เล่าเรื่องผีๆ...มาแล้วหลายๆเรื่อง ส่วนมากมักเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งลึกลับซับซ้อนบ้าง ดูๆแล้วก็เหลือเชื่อ..เหลือเชื่อจริ๊งจริง....แต่มันก็มีหลักฐานหรือร่องรอยหลายๆๆๆๆๆๆๆ อย่างให้เอามาเล่าเรื่องผีๆๆๆๆๆๆๆ โดยไม่มีหยุดหย่อน
มาวันนี้ลุงหนานไปพบเรื่องราวเกี่ยวกับผีๆๆๆๆๆๆอีกแหละ และก็ฝากบอกไปถึงสมาชิกพวกเราที่ไปเยี่ยมแหล่งเรียนรู้ผะหญาล้านนา-สวนชาปิ้งหินไฟตอนขึ้นปีใหม่ 2552ว่า บางท่านไปตอนที่กำลังปรับเปลี่ยนสถานที่ บางท่านก็ไปตอนย้ายข้าว ขนของกันรุงรังอยู่บ้าง แต่ที่โชคดีหน่อยท่านที่ไปหลังจากวันที่6 มกราคม 2552 สถานที่เริ่มเข้าที่เข้าทางก็ได้ข้อมูลค่อนข้างดีไป แต่ก็ต้องขออภัยพวกเราที่ไปก่อนและเจออุปสรรคในการหาข้อมูลตามที่ใจอยาก ไม่เป็นไรครับหากไปเจียงใหม่ก็ไปแว่แอ่วแถม อย่างไรก็ตามคิดว่าหลังเดือนมกราคมนี้ก็คงเข้าที่เข้าทางราวๆ 90 % ก็แล้วกันเน้อ
และก็วกมาเรื่องผีเครือกันว่า ผีเครือตัวนี้ไม่ทราบว่าตัวมันลักษณะอย่างไร แต่มันร้ายกาจจริงๆ เพราะผู้คนเล่ากันว่าเจ้าตัวผีเครือนี่แหละหากมันไม่ชอบใครมันก็จะเอาง้วนพิษของมันใส่คนที่มันไม่ชอบหรือเกลียดขี้หน้ากันนักกันหนา จนทำให้คนที่รับพิษของมันเกิดอาการเป็นสันนิบาต ตัวสั่นเทิ้มและมีอาการเพ้อคลั่ง (ซึ่งแตกต่างกับการประชุมสันนบาติทั่วไป) ที่สำคัญคือเจ้าตัวจะถ่ายอุจจาระเรี่ยราดโดยไม่รู้สึกตัวแถมสีอุจจาระก็ง้ามงาม....คืออุจจาระสีเหลืองดั่งขมิ้น
เมื่อเกิดอาการดั่งนี้ก็โปรดรับทราบว่านี่แหละคืออาการที่ต้องรีบรักษาโดยเร็ว และหากตัวยารักษาไม่ถูกกับโรคก็ต้องต๊ายตายลูกเดียว
เมื่อคนมีอาการโรคผีเครือต้องรีบหายาพื้นบ้านโดยมี ยอดคะจ๋าย ยอดผีเสื้อ ยอดใบหนาด หญ้าแพรก หัวขมิ้น ปูเลย(ไพล) ผักกาด ขนาดเท่ากันมาตำใส่น้ำ นำอ้อยดำมาบิดเอาน้ำใส่พอควรหลังจากนั้นก็เอาขิงแกง แก่นจันทน์หอมมาใส่น้ำคนให้เข้ากันให้ผู้ป่วยกิน ลูบขม่อม(กระหม่อม) หน้า ตา หู จะทำให้อาการน้ำมูกย้อย และมืนต๋า(ลืมตา)ถั่งไล่โรคร้ายออกไป แล้วจึงเอาน้ำอ้อยมาผสมตัวยานี้ใช้ทามือเนื้อตัว มือเท้า ทั่วร่างกายจนอาการดีขึ้น ผู้ป่วยรู้สึกตัว พ่อหมอหรือญาติต้องล้างข้าวเหนียวหนึ้ง(นึ่ง)ให้หมดยางแล้วเอาเมล็ดข้าวที่ล้างแล้วให้คนป่วยกิน ก็จะหายจากง้วนปิ๊ษ(พิษ)ผีเครือแท้แหล่....
เรื่องผีเครือก็จบลงเท่านี้ ..เท่าอี้แหล่.......
สวัสดีค่ะ
* ไม่ได้พบพ่อหนานพรหมานานมากเลยค่ะ
* มาดูวิธีรักษาผีเครือค่ะ
* สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีปีใหม่ครับ
คราวก่อนไปเชียงใหม่ไม่ได้แวะ
เวลาน้อย ไปไหนไม่จุใจ
ไว้แก้ตัวใหม่ครับ
ไหว้สา..และสวัสดีปีใหม่ 2552ครับอาจารย์พรรณาที่เคารพ
ขอบคุณที่มาแว่แอ่วและอ่านครับ..
ขอให้พวกเราสบายดีกันทุกคนนะครับ..โชคดีปีใหม่ตลอดไปครับ...
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน...พรหมมา
ไหว้สา อ.ธวัชชัยครับ... ได้ข่าวจาก อ.วัชราภรณ์ผมก็เตรียมรับพวกเรา แต่ทราบว่าไม่มีเวลาก็ไม่เป็นไรครับไว้วันหน้าครับมาแว่แอ่วแหล่งเรียนรู้ผะหญาล้านนาฯ.กันม่วนๆครับ..
แต่พวกเราหลายคนก็ไปช่วงปีใหม่ก็แวะทักทายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันครับ ..ก็ม่วนดีครับ ขอบคุณพวกเราทุกคนครับ
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน....พรหมมา
สวัสดียามเช้าค่ะ ขอให้มีความสุขค่ะ
สวัสดีครับคุณmena.....
ขอบคุณที่มาแว่แอ่ว..
ขอให้มีความสุขเช่นกันครับ.....
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน...พรหมมา
ความเชื่อเป็นสิ่งที่พิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้นะครับ
ไหว้สาคุณเบดูอินครับ...
ในโลกใบนี้ยังมีอีกหลายๆๆๆๆ...อย่างที่วิทยาศาสตร์ยังไม่ไปถึงหรือพิสูจน์ไม่ได้ครับ...เพราะเป็นเรื่องของคพลังงานทั้งสิ้น
โลกนี้ประกอบด้วยกาย(รูป)และจิต(พลังงาน)วิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้แค่รูปธรรมเท่านั้นครับ ส่วนจิตหรือนามธรรมหรือพลังงานวิทยาศาสตร์ยังก้าวไม่ลึกถึงครับ
ต้องเป็นเรื่องที่ต้องใช้ของจิตภาพหรือพลังจิตละเอียดอ่อนครับที่พิสูจน์เรื่องนี้มาแล้วครับ...และต้องพิสูจน์ด้วยจิตของตัวเราเองเท่านั้นครับ..หมายความว่าเราต้องฝึกจิตตัวเราเองให้เกิดพลังงานตามที่ต้องการครับ
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน....พรหมมา
ผีเครือนี้มันจะเป็นโรคปัจจุบันอะหยังหา มันต้องเป็นโรคอะหยังสักหยั่งหนึ่ง เพราะเปิ้นมีตำฮายาฮื้อตวยละน่อ..น่อป้อหมอ
ไหว้สาครูเก่าครับ...
โรคนี้ปัจจุบันหมอพื้นบ้านทั่วไปเรียกกันว่า "ไข้สันนิบาต"ครับ บางคนหากตัวสั่นเทิ้มเพ้อคลั่งแล้วอาจมีอาการลงท้องแถมด้วยครับ...
ขอบคุณครับที่แว่มาอ่านครับ
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน....พรหมมา
ขอขอบพระคุณสำหรับข้อมูลภูมิปัญญาล้านนาครับแต่ละเรื่องมีประโยชน์ต่อสังคมทั้งน้านนนนนนน...(โดยเฉพาะวิทยานิพนธ์ของผม)........พักผ่อนมากๆนะครับ เป็นห่วงสุขภาพครับ ลุงหนานพรหมมา
สวัสดีหลาน....
ขอให้อดทนขยันอีกนิดก็จะจบปริญญาโทแล้ว...
ลุงเอาใจช่วยเน้อ.....
ด้วยความปรารถนาดีจากลุงหนาน...พรหมมา
ไม่ผิดหวังแน่นอนครับคุณลุง......ซินเจียยู่อี่ ซินนี่ฮวดไช้ ครับบบบบบ
เอาให้ดีไว้ก่อนแน่นอนสำเร็จแน่....
จากลุงหนาน.....พรหมมา