การพัฒนาคุณธรรมไม่ได้ผล เพราะพัฒนาแบบมือถือสาก ปากถือศีล

        การศึกษาที่ผ่านมาที่ผ่านมา เรามีการพัฒนาคุณธรรมผู้เรียนมาโดยตลอด แต่การดำเนินการยังไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะเรามีการพัฒนาคุณธรรมกันแบบ มือถือสาก ปากถือศีล  คือ พัฒนากันแต่รูปแบบ ดังนี้ครับ

1.สอนโดยให้แต่ความรู้ในห้องเรียน

2.สอนโดยการพร่ำบ่น

3.สอนโดยการนำพระมาเทศน์

4.สอนโดยการนำนักเรียนเข้าค่ายคุณธรรม

ทั้ง 4 ข้อ เป็นมรรควิธีที่นิยมในการพัฒนาคุณธรรม  เฉพาะที่มาแรง คือ การนำนักเรียนเข้าค่ายคุณธรรม  เมื่อมีงบประมาณมาพัฒนาคุณธรรม ก็มักจะนำนักเรียนเข้าค่ายคุณธรรม โดยคาดหวังว่าจะทำให้ผู้เรียนมีคุณธรรมแน่

ทั้ง 4 วิธี เป็นการพัฒนาคุณธรรมแต่ในรูปแบบครับ หรือ  ในระดับความรู้   ซึ่งเป็นที่นิยมกันมาก  แต่ถ้าพฤติกรรมที่แสดงออกของผู้พัฒนาคุณธรรมยังไม่ได้สอดคล้องกับคุณธรรมที่ต้องการพัฒนา หรือระบบบริหารจัดการยังไม่มีคุณธรรม  ก็ถือว่า ล้มเหลว ครับ

การพัฒนาคุณธรรมผู้เรียนให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม ผมคิดว่าควรจะต้องสอนผู้เรียนให้เกิดการประพฤติปฎิบัติตามหลักคุณธรรมอย่างแท้จริง  ให้เป็นหลักสูตรแฝง (Hidden curriculum)  ขึ้น ในสถานศึกษา   โดยหลักสูตรแฝง เป็นหลักสูตรที่บุคลากรในโรงเรียน อาจไม่ไดรับรู้อย่างเป็นทางการ แต่มีอิทธิพลโดยตรงต่อผู้เรียนอย่างลุ่มลึกและยาวนานมากกว่าการสอนคุณธรรมที่เป็นรูปแบบ

หลักสูตรแฝงที่ขอเสนอแนะ คือ

1. แบบ ดีกว่า บอก  จะพัฒนาคุณธรรมเรื่องใด ไม่ต้องสอนครับ  ทำตัวให้เป็นตัวอย่างเลย  ทั้งผู้บริหารและคณะครู

2. ให้ความรัก ก่อนให้ความรู้   ขอให้ผู้บริหารและคณะครู  ให้ความรักผู้เรียนทุกคนอย่างเท่าเทียมกันเถิดครับ  รับรองว่าการพัฒนาคุณธรรม ประสบผลสำเร็จเกินครึ่ง

3. ให้ศักดิ์ศรีผู้เรียนด้วยการยอมรับผู้เรียนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน    เท่านี้เด็กก็จะดีใจหายครับ

4. จะพัฒนาคุณธรรมเรื่องใด  ต้องจัดให้มีการประพฤติปฎิบัติจริงเลยครับ   โดยต้องจัดอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ  ไม่ใช่จัดอย่างไฟไหม้ฟาง  หรือ จัดอย่างผักชี เพื่อให้มีโชว์

ผมว่าด้วยหลักสูตรแฝง จะทำให้พัฒนาคุณธรรมอย่างยั่งยืนครับ

ที่ไม่ได้ผล เพราะเราพัฒนาคุณธรรมกันแบบ คุน นะ ทำ  ผมไม่ต้องทำ  นั่นคือเป็นคุณธรรมแบบ

มือถือสาก ปากถือศีล