อให้เป็นของขวัญที่แสนดี ที่จะมอบให้แก่กัน กับวันวารที่ได้รับกำหนดว่าจะถึงวันสิ้นปีน

   สวัสดีค่ะชาวgotoknow ที่คิดถึงทุกท่าน

   ตามที่ได้กล่าวคำอำลากลางดึก เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2551 เพื่อไปทำงานอาสาสมัครตามที่ตัวเองชื่นชอบ กับสมาคมเพื่อนแพทย์ไร้พรมแดน บนยอดดอยที่แสนไกล กับระยะทางเริ่มต้นจากจุดที่พักค้าง 10 กม.เศษๆ แต่การเดินทางร่วม 3 ชั่วโมง และกับประสบการณ์ชีวิตที่ไม่มีวันรู้ลืมว่า กับครั้งหนึ่ง เรด้ทำสิ่งดีๆให้แก่มนุษย์โลกด้วยกัน ด้วยความวิริยะอุตสาหะเป็นที่สุดและที่ยิ่งกว่านั้น กับการต้องเสี่ยงชีวิตครั้งสำคัญ กับเหตุการณ์ ที่ไม่ได้คาดหมายมาก่อน

 แต่ที่สุดก็ได้มีโอกาส นำความปลื้มปิติในสิ่งที่ได้กระทำไปแล้ว มาฝากชุมชน Gotoknow ทุกท่านจนได้ อาจจะรายงานช้าไปหนึ่งวัน กับการที่ไม่สามารถจะลงบันทึกได้ทันทีตามตั้งใจ เพราะกับสภาพร่างกาย ที่สะบักสะบอมพอสมควร แต่คืนนี้ก็ได้นำสุขมาเผื่อแผ่กัน ขอให้เป็นของขวัญที่แสนดี ที่จะมอบให้แก่กัน กับวันวารที่ได้รับกำหนดว่าจะถึงวันสิ้นปีนะคะ

Dsc02222

มู่บ้านที่สมาชิกร่วมทาง พยายาม

ค้นหาทางอินเตอร์เน็ต

แต่ก็ไม่พบ

ทว่า ที่นี่กลับเป็นหมู่บ้าน ที่ได้รับการพัฒนา

ตามพระราชดำริ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

สยามบรมราชกุมารี มาหลายปีแล้ว

Dsc02120

จุดเริ่มต้น แห่งการเดินทาง

บ้านวะเบลอลู่ ช่างสวยงามกลางขุนเขา

ราวกับเมืองในเทพนิยาย

Dsc02110

เมื่อเริ่มออกเดินทาง เราทั้ง สี่สิบชีวิต

ช่างรู้สึกเมือนอยู่ในความฝัน

ปุยเมฆ และสายหมอก ทำให้ไม่รู้ตัวเลยว่า

 เดินทางผ่านไปกี่ยอดดอยแล้ว

Dsc02151

นที่แข็งแรงจะนั่งกระบะหลัง

จึงทำให้มองเห็นเส้นทางที่ผ่านมาแล้ว

ดูคดเคี้ยวริบลับ เหมือนเส้นลาก ด้วยดินสอสีแดง

่านป่าเขาลำเนาไพรสีเขียวชอุ่ม

Dsc02192

ผู้เขียนและหมู่คณะ ไม่ทันสังเกตว่า

จะละไอหมอกนั้น ค่อยๆกลายเป็นเม็ดฝน

ที่เริ่มหนาเม็ดขึ้นเรื่อยๆ

เราจึงดึงผ้าใบหลังรถของผู้ใหญ่บ้านที่ลงมารับ

ให้ขึ้นมาคลุมกันฝนแทนการปูนั่ง

ยังสนุกสนาน ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งรอบข้าง

ช่างไม่รู้เลยว่า อีกไม่กี่นาทีต่อมาจะเกิดอะไรขึ้น

Dsc02185

และแล้วถนนชื่อน่าฟัง"ถนนพุทธวิถี" ที่สร้างขึ้นมา

จากรอยจอบ และแรงงาน

ของชาวเขาเผ่า ปะวากะญอล้วนๆ

 ก็เริ่มสำแดงอิทธิฤทธิ์ เปลี่ยนจากดินแดงผิวเรียบแน่น

กลายเป็นน้ำโคลนลื่นๆ ตลอดสาย

  ากนั้น ผู้เขียนก็เริ่มหมดสมาธิกับการเก็บภาพต่างๆ สองมือเหนี่ยวกะบะรถไว้อย่างมั่นคง ต่างก็เริ่มห่วงใยกัน ทุกครั้งที่รถมีอาการไถล ไปมา แม้จะระวังเต็มที่ แต่แล้วผู้เขียนก็โดนกระแทก จนท่อนแขนเขียวช้ำ

ถที่ทะยอยตามกันมา ที่สุด ก็มาทันกัน ณ จุดริมลำธาร ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้อีก ยกเว้น รถขับเคลื่อนสี่ล้อ บรรทุกของสองคันเท่านั้น แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นการเดินทาง ที่สะดวกดั่งคิด

ืนนี้ชมภาพสวยๆ ของเมืองในฝันไปก่อน "วะเบลอลู่" ของชาว ปะวากะญอ ติดตามการเดินทางในตอนต่อไป พร้อมกับคำถามที่เกิดขึ้นอยู่ในใจตลอดเวลา คือ "ใจสู้หรือเปล่า"