การพัฒนาทักษะการคิดคำนวณด้วยลูกคิดไทย
โดย นางสุพร แพนลา โรงเรียนวัดปากแพรก สพท.ปราจีนบุรี เขต 2
ทุกครั้งที่ถึงชั่วโมงคณิตศาสตร์ สังเกตเห็นนักเรียนจะมีอาการเบื่อๆ โดยเฉพาะเรื่อง การบวก การลบจำนวนที่มีหลายหลัก เพราะนักเรียนส่วนใหญ่คิดว่าตนเองคิดได้แล้ว แต่ไม่อยากคิดเพราะโจทย์ที่มีถึงหลักล้าน หลักสิบล้านและหลักร้อยล้าน เมื่อครูเห็นเช่นนั้นจึงหาสาเหตุ และพบว่าความน่าอาจจะมาจากครูขาดสื่อหรือเครื่องช่วยคิดและขาดเทคนิควิธีการคิดเลขเร็ว เพราะหลายครั้งเมื่อครูไม่อยู่นักเรียนมักจะแอบใช้เครื่องคิดเลขครูเพื่อตรวจสอบคำตอบ ครูจึงพยายามคิดค้นสร้างสื่อและวิธีการสอนที่ทำให้นักเรียนคิดหาคำตอบได้รวดเร็วขึ้น จนพบว่า “ลูกคิดไทย”ที่ครูเองพยายามดัดแปลงมาจากลูกคิดญี่ปุ่นนั้น สามารถใช้ในการบวกและการลบจำนวนที่มีหลายหลักได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นมาก นักเรียนสนุกสนานเกิดการท้าทายในการทำโจทย์ที่มีหลายหลัก
โรงเรียนวัดปากแพรก เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปราจีนบุรี เขต 2 เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ครู 5 คนรวมผู้บริหาร ฉะนั้นครู 1 คนจะต้องสอน 2 ชั้นเรียน ตนเองจึงรับผิดชอบสอนชั้น ป.3 และ ป.4 มาตลอด
เดิมทีในยุคที่ลูกคิดญี่ปุ่นเป็นที่นิยม ตนเองได้ศึกษาโดยเข้าอบรมและนำลูกคิดญี่ปุ่นมาสอนนักเรียนอยู่ 2 – 3 ปี แต่เมื่อสอนแล้วปรากฏว่านักเรียนไม่สามารถนำวิธีการหรือแม้กระทั่งลูกคิดนั้นมาใช้กับการเรียนหรือชีวิตประจำวัน เมื่อเรียนเสร็จก็นำลูกคิดญี่ปุ่นไปเก็บเข้าที่ เป็นเช่นนี้มาตลอด แต่ก็รู้สึกว่านักเรียนชอบสื่อเช่นนี้อยู่ มาระยะหลังจึงไม่สอนเพราะคิดว่า “มันไม่ใช่” ลูกคิดญี่ปุ่นจึงถูกแขวนทิ้งไว้เป็นของประดับห้องทั้งของครูและของนักเรียน
แล้ววันหนึ่งจึงคิดว่าทำไมหนอ ลูกคิดญี่ปุ่นเขายังคิดคำนวณได้ แล้วทำไมเราเราจะทำลูกคิดไทยของเราบ้างไม่ได้ จึงคิดออกแบบ ลองผิด ลองถูกอยู่หลายครั้งจึงได้คำตอบ “โอ! ใช่เลย” ลูกคิดไทย จากนั้นจึงดัดแปลงและทำลูกคิดไทย ขนาดใหญ่สำหรับครูและขนาดเล็กสำหรับนักเรียน โดยเฉพาะของนักเรียนจะทำง่าย นักเรียนสามารถทำได้เอง ต้นทุนต่ำ
เมื่อได้ลูกคิดไทยครบทุกคนแล้วนักเรียนจะภูมิใจกับผลงานของตนเอง พยายามเซ้าซี้ให้ครูสอนการคิด (เข้าทางของครูเลย) ครูจึงเริ่มสอนท่านั่ง การใช้นิ้วมือปัดลูกคิดไทยตลอดจนการอ่านค่าลูกคิดไทย จากนั้นเริ่มสอนการบวกจำนวน โดยจะให้โจทย์การบวกจำนวนที่ไม่มีการทด จากจำนวนที่น้อยหลัก เมื่อนักเรียนเริ่มเข้าใจและทำได้ นักเรียนเริ่มเรียกร้อง “เอาหลายๆหลักเลยครับครู” ครูเห็นท่า “ได้เลย” ครูกำหนดโจทย์การบวกที่มีหลายหลักแต่ก็ยังคงไม่มีการทดเช่นเคย ทำไปสักระยะนักเรียนเริ่มจับจุดครูได้แล้ว “ครูทำไมไม่ทำโจทย์ที่มีการทดบ้าง” แสดงว่านักเรียนเริ่มอยากรู้อยากเรียน สนุกกับการเรียน ครูจึงเริ่มให้โจทย์ที่มีการทดโดยสอนหลักการง่ายๆก่อน นักเรียนก็สามารถเรียนรู้ได้รวดเร็ว เมื่อนักเรียนทำโจทย์การบวกจำนวนได้คล่องแล้วครูจึงเริ่มสอนการลบจำนวนในลักษณะเดียวกัน
ในขณะที่ครูสอนชั้น ป.4 อยู่นั้น นักเรียนชั้น ป.3 ซึ่งเรียนอยู่ในห้องเดียวกัน(แบ่งครึ่ง) ซึ่งมีจำนน 8 คน ก็ยืนทำตาละห้อยอยู่ข้างห้อง “ครูครับ เมื่อไหร่ครูจะสอน ป.3 บ้างครับ” จะอ้อนวอนทุกครั้งที่เห็น ป.4 เรียน แล้หนึ่งครูก็ใจอ่อนกับสายตาที่เว้าวอน ครูจึงตอบตกลง ทุกคนดีใจมาก เมื่อสอนเขาก็สามารถทำได้ดีด้วยความตั้งใจ จนสามารถนำไปใช้ได้
เช้าวันหนึ่งก่อนเข้าเรียน ขณะครูกำลังสาละวนอยู่กับการจัดโต๊ะ ฟิวส์ นักเรียนชั้น
ป.3 มารายงานครูว่า “ครูครับๆ เมื่อวานย่าให้ผมใช้ลูกคิดไทยบวกเลข”
ครูถาม “แล้วเธอคิดได้ไหมล่ะ”
ฟิวส์ตอบ “ผมคิดได้ครับ แต่ย่าบอกว่าไม่ถูก”
ครูถาม “เอ้า! แล้วย่าให้โจทย์อย่างไร”
ฟิวส์ตอบ “เจ็ดหมื่นห้า บวกกับ สองหมื่นห้าครับ”
ครูคิดในใจ โจทย์ง่ายๆ มันก็ต้องหนึ่งแสนซิ คิดในใจก็ได้
ครูถาม “แล้วเธอคิดได้เท่าไร”
ฟิวส์ตอบ “ผมบอกว่า เก้าหมื่นสิบ ครับ”
เมื่อครูฟังคำตอบ ครูก็งงกับคำตอบ ได้แต่นึกในใจว่าทำไมไม่ตอบหนึ่งแสนหนอ แต่ไม่พูดครูถาม “แล้วย่าว่าไง”
ฟิวส์ตอบ “ย่าบอกว่าลูกคิดของครูเองคงใช้ไม่ได้แล้ว ไปเอาเครื่องคิดเลขมาคิดดูซิ!
ผมก็เอาเครื่องคิดเลขมาคิดกี่ครั้งๆ ก็ได้ เก้าหมื่นสิบครับ”
ครูก็ไม่พูดอะไร งง...เหมือนเดิม จากเช้าจนสาย ครูก็คิดกับคำตอบของฟิวส์ กว่าจะถึงบางอ้อ! ความคิดของย่า คือ 75,000 + 25,000 จะต้องได้เท่ากับ 100,000 แต่ฟิวส์ที่เรียนลูกคิดไทยไปแล้ว คือ 70,005 + 20,005 จะต้องเท่ากับ 90,010 ถูกของฟิวส์จริงๆ ครูจึงอธิบายให้ย่าฟัง ย่าจึงร้องอ๋ออีกคน
ครูจึงได้แนวคิดว่า ลูกคิดไทย นอกจากจะนำไปใช้ในการบวก การลบจำนวนแล้ว ยังสามารถนำไปสอนค่าประจำหลักได้ดีอีกด้วย เพราะเด็กได้สัมผัสกับสื่อของจริง
ย้อนกลับมาชั้น ป.4 เมื่อเรียนเรื่อง การบวก การลบจำนวนได้เก่งแล้ว จึงอยากเรียนการคูณและการหาร ครูจึงสาธิตให้ดูและให้นักเรียนใช้เครื่องคิดเลขตรวจคำตอบ นักเรียนเริ่มอยากเรียนครูจึงสอนทีละขั้นจนทำได้และนักเรียนจะดีใจมาก
จากเรื่องที่เล่ามานี้ขอบอกว่า ลูกคิดไทยสามารถพัฒนาทักษะในการคิดคำนวณของนักเรียนได้ดี จนพาไปสู่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น
สวัสดีปีใหม่ 2552 ค่ะ
มีความสุขในทุกๆวันนะคะ
โชคดี ตลอดปีและตลอดไป
Jสุขภาพแข็งแรงค่ะJ
สวัสดีค่ะ
อฐิษฐาน พระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เบิกชีวิต ให้แจ่มใส และไพศาล
เจริญสุข สรรเสริญ เจริญงาน
ทรัพย์ศฤงคาร อนันต์ใน ปีใหม่เทอญ
สวัสดีปีใหม่ครับ..
อิอิดีคะ