: ผมมีข้อนำแนะ (แนะนำ) 3 ข้อ ขอให้ตั้งใจฟังลี ๆ (ดี ๆ )

1. ทุกท่านต้องระวังให้ดีคือกระเป๋าของท่าน ระวังโดนล้วง

เหลี่ยว(เดี๋ยว) ไม่มีเงินช้อปปิ้ง... ทุกคนพยักหน้าหงึกหงัก

2. ขอให้ทุกคนต้องเป็นคนกล้าหาญ...ชอบอะไรถามราคาแล้ว

ต่อรองลี ๆ (ดี ๆ ) นำแนะว่า...ถ้าบอก 10 หยวนให้ต่อเหลือประมาณ 5

 หยวน... (ขนาดนั้นเลยนะ...) ต่อแล้วให้ซื้อเลย เพราะเดิน

กลับมาราคาจะไม่เท่าเดิมและเรามีเวลาไม่มากพอ ชอบแล้วต่อ

แล้วได้ราคาที่พอใจ ก็ซื้อเลย (เห็นด้วยเพราะร้านรวงเยอะมาก)

3. เมื่อกลับมาบนรถแล้ว อย่าเพิ่งเอาของมาลู(ดู) กันนะครับ ให้

รถออกไปก่อน จะโชว์ของที่ซื้อมาค่อยโชว์กัน ...

 

ทำไมล่ะ....เสียงถามงง...

 

อาปิง: ยิ้มกว้าง...ซื้อมาแล้ว เอามาลู...ของเหมือนกัน บางคนได้ 5

 หยวน บางคน 7 หยวน  15 หยวน ... ลูแล้วโมโห บางคนจะลง

 ไปด่าคนขาย บางคนเสียดายยังไม่ได้ซื้อแบบนี้ ... ให้รถรอจะ

 ลงไปซื้อ...โอย...ไม่ได้ไปไหน...ตกเครื่องเลย... อาปิงสาธยาย

 อ้อ...ด้วยเหตุนี้จึงต้องให้รถออกก่อน ลงไปต่อว่าหรือซื้อของ

 ไม่ได้อีก...นี่เอง  และที่สำคัง (สำคัญ) นะครับ ... อาปิงปรบมือ

และหยุดนิดหนึ่ง...ต้องกลับมาที่รถตรงเวลานะครับเที่ยงตรง รถ

จะรอรับท่านที่หน้า...ร้านแตงโมเน่า...นะครับ

 

หา...ร้านอะไรนะ.... เสียงถามเซ็งแซร่...

 

อาปิง : ยืดอกพูดช้าชัด...ร้าน...แตงโมเน่า...เน้นเสียงหนักแน่น

บรรดาอาเจ้ อาอึ่ม อาซิ้ม อาม่าเริ่มงง ๆ จึงสะกิดให้คนไม่มีรากถามให้แน่ว่า ร้านแตงโมเน่านี่อยู่ตรงไหน ชื่อเสียงก็ฟังดูแปร่ง ๆ เดี๋ยวจะหลงทางกันไปใหญ่

คนไม่มีราก: นัดกันเที่ยงตรง ขึ้นรถที่ร้าน...อะไร อาปิงช่วยพูดช้า ๆ

                 ชัด ๆ หน่อยได้ไหม...

อาปิง: ใช่ครับ  เที่ยงตรง ที่หน้าร้านแตงโมเน่า...

คนไม่มีราก: เริ่มเครียด เพราะต้องทำหน้าที่ล่ามกิตติมศักดิ์ให้ลูกทัวร์

                 เอางี้นะปิง ร้านแตงโมเน่า...พูดชื่อร้านถูกไหม...

อาปิง: พยักหน้า...ใช่ครับ ถูกต้องแล้ว

คนไม่มีราก: แล้ว “ร้านแตงโมเน่า” นี่ มันอยู่ตรงไหนล่ะ...นัดกันที่ร้านที่มี

                 ป้ายสังเกตง่าย ๆ ไม่ดีกว่าหรือ...

อาปิง : ร้านใหญ่ริมถนนนะ ป้ายใหญ่ สังเกตเห็นง่ายที่สุดแล้ว...อาปิง

          ยืนยันหนักแน่น  ที่เมืองไทยก็มีร้านแตงโมเน่า เยอะแยะเลย...

คนไม่มีราก: งั้นให้คนขับวนไปหน้าร้านนั้นก่อนได้ไหม...จะได้เห็น

                   ร้าน ทุกคนจำได้ จะได้ไม่หลงน่ะ

อาปิง: จัดให้ค้าบ... ทุกคนตั้งอกตั้งใจดูป้ายร้านแตงโมเน่า...เต็มที่

           เพราะกลัวหลงทาง

                                  

                                

 

แล้วก็ต้องยิ้มและถอนใจเฮือกใหญ่ บางคนหัวเราะพรืด เพราะป้ายที่อาปิงชี้ให้ดูคือ .....

 

                   “ McDonald (แมคโดนัล)

***เล่นมุกก็ไม่บอกนะปิงนะ .... เสียงพึมพำแกมหัวเราะกระจายไปทั่วรถ...***

                                  

  ปล. ตอนเขียนนี่ คนไม่มีรากก็นั่งอมยิ้ม แก้มตุ่ย เจ้าหลานสามใบเถากำลังมาตามว่า ... ไปร้าน “แตงโมเน่า” กันเถอะ หิวแล้ว....(^___^)