พวกเขาไปปายทำไมกัน?
ผมไม่รู้ว่าทำไมใครๆ ก็อยากไปปายให้ได้สักครั้ง ตั้งแต่เด็กตัวเล็กๆ ฟันยังไม่เต็มปาก จนถึงคนมีอายุ (ที่ฟันไม่เต็มปากเหมือนกัน...ฮ่าๆ)ใครๆ ก็หลงเสน่ห์เมืองปายทั้งที่ยังไม่เคยเห็น เหมือนพระอภัยมณีหลงรักนางละเวงวัณฬาจนคลุ้มคลั่งเพียงแค่ได้เห็นรูปวาด
ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดิน โดยไม่ต้องกังวลว่าจะได้คะแนนต่ำศูนย์จนต้องเรียนซ้ำชั้นก็คงได้คำตอบว่า “ไม่รู้สิ...ลองไปเที่ยวปายเองดิ...อิอิ”
เราออกเดินทางจากจังหวัดลำปางก่อนเที่ยง ใช้ทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านจังหวัดลำพูนมุ่งหน้าสู่ “เจียงใหม่” หันหัวรถขึ้นไปทางทิศเหนือ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ขอแนะนำให้เติมน้ำมันเต็มถังจากตัวเมืองเชียงใหม่ เพราะว่าเส้นทางข้างหน้าเป็นทางชันขึ้นเขา ปั๊มน้ำมันที่ดีที่สุดเป็นปั๊มเล็กๆ (ปั๊มหลอด) เท่านั้น...
ทางหลวงหมายเลข 1095 พาเราสู่ปาย
ออกจากเมืองเชียงใหม่ไม่นาน (บนถนนสายเชียงใหม่-แม่ริม) จะถึงทางแยก เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1095 สภาพถนนดีพอสมควร เรากำลังขึ้นเขาและถนนเริ่มมีโค้งคดเคี้ยวต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง เนื่องจากยังเป็นช่วงปลายฤดูฝน ในบางช่วงของการเดินทางเราจึงเห็นดินถล่มขวางทางอยู่....
ขับรถชมวิวสองข้างทางไปเรื่อยๆ จนถึง กม.ที่ 42 มีป้ายบอกทางไป “โป่งเดือดป่าแป๋” บ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่และ (เคย) มีความสูงที่สุดในประเทศไทย เลี้ยวเข้าไปเลยครับ ลึกเข้าไปประมาณ 6.5 กิโลเมตร ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มีลานจอดรถและที่ให้ลงแช่/อาบน้ำร้อนได้
ถนนเข้าโป่งเดือดป่าแป๋ค่อนข้างแคบและมีหลุมบ่อเล็กๆ ตลอดทาง รถเก๋งหลายคันต้องหันหลังกลับเพราะว่าไม่แน่ใจว่าจะไปได้ตลอดรอดฝั่งไหม...แต่ลองไปดูนะครับ รถเก๋งก็เข้าไปได้ไม่ยาก แต่ต้องขับรถระมัดระวังมากหน่อยเท่านั้น
ย้อนกลับทางเดิม บนถนน 1095 ระยะทาง 110 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง เราก็เดินทางถึง “ปาย” เมืองในฝันของหลายๆ คน ก่อนถึงตัวเมืองปายจะผ่านสะพานประวัติศาสตร์ อนุสรณ์จากสงครามโลกครั้งที่สอง ไม่พลาดที่จะแวะเก็บภาพที่ระลึกก่อน
ประมาณ กม.ที่ 95 ผ่านร้านกาแฟชื่อดังของเมืองปาย coffee in love แต่ด้วยเหตุว่าเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ผู้คน (โดยเฉพาะหนุ่มสาว) จึงเยอะเป็นพิเศษ เราจึงอดชิมรสชาติกาแฟ (ฮือๆ)
รีบไปหาที่พักดีกว่า....
หลงปาย...หลงทาง
เข้าตัวเมืองปายแล้วครับ เมืองเล็กๆ แต่รู้สึกมีแรงดึงดูดที่ประหลาดแฝงอยู่
ผมตั้งใจเริ่มต้นหาที่พักจากวิลล่าเดอปาย ซึ่งทราบมาว่าอยู่ไม่ไกลจาก บ.ข.ส. มองหาอยู่นาน..น๊าน..นาน ก็ไม่เจอ จอดถามคุณลุง-คุณพี่ ข้างทางได้คำตอบเดียวกันคือ “โรงแรมที่นี่มีชื่อปายห้อยท้ายหรือนำหน้าทั้งนั้นแหละครับ...บอกไม่ถูกหรอกว่าอยู่ตรงไหน” หุๆๆๆๆ จะเอาไงดีละทีนี้
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามก็อยู่ที่นั่น..(ฮ่าๆ)
ไม่นานนักเราก็มายืนอยู่หน้าวิลล่าเดอปายโดยบังเอิญ
“เต็มแล้วครับ” .... “ห้องเต็มแล้วค่ะ” เป็นคำตอบที่เราได้รับ...แป่ววววววว!!!
พอดีกับเจอหนุ่มใจดีที่นั่งเล่นตรงล็อบบี้โรงแรมเห็นผมทำท่าผิดหวัง จึงหันมาบอกว่า “ผมมีที่พักอยู่ไม่ไกลจากปาย พี่ลองไปดูก่อนไหมครับ ถ้าชอบก็เปิดประตูเข้าไปพักได้เลย ห้องไม่ได้ล็อค แล้วค่อยโทร.มาบอกผม”
...
เอาเข้าแล้วสิ...เจอการต้อนรับลูกค้ารูปแบบใหม่ ทำเอาอดีตพนักงานโรงแรมอย่างผมงงเป็นไก่ตาแตก
“ให้ลูกค้าเช็คอินกันแบบนี้เลยเหรอลูกพี่?”
ใกล้จะมืดค่ำแล้ว เรามีทางเลือกไม่มากนัก จำต้องยอมไปดูที่พักที่ว่านี้....แต่เราไม่วายแวะถามที่พักสองข้างทางที่ผ่าน คำตอบที่ได้เหมือนกันเลย คือ “เต็มแว้วววววค่ะ-ครับ”
ในที่สุดเราก็มาจอดรถที่หน้าป้าย “ปายน้ำปลายดอย” สนใจที่พักโทร. XXXXXXXXX
จะดีหรือไม่ดีอย่างไร ขอให้ได้นอนพักก่อนก็แล้วกัน (อิอิ) แต่ด้วยอัธยาศัยของเจ้าของที่พัก บวกกับราคาที่พักคืนละ 200-400 บาท พร้อมเครื่องทำน้ำอุ่นบริการ ทำให้เราตัดสินใจ “เลือก” อย่างไม่ลังเล
“พี่บุญยัง” อดีตครูการละคร ผู้ผันตัวเองมาสู่ธุรกิจที่พัก เข้ามาสนทนากับเราอย่างเป็นกันเอง เราจึงได้ทราบว่าเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน... “ศรีสะเกษกันเองไม่ต้องเกรงใจกัน”
พี่บุญยัง มีข้อคิดที่น่าสนใจ “ผมเป็นคนต่างถิ่น ที่มาเก็บเกี่ยวทรัพยากรจากเมืองปาย เรามีอยู่มีกินทุกวันนี้ก็เพราะปาย จึงไม่ลืมที่จะทำประโยชน์ให้กับคนเมืองปายให้มากที่สุดก่อนที่จะกลับไปพัฒนาบ้านเกิด”
ปายน้ำปลายดอย อยู่ห่างจากวัดพระธาตุแม่เย็นเพียง 500 เมตร รีบตื่นนอนเช้าๆ ขึ้นไปชมวิวทิวหมอก มองเห็นตัวเมืองปายได้โดยรอบ
แล้วเดินทางต่อไปยังวัดน้ำฮู อยู่ห่างจากเมืองปายประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่ออุ่นเมือง มีความเก่าแก่กว่า 500 ปี
ไปชิมชาหอมอร่อยที่บ้านดินหมู่บ้านสันติชล หรือหมู่บ้านศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนาน
ดูเกจ์วัดระดับน้ำมันในถัง ที่เติมจากเมืองเชียงใหม่ยังมีเหลือเฟือ รุ่งขึ้นอีกวันเดินทางย้อนกลับไปเส้นทางสะพานประวัติศาสตร์ เพื่อไปนอนแช่น้ำร้อน ที่โป่งน้ำร้อนท่าปาย...ไม่ควรพลาดการลงแช่น้ำร้อนท่ามกลางธรรมชาตินะครับ ช่วยเรียกความสดชื่นได้ดีทีเดียว
หลังอิ่มอร่อยกับอาหารมื้อเย็นแล้ว อย่าลืมไปเดินทอดน่องย่อยอาหารเพื่อชมและช้อปสินค้าพื้นเมืองสวยๆ เป็นของฝากให้คนทางบ้านที่ตลาดมืด ถนนคนเดินเมืองปาย
...เวลาแห่งความสุข ผ่านไปเร็วเหลือเกิน...
ผมเพิ่งได้คำตอบว่าทำไมผู้คนจึงยอมทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังแล้วไปเที่ยวปายกัน
ด้วยวิถีชีวิตเรียบง่ายของคนเมืองปาย รวมทั้งบรรยากาศเงียบสงบของปายน้ำปลายดอย (ที่พักที่ทำให้ผมลังเลใจในตอนแรกแล้วประทับใจในภายหลัง) และกลิ่นไอหมอกเมืองปายยังกรุ่นอยู่ที่ปลายจมูก ผมจึงไม่สามารถบอกลาเมืองปาย เพราะว่าถึงอย่างไรผม (เรา) จะกลับมาหาเธออีกครั้ง
วันหยุดยาวช่วงปีใหม่ อย่าลืมให้โอกาส (โบนัส) ตัวเองไปพักผ่อนนะครับ
วัดจองกลาง ท่ามกลางสายหมอกยามเช้า ของวันที่ 25 ธ.ค.
มาสวัสดีปีใหม่ครับ
นางเอกที่เป็นน้องตัวกลมๆ ยังไม่มีบทเหรอ??????? งอน..น..น ฮึ! ไปปายไม่ชวนเรา
ยกแซว..ว..ว
ประมาณ กม.ที่ 95 ผ่านร้านกาแฟชื่อดังของเมืองปาย coffee in love แต่ด้วยเหตุว่าเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ผู้คน (โดยเฉพาะหนุ่มสาว) จึงเยอะเป็นพิเศษ เราจึงอดชิมรสชาติกาแฟ (ฮือๆ)
เพราะ "วัยชรา" ล่ะสิ ถึงอดชิมกาแฟร้านนี้ อิอิ
ธรรมชาติริมแม่น้ำซอง ที่วังเวียง
สวัสดีครับป้าแดง pa_daeng [มณีแดง คนสวย แซ่เฮ]
สวัสดีครับ อ. เอื้องแซะ
สวัสดีครับ คนโรงงาน
น้องต้อมๆๆๆ เนปาลี
ฮื่ม...มีแซว...ลุง..เอ๊ย..อายุพี่เพิ่งจะยี่สิบสองเอง...ยังไม่แก่ซักหน่อย
แค่ไม่อยากรอคิวนานๆ ...แบบว่าวัยรุ่นใจร้อนนนนนน
อิๆๆๆ
สวัสดีครับ มุ่ยฮวง
ขอบคุณครับ
น้องต้อมๆๆ
ร้านอาหารหลังคาทรงแปลกๆ ดูคุ้นๆ ....ถ้าไปสะพานประวัติศาสตร์ต้องผ่านร้านนี้...ใช่ไหม (ถึงปายแล้วต้องถอนหายใจแรง!!!!...เฮ้อ..)
ไม่แน่ใจว่าชื่อร้าน "มาลิบู" หรือเปล่า? มาจากทางเชียงใหม่-ปาย ก็เจอบ้านปายตา >> coffee in love >> มาลิบู
น้องต้อมๆๆ
ที่ "ปาย" มีร้านน่ารักๆ เยอะแยะมากมาย บางร้าน..เราก็ไม่แน่ใจว่าขายอะไร ว่าแต่คราวหน้าถ้าแวะมารับน้องตัวกลมไปด้วย เราลองไปร้านนี้นะคะ
เอ๊ย..ย..ย ไม่ใช่.. หมายถึงร้านนี้ไงที่ขายน้ำวีทกราส
สวัสดีครับพี่ยาว เกษตรยะลา
น้องต้อม
ร้านนี้เดินผ่านตอนขากลับจากตลาดมืด (ตรงข้ามวิลล่าฯ)
ขายน้ำข้าว....อยากกินๆๆๆๆ
จดไว้เลยว่า ร้านนี้น่าสนใจเนอะ ชนแก้วกันคนละสักช็อต อิอิ ^^