เมื่อ "หยุดโลก" ได้ เขาจะได้สัมผัสกับโลกในแบบที่ต่างออกไป เป็นการสัมผัสตรงไปที่แก่นแท้ของสรรพสิ่ง
ผมจะขอเล่าความประทับใจที่มีต่อหนังสือในดวงใจผมตลอดกาล 2 เล่มครับ

หยุดโลก: บทเรียนชีวิตจากดอนฮวน (Journey to Ixtlan : The Lessons of Don Juan ,1972)

วิถีแห่งพลัง : หนทางแห่งปรีชาญาณของดอนฮวน (Tales of Power,1974)
ทั้งสองเล่มคือเรื่องเล่าที่บันทึกวิถีแห่งการฝึกตนในวิถีทางของชนเผ่าอินเดียนแดงเผ่า Yaqui ในเม็กซิโก
ผู้เขียน คือ คาร์ลอส คาสตาเนดา (Carlos Castaneda)
ผู้ซึ่งในขณะนั้นกำลังทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกทางด้านมนุษย์วิทยา
ได้เข้าไปศึกษาวิถีชีวิตของอินเดียนแดงเผ่าดังกล่าว
ซึ่งได้นำเขาไปพบกับ "ครู" ของเขาซึ่งเป็น "หมอผี"
ซึ่งจริงๆ แล้วอาจเรียกได้ว่าเป็น "ผู้รู้แจ้ง" ของชาวอินเดียนแดง อันมีนามว่า
ดอน ฮวน (Don Juan) ซึ่งไม่ใช่นักรักบันลือโลกอย่างที่คนส่วนใหญ่รู้จักนะครับ
แต่เป็นหมอผีรุ่นสุดท้ายที่เหลืออยู่ หลังจากที่ถูกคนขาวรุกราน
ซึ่ง ดอน ฮวน กับเพื่อนของเขาอีกคนหนึ่งคือ ดอน เกนาโร
ทั้งสองได้ร่วมกันสั่งสอนคาร์ลอส ตามวิถีที่พวกเขาได้รับการถ่ายทอดมา
ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี หลังจากที่คาร์ลอสทำวิทยานิพนธ์เสร็จ
เขาได้แวะเวียนไปหาดอนฮวนเพื่อฝึกวิชา
โดยในขั้นต้นเขาจะต้องเรียนรู้การทำตัวเป็น "นายพราน"
ต่อจากนั้นจะพัฒนาเป็น "นักรบ"
และในขั้นสุดท้ายซึ่งยากมากที่นักรบจะมาเข้าสู่ความเป็น "ผู้รู้แจ้ง" ได้
วิถีการฝึกฝนตามแนวทางที่คาร์ลอส ได้บันทึกไว้ในหนังสือของเขา อยู่บนหลักการที่ว่า
มนุษย์ทุกคนล้วนอยูใน "โลก" ซึ่งจริงๆ แล้วมันคือกระแสแห่งการแปลความความหมาย
เราล้วนรับรู้ความจริงผ่านชั้นบางๆ ที่ดอน ฮวน เรียกว่า "ฟองแห่งการประจักษ์"
ซึ่งเปรียบเสมือนโลกทัศน์ ที่ทำให้เราถูกยึดโยงเข้ากับ "คำบรรยายโลก" แบบใดแบบหนึ่ง
อาจเป็นคำบรรยายโลกแบบ พุทธ คริสต์ อิสลาม แบบนักวิทยาศาสตร์ หรือแบบหมอผีอินเดียนแดง
วิถีของการฝึกตนตามแนวทางของอินเดียนแดงก็คือ
จะต้องฝึกฝนเพื่อที่จะ "หยุด" กระแสการแปลความ ตามคำบรรยายโลกทุกๆ แบบ
ด้วยการกระทำที่เรียกว่า "หยุดการสนทนาภายใน" -- "หยุดโลก" นั่นเอง
เมื่อ "หยุดโลก" ได้ เขาจะได้สัมผัสกับโลกในแบบที่ต่างออกไป
เป็นการสัมผัสตรงถึง "แก่นแท้" ของสรรพสิ่ง
และเมื่อ "หยุดโลก" ได้แล้ว เขาก็จะเข้าสู่วิถีแห่งนักรบ -- "วิถีแห่งพลัง"
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักรบ จะต้องสะสม "พลังส่วนตัว"
ให้มากพอ และจะต้องผ่านการทดสอบอันโหดหิน และเสี่ยงตายอย่างที่สุด
และเมื่อครูประเมินว่าเขาพร้อม
ก็จะถูกนำเข้าสู่บทเรียนขั้นสุดท้าย ก่อนที่จะกลายเป็น "ผู้รู้แจ้ง"
ก็คือ "การเดินทางเข้าสู่ความตาย"
อันเป็นวิธีการอันแปลกประหลาดสุดพรรณา และยากจะจินตนาการถึง
เป็นการเดินทางเข้าไปสู่ความตายอย่างมีขั้นตอนเฉพาะ
ความยากของการเป็นผู้รู้แจ้งก็คือ
มีนักรบหลายคนที่หลังจากพบกับสภาวะนี้แล้ว
ไม่ได้กลับมาใช้ชีวิตบนโลกอีกต่อไป
ซึ่งล้วนขึ้นกับ "เจตน์จำนง" ภายในของนักรบแต่ละคน
ว่าปรารถนาจะดำรงอยู่ในสภาวะอันเป็นนิรันดร์แห่งสรรพสิ่ง
หรือจะกลับมาโลดแล่นบนโลกใบนี้อีก
สิ่งที่ประทับใจผมที่สุดก็คือตอนจบของเรื่อง
ตอนที่คาร์ลอสกำลังเตรียมตัวเข้าสู่บทเรียนสุดท้าย
ซึ่งหลังจากนี้ไปพวกเขาโลดแล่นไปตามวิถีของแต่ละคน
และจะไม่ได้พบกันอีกตลอดชีวิต
พวกเขาได้ร่ำลากันครั้งสุดท้าย และดอนฮวน กับดอนเกนาโร
ได้เปิดเผยให้คาร์ลอสได้ล่วงรู้ถึง "ความลับ" สุดท้ายของพวกเขาดังนี้
"แต่ก่อนที่เราจะลาจากไปตามทางของแต่ละคน
ผมต้องบอกคุณเป็นประการสุดท้าย
ผมจะสำแดงให้คุณเห็นความลับของนักรบ
คุณอาจเรียกได้ว่าเป็นความรักของนักรบ"
เขาหันมากล่าวแก่ผมโดยเฉพาะและพูดว่าครั้งหนึ่งผมเคยบอกเขาว่าชีวิตของนักรบ
เป็นชีวิตที่เย็นชาเปล่าเปลี่ยวและไร้ความรู้สึก
เขาถึงกับเสริมว่าตอนนั้นผมปักใจว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
"ชีวิตของนักรบไม่มีทางเย็นชา เปล่าเปลี่ยว และปราศจากความรู้สึกได้
เพราะมันเป็นชีวิตที่วางอยู่บนความรัก ความเสียสละและการอุทิศตนแด่สิ่งที่เขารัก
คุณอาจถามว่าแล้วใครล่ะ คือที่รักของเขา? ผมจะสำแดงให้คุณเห็นบัดนี้"
ดอนเกนาโร หยัดกายยืน และสาวท้าวแช่มช้าไปที่พื้นราบสนิทตรงหน้าเราพอดี
ห่างไปราวสิบฟุต เขาทำท่วงท่าประหลาด
ตวัดมือทั้งสองราวกับปัดฝุ่นจากหน้าอกและหน้าท้อง
ครั้งแล้วสิ่งพิสดารพลันอุบัติขึ้น ประกายแสงที่เกือบมองไม่เห็นแล่นแวบผ่านร่างเขา
มันพุ่งขึ้นจากธรณีและดูประหนึ่งจะจุดผกายให้แก่ทั้งร่าง
เขาทำเหมือนจิกเท้าหมุนตัวไปข้างหลัง
หรือพูดให้ถูกคือตีลังกาดำไปข้างหลังมากกว่า และลงสู่พื้นด้วยหน้าอกกับแขน
การเคลื่อนไหวนั้นทำด้วยความแม่นยำชำนิชำนาญจนดูราวเป็นร่างไร้น้ำหนัก
ประดุจสิ่งมีชีวิตคล้ายหนอนที่พลิกตัว เมื่อแตะพื้นแล้ว เขาแสดงการเคลื่อนไหว
อันพิสดารเร้นลับโดยลำดับ เขาไถลร่อนเหนือพื้นเพียงสองสามนิ้ว หรือกลิ้งตัวบนพื้น
ราวกับนอนบนฟันเฟือง หรือว่ายวนเป็นพื้นวงกลมและเลี้ยววนด้วยความว่องไว
ดุจปลาไหลแหวกว่ายในมหาสมุทร
ชั่วขณะหนึ่งสายตาผมเริ่มไขว้กัน และโดยที่ไม่มีสัญญาณการเปลี่ยนแปลงใดๆ
ผมกลับมองเห็นลูกกลมเปล่งแสงเรืองรองกลิ้งไปไถลมาบนอะไรบางอย่าง
ที่ดูคล้ายเป็นพื้นของโรงสะเก็ตน้ำแข็งอันมีแสงพร่างพรายทอสะท้อนออกมา
ภาพที่ปรากฏนั้นงามเลิศ ครั้นแล้วลูกไฟนั้นยังหยุดแน่วนิ่ง
สุ้มเสียงหนึ่งสั่นไหว ขับไล่สมาธิกระเจิดกระเจิง ดอนฮวนนั่นเองเป็นคนพูด
หะแรกผมไม่ทันเข้าใจว่าเขาพูดอะไร หันกลับไปมองลูกไฟนั่นอีกครั้ง
ก็เห็นแต่ดอน เกนาโรนอนพังพาบแขนขาแผ่หราบนพื้น
สุ้มเสียงของดอน ฮวนแจ่มกระจ่างมาก ดูเหมือนมันลั่นไกอะไรสักอย่างในตัวผม
และผมลงมือเขียน
"ความรักของเกนาโรคือโลก" ดอนฮวนกล่าว
"เมื่อกี้เขาพยายามโอบกอดโลกอันมหึมาใบนี้
ทว่าเขาตัวเล็กจ้อยจนทำได้แค่แหวกว่ายอยู่ในโลก แต่ผืนพิภพรู้ว่าเกนาโรรักมัน
และมันจึงเอื้ออาทรแก่เขา นั่นทำให้ชีวิตของเกนาโรเต็มเปี่ยมจนล้นปรี่
และสภาวะของเขาไม่ว่าจะอยู่แห่งหนไหนย่อมเพียบพร้อมบริบูรณ์
เกนาโรรอนแรมอยู่บนมรรคาแห่งความรัก และไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน
เขาย่อมพร้อมมูล"
- สวัสดีตอนเช้าค่ะ มารับ "พลัง" บริสุทธิ์
- ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณณภัทร๙
อ่านบันทึกนี้แล้วถูกใจมาก..
ใบไม้ย้อนแสงเคยอ่านเรื่อง "หยุดโลก" เมื่อนานมาแล้ว เกิน 10 ปีแล้วกระมัง แต่ในตอนนั้นยังเข้าไม่ถึงสาระเท่าใดนัก
วันนี้ได้มาอ่านบันทึกนี้ของคุณณภัทร๙ ทำให้เข้าใจแจ่มแจ้งขึ้นมาก เกิดความคิดว่าต้องไปค้นหนังสือเล่มนี้กลับมาอ่านอีกสักรอบ ดูว่าวันเวลาที่เปลี่ยนไป ทำให้เราเข้าใจความหมายผ่านตัวอักษรต่างไปอย่างไร
ขอบคุณมากนะคะที่เขียนบันทึกที่เปี่ยมด้วยสาระอันลึกซึ้งเช่นนี้ให้อ่าน
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
ขอให้ "พลัง" จงอยู่คู่กับท่านตลอดไป ..^__^..
ขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับ
สิ่งดีๆ ที่ทั้งคุณ Sila Phu-Chaya
และคุณใบไม้ย้อนแสงมอบให้เป็นครั้งที่สอง
ดีใจมากครับที่คุณใบไม้ย้อนแสงเคยอ่านมาแล้ว
หากได้กลับไปอ่านใหม่แล้วมีประเด็นอะไร
ที่อยากแลกเปลี่ยนก็ยินดีเสมอครับ
ขอฝากคำขอบคุณจากใจ ไปยังท่านผู้แปลทั้งสองท่านด้วยครับ
เพราะหากไม่มีพวกท่าน
ชีวิตผมคงไม่สามารถเดินมาถึงจุดนี้
และคงไม่มีโอกาสมาเขียนบันทึกไว้ที่นี่
เอ...หรือว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะเป็นเจตนาของ "พลัง" กันนะ
ชีวิตยังไม่สิ้น ก็ต้องค้นหากันต่อไป
สักวันนึงเราอาจจะได้เจอ...
สวัสดีค่ะ ... สนใจค่ะ ขอบคุณที่นำมาเล่าสู่กันฟังนะคะ แค่ฟังเล่าก็รู้สึกประทับใจค่ะ
ยินดีที่รู้จัก ครับ คุณพอลล่าที่ปรึกษา "หน้าตาดี"
เป็นเรื่องบังเอิญมากครับที่เมื่อกี๊ พึ่งจะตอบข้อความของ
ครูปู "หน้าตาดี" ที่สุด ที่มาแวะเยี่ยมเยียน
ไม่ทราบว่าอยู่แก๊งค์ "หน้าตาดี" ด้วยกันหรือเปล่าครับ
ว่างๆ จะขอสมัครเข้าแก๊งค์ด้วยคนครับ
แต่ไม่รู้ว่าจะ qualify ผ่านหรือเปล่า
ขอบคุณครับ
ยินดี รับสมัคร ค่ะ เข้าค่ายทุกประการ
หน้าตาดี มีเมตตา เฮฮาทุกที่ เต็มปรี่ ด้วยคุณภาพ ค่ะ ปรัชญาของเราค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณพี่ ณภัทร ..พี่มีหลายบล็อกนะคะ แต่มีไม่มีบันทึก อิอิ แซวๆๆๆๆ ค่ะ
สวัสดีเช่นกันครับ คุณพอลล่าผู้น่ารัก (และหน้าตาดี)
ช่วงนี้ยอมรับว่าเป็นช่วงเริ่มสร้างหลักปักฐานครับ
หลายๆ อย่าง ในตัวมันยังคลุมเครือ ไม่ชัดเจนพอ
คงต้องรอเวลาอีกสักพัก
รอบิวท์อารมณ์ ความรู้สึกให้สุกงอมอีกหน่อย
ก็จะทยอยนำมาลงตามกำลัง และเวลาว่างที่มีครับ
ในเวลานี้เลยต้องทำตัวเหมือน ผีเสื้อตัวน้อย
บินโฉบเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา ในหมู่พฤกษานานาพันธุ์
ณ ทุ่งดอกไม้แห่งนี้
เพื่อเก็บเกี่ยวน้ำหวานกินไปพรางๆ ครับ
ได้เห็นบล็อกของ คุณพอลล่าแล้วอิจฉาจัง
ว่างๆ คงต้องรบกวนสอบถามเทคนิคการตกแต่ง
เพิ่มสีสัน ให้บล็อกดูสดใสขึ้นครับ
อย่างน้อยแม้ ตอนนี้จะไม่ได้ร่วมแก๊งค์ "หน้าตาดี"
ก็ขอมีบล็อก "หน้าตาดี" ก่อนก็แล้วกัน
ขอบคุณอีกครั้งที่มาเยี่ยมเยียนครับ
มาทักทายผีเสื้อหนุ่มหน้าตาดีค่ะ เพื่อรับพลังบริสุทธิ์ หลังจากหยุดโลกอยู่ใน G2K นานเกินไป (จนจะไม่ได้ทำมาหาทานอยู่แล้ว) ก็เลยแวะมาร่ำลา ก่อนออกไปทำการงานต่อ
แล้ววันหลังจะโบยบินโฉบไปโฉบมาด้วยคนค่ะ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณครับพี่ศิลาฯ
สำหรับการมาโฉบเฉี่ยวรอบสอง
ขอบคุณครับ พี่ครูคิม
ลืมบอกไปครับว่าเรื่องนี้ห้ามอ่านเกินวันละสองเที่ยว
เดี๋ยว "พลัง" จะล้นจนธาตุไฟเข้าแทรกครับ
ผมก็ชอบอ่านเรื่องของคุณครูเช่นกัน
อ่านแล้วรู้สึกมี "พลังชีวิต" เพิ่มขึ้นครับ
สวัสดีค่ะ
มาเรียนรู้ด้วยคนค่ะ ขอคุณสำหรับเรื่องราวดีๆๆนะค่ะ
ก่อนอื่นยินดีด้วยนะคะกับประสบการณ์ในการเข้าค่ายนักนิยมธรรมชาติ
พี่เห็นโปรแกรมแล้วยังคิดหนักเลยค่ะ ...
... กำลังจะถามเชียวค่ะว่า น้องณภัทร ถึงระดับไหนแล้ว
"นายพราน" หรือ "นักรบ"
พี่รู้จัก นายพราน คนนึง และ นักรบ ท่านหนึ่ง อิ อิ :)
ความรักของนายพราน และ นักรบ คงแตกต่างกัน ?
" น้องคิดว่า ความรักของนักรบส่วนใหญ่ เป็นอย่างไรคะ "
...
เป็นกำลังใจกับการค้นหา พลัง แห่ง ชีวิต ด้วยกันค่ะ
ขอบคุณครับที่มาเยี่ยมเยียน
ขอบคุณเรื่องราวดีๆ จากเลขาฯหน้าตาดี เช่นกันครับ
<h4><span style="color: #0000ff;">"จงวางใจในพลังส่วนตัว แม้มันจะมีอยู่เพียงน้อยนิดก็ตาม"</span></h4>
<h4><span style="color: #000080;">ชีวิตที่ผ่านพบ มีลบก็มีเพิ่ม ขอเพียงให้เหมือนเดิม...</span></h4>
<h4><span style="color: #000080;"> <span style="color: #ff00ff;"><span style="background-color: #ccffcc;"> กำลังใจ</span></span></span></h4>
<h4><span style="color: #0000ff;"> </span></h4>
ขอบคุณครับ พี่ poo
ตัวผมเองยังไม่ถึงระดับไหนเลยครับ
อยู่แค่ระดับ "ผู้ฝึกฝน" เท่านั้น
(เป็นระดับแรกสุด ก่อนจะพัฒนาเป็น "พรานล่าพลัง"
ขออภัยที่ลืมกล่าวถึงไว้)
ถ้ามีโอกาส ช่วยแนะนำให้ผมได้รู้จักกับ "พราน" และ "นักรบ"
ที่ว่าด้วยนะครับ
สำหรับเรื่อง "ความรัก" ของทั้ง พราน และ นักรบ
คงตอบไม่ได้ในขณะนี้ครับ
เพราะยังไม่ถึงขั้นนั้นครับ
ก็ได้แต่หวังว่าวันนึงจะมีโอกาสตอบคำถามของพี่ได้
ตอนนี้ก็ทำได้เพียงสะสมพลังส่วนตัวไปทีละนิด
เท่าที่พอจะทำได้
ผมยังคงเชื่อเช่นที่ ดอน ฮวน สอน คาร์ลอสอยู่เสมอว่า
"จงวางใจในพลังส่วนตัว แม้มันจะมีอยู่เพียงน้อยนิดก็ตาม"
"จงปล่อยให้พลังนำทางเจ้าไป"
โห...บันทึกยาวมาก ๆ
แล้วพี่ผู้ชายเล็กเม้นว่าอะไร
แปลกมาก
อ่านจบแล้วค่ะ
ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเลย
แต่อ่านแล้วทำให้นึกถึงตำรวจกับทหารบ้านเราจังเลย
มีคนชอบว่าตำรวจทหารกันหลาย ๆ อย่าง
แต่ที่เค้าดี ๆ น่าสงสารจัง
เฮ้อ....
"จงวางใจในพลังส่วนตัว แม้มันจะมีอยู่เพียงน้อยนิดก็ตาม"
"ชีวิตที่ผ่านพบ มีลบย่อมมีเพิ่ม ขอเพียงให้เหมือนเดิม"
ขอบคุณครับ ท่านรองฯ สำหรับ "กำลังใจ"