หลังจากการเปิดตัวบันทึก สองล้อเก่า ๆ ตลุยตามรอย ดอยสุเทพ-ปุย สู่ ดินแดน Highland ... นางพญาเสือโคร่ง และ "ภาพมุมกว้าง" ย้าวยาว 1,000 พิกเซล ณ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ที่ผ่านมา 2 - 3 วัน อีกบันทึกที่อยู่ในความตั้งใจมาตลอด คือ เรื่องราวของ "สันกู่" โบราณสถานเก่าแก่ที่ต้องอยู่บนยอดดอยสุเทพ (ได้อย่างไรกัน)

"สันกู่" ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ (จริง ๆ) ที่ไม่ใช่สถานที่ตั้งของวัดพระธาตุดอยสุเทพวรมหาวิหารที่มหาชนรู้จักกันดี หากแต่เลยมาจากจุดชมวิวดอยปุยที่เห็นหมู่บ้านแม้วดอยปุยมาอีกราว 5 - 6 กิโลเมตร ทางโค้ง สูงชัน ถนนแคบ รถสวนกันลำบาก

"สันกู่" ตั้งอยู่ทางด้านขวามือก่อนถึงทางขึ้น "ยอดดอยปุย" 1 - 2 กิโลเมตร มีถนนดินเข้าไป เฉพาะรถเครื่อง รถจักรยาน ส่วนรถใหญ่ควรจอดไว้บริเวณปากทางแล้วเดินเข้าไปไม่ถึง 500 เมตร

ไม่ค่อยมีใครทราบว่า "สันกู่" ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ จากระดับความสูงจากน้ำทะเล 1,601 เมตร (ซึ่งยอดดอยปุยมีสูงจากระดับน้ำทะเล 1,658 เมตร)

ผมสันนิษฐานว่า คำว่า "สัน" หมายถึง สันเขา, ยอดเขา และคำว่า "กู่" เป็นภาษาท้องถิ่น หมายถึง เจดีย์ ดังนั้น "สันกู่" คือ สันเขาที่เป็นที่ตั้งของเจดีย์

 

ชมเส้นทางเดินเข้าสู่ "สันกู่" ยอดดอยสุเทพแท้ ๆ

 

ภาพที่ 1 ... ทางเดินเข้าสู่ "สันกู่" ที่เต็มไปด้วยรากไม้ ฤดูฝนลื่นมาก

 

 

ภาพที่ 2 ... ป่าไม้รอบ ๆ "สันกู่" อากาศเย็นสบายตลอดปี มีพืชตระกูลก่อขึ้นอยู่เยอะ (ชาวบ้านเค้าจะเก็บลูกก่อไปคั่ว แล้วกินเม็ดข้างใน ที่กาดพยอมมี ครับ)

 

 

ภาพที่ 3 ... หันหลังกลับไป จะเป็นปากทางเข้ามา หากไปทางซ้ายมือของถนนจะไปสู่ "ยอดดอยปุย" หากไปทางขวามือจะลงดอย

 

 

เดินเข้าไปจะพบป้ายของหน่วยศิลปากรที่ 4 เชียงใหม่ อธิบายประวัติและความเป็นมาของ "สันกู่"

 

ภาพที่ 4 ... ป้าย "สันกู่"

 

 

มีคำอธิบายดังนี้

"... เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๖ หน่วยศิลปากรที่ ๔ เชียงใหม่ ได้ขุดแต่งบูรณะซากโบราณสันกู่ ในการทำงานครั้งนั้น เป็นไปตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา  สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงทราบฝ่าละอองพระบาทว่า โบราณสถานแห่งนี้ถูกขุดทำลายเป็นเวลานานแล้ว สมควรให้กรมศิลปากรสำรวจและบูรณะให้อยู่ในสภาพที่ดีต่อไป นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ต่อการศึกษาประวัติศาสตร์และโบราณคดี

สภาพก่อนการขุดแต่ง เป็นเนินโบราณสถานที่ต้นไม้หนาแน่น เมื่อขุดลอกดินที่ทับถมออก พบซากเจดีย์และฐานวิหาร ได้ขุดลอกหลุมที่เกิดจากการลักลอบขุดที่ตรงกลางฐานเจดีย์ในระดับความลึก ๕.๓๐ เมตร พบโบราณวัตถุในกรุที่สำคัญ ได้แก่ เศียรพระพุทธรูปศิลปะแบบหริภุญไชย พระพิมพ์ดินเผาศิลปะแบบหริภุญไชย เศษเครื่องปั้นดินเผาเป็นชิ้นส่วนขนาดเล็กของจีนสมัยราชวงศ์หมิง (พ.ศ.๑๙๑๑ - ๒๑๘๗) และการขุดแต่ส่วนอื่นพบเศษเครื่องปั้นดินเผาจากแหล่งเตาสันกำแพง

สันนิษฐาน โบราณสถานสันกู่มีอายุระหว่าง พุทธศตวรรษที่ ๑๙ - ๒๒ ..."

 

หมายเหตุ ... ผมถอดความจากป้ายโบราณสถานสันกู่ทุกประการ

 

จากข้อสันนิษฐาน โบราณสถานสันกู่จึงมีอายุประมาณ 600 กว่าปี แล้วใครหนอช่างมีแรงศรัทธาที่จะเดินทางจากพื้นราบขึ้นมาก่อสร้างได้ หรือเป็นชาวลัวะที่เป็นตำนานของเมืองเชียงใหม่เป็นคนสร้าง ???

 

ชอบบริเวณรอบ ๆ สันกู่ ดูครับ

 

 

ภาพที่ 5 ... ลานดินข้างซากเจดีย์

 

 

ภาพที่ 6 ... จะมีแท่นบูชาเจดีย์ทั้ง 4 ด้าน

 

 

ภาพที่ 7 ... ฐานวิหารที่หลงเหลืออยู่

 

 

ภาพที่ 8 ... ร่องรอยของการบูชาที่แท่นบูชาที่ติดกับฐานวิหาร มีใครมาตั้งศาลพระภูมิเอาไว้ไม่ทราบ

 

 

ภาพที่ 9 ... ฐานเจดีย์เริ่มพังทลายแล้วครับ ไม่ทราบว่า เป็นฝีมือมนุษย์ หรือ น้ำเซาะยามฝนตกหนักกันแน่

 

 

ภาพที่ 10 ... มีคนนำดอกไม้สดใส่ขวดน้ำหวาน ตั้งบูชาอยู่ฐานเจดีย์ ตรงมุมของเจดีย์

 

 

ภาพที่ 11 ... มีคนนำโมบายดินเผารูปปลา มาแขวนเอาไว้ข้าง ๆ เจดีย์

 

 

ภาพที่ 12 ... มีพิธีกรรมที่ผมไม่ทราบว่า คืออะไร มีการกางร่มสีดำ มีต้นไม้เหมือนต้นไม้เงิน ต้นไม้ทอง 2 ต้น แต่เหี่ยวแล้ว มีเศษไม้กองอยู่

 

ภาพที่ 13 ... ช้างไม้บูชา วางไว้ตรงแท่นบูชา 3 เชือก

 

 

ภาพที่ 14 ... ปิดท้ายบันทึกนี้ด้วยภาพมุมกว้างนิด ๆ ของเจดีย์และฐานวิหารสันกู่

 

 

"สันกู่" เป็นโบราณสถานที่ไม่มีนักท่องเที่ยวทราบมากนัก เพราะปากทางไม่ได้มีสิ่งใดบอกว่า นี่คือ "สันกู่" หรือไม่ "สันกู่" ไม่ได้มีความสำคัญมากไปกว่า สถานที่ที่นิยมอื่น ๆ บนดอยสุเทพ-ปุย

 

สำหรับผมแล้ว ... อยากทราบประวัติที่แท้จริงของ "สันกู่" เหลือเกินว่า เหตุใด แรงศรัทธาจึงได้มากมายขนาดนี้ ...

"คงไม่มีสิ่งใดสู้แรงศรัทธาของคนได้" ผมเชื่ออย่างนั้น

 

หากอยากแวะมาชม กรุณาเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ด้วยครับ จอดรถไว้ปากทาง เดินเข้ามา พยายามเหยียบตะไคร่และต้นไม้ให้น้อยที่สุด โปรดรักษาเอาไว้ให้ลูกหลานเราได้ดูเถอะครับ

ภาพโหลดช้าหน่อย ขออภัยด้วยนะครับ :)

ขอบคุณสำหรับความศรัทธา