เป็นนักเรียนสถาบันพระปกเกล้าตอนที่๗๔(ศึกษาดูงานภาคเหนือ เชียงราย-หลวงน้ำทา-สิบสองปันนา๓)

ให้เราเอาน้ำยาแช่เท้าร้อนมากๆ ยังจะมาอธิบายว่าถ้าเด็กมีปัญหาเรื่องผิวหนังก็ให้แช่ทั้งตัว อ้าว..แล้วลูกตูไม่ถูกลวกทั้งตัวเหรอ..จ๊าก..

          ตื่นเช้าขึ้นมาประมาณตีห้า ผมกับครูบาตื่นแต่งตัวจะออกไปเดินชมตลาด ได้ยินเสียงเคาะห้อง ปรากฎว่าเป็นพี่ติ๋ม ทีวีพูล พอออกมาปรากฎว่าอาจารย์มนฤตพล ก็ตื่นแล้วก็เลยชวนกันออกมาเดินตลาดปรากฎว่าโกติ่งกับพี่วันชัยก็ตามมา เราเดินชมสินค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตร พริกแต่ละดอก ผักแต่ละกอล้วนสมบูรณ์แถมราคาไม่แพง กล้วยหอมหวีใหญ่หวีละ ๕ หยวน แต่พวกเรารู้สึกว่ามันถูกไป นึกว่าเขาบอก ๒๕ หยวน ขอต่อเหลือ ๒๐ หยวน คนขายก็บอกว่าไม่พอขายหันไปถามแม่ค้าใกล้ๆเพื่อจะหากล้วยมาให้ แต่พี่ติ๋มยื่นตังค์ไปให้แล้ว ถึงได้รู้ว่าฟังผิดว่า ๒๕ หยวน ได้หัวเราะกันสนุกสนาน เพราะภาษาไตลื้อกับภาษาไทยแทบจะเรียกได้ว่าเหมือนกัน ผมกับครูบาเห็นเขาขายข้าวเหนียวขาวและข้าวเหนียวดำ พอเราเรียกข้าวเหนียวดำคนขายเขาก็พูด ข้าวเหนียดาม อิอิ ก็เลยถามว่าขายยังไง เขาก็บอกว่า จะอาวเท่าหล่า หนึ่งหยัว สอหยัว สาหยัว  สี่หยัว ก็เลยบอกว่าเอา ๑ หยวน ได้มาถุงหนึ่งปรากฎว่าอร่อยมาก หอม เพราะเป็นข้าวเหนียวใหม่ ครูบาก็คิดถึงพี่อั้ม อมรา เจ้าแม่แตงโม ขากลับผมเลยซื้อมาอีก ๒ หยวน มาฝากพี่อั้มและแบ่งกันทานตอนอาหารเช้า

        จากนั้นเราทานอาหารเช้าแบบสิบสองปันนาแล้วขึ้นรถบัสไปเที่ยวพักผ่อน จุดแรกที่พาไปก็คือพาไปดูลิง ไปนั่งกระเช้าข้ามโขงเพื่อไปดูลิงเผือก ลิงกระรอก ไปไหว้เจดีย์ ไปเอาน้ำศักดิ์สิทธิ์พรมศีรษะ จุ๊ๆ อย่าเอ็ดไป ผมสังเกตเห็นสาวจีนถือไม้คานและมีถังพลาสติกสองใบยืนดูพวกเราอยู่ พอพวกเราออกจากจุดดังกล่าว ผมก็เห็นเธอตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ใส่ถังทั้งสองแล้วหาบไปตรงจุดที่พวกเราซื้ออาหารให้ลิงกิน ไม่รู้ว่าเธอเอาไปกินเองหรือเอาให้ลิง..อิอิ สงสัยว่าเธอจะไม่รู้ว่าน้ำนั้นศักดิ์สิทธิ์ ฮ่าๆ....

แล้วเราไปเติมพลังอาหารเที่ยงกันที่โรงแรมเราพักก่อน อาหารอยู่ในระดับที่เรียกว่าดีอร่อยใช้ได้เลย แต่พอเช็คอินเสร็จเขาก็ให้เราขึ้นรถบัสกันต่อแล้วก็ถูกทัวร์พาไปซื้อของเพราะเป็นไฟล้ท์บังคับ อิอิ เพราะตอนแรกเราจะไปฟังบรรยายเรื่องเขตพิเศษสิบสองปันนาแต่เนื่องจากเราไปวันอาทิตย์ ผู้ว่าเขตปกครองพิเศษสิบสองปันนา ไม่อยู่เลยอดฟัง แต่ไม่เป็นไรไกด์เขาเล่าให้เราฟังคร่าวๆ (แล้วผมจะเล่าให้ฟังตอนหน้านะ..)เมื่อไปตามนั้นไม่ได้เขาก็เลยพาไปร้านหยก ก็มีพวกเราซื้อไปเป็นของฝากกันพอหอมปากหอมคอ

จากนั้นก็พาไปร้านขายบัวหิมะ (อีกแล้ว อิอิ) แต่มีวิธีการแนบนียน ให้เราไปแช่เท้ารักษาโรค ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย รักษาเท้าที่เป็นโรคน้ำกัดเท้า ฮ่องกงฟุต ทำให้ความดันโลหิตลดลงก็ได้ด้วยนะ  พวกเราก็ไปลองแช่กันหลายคน พอน้ำยามาถึงสิ่งที่ผมสังเกตและนั่งหัวเราะก็คือ เพื่อนๆเอาเท้าจุ่มลงไปในชามที่เขาไม่บอกว่ามันร้อน และไม่เห็นมีควัน เห็นมีคนชักเท้าขึ้นเป็นแถว ผมไม่เคยแช่หรอกแต่พอรู้ว่าร้อนก็เอาส้นเท้าจุ่มลงไปก่อนแช่ไว้สักพักพอร่างกายทนได้ก็ค่อยๆแช่ลงไปเต็มเท้า นี่เป็นประสบการณ์ตอนไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นตอนอาบน้ำแบบญี่ปุ่นเคยเท้าแดงเป็นขอบมาแล้ว พอสักพักเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าให้เอาส้นเท้าลงไปแช่ก่อน (ปู้โธ่..ทำไมไม่บอกเขาก่อนเอามาให้แช่ล่ะ...) แถมยังบอกว่า แต่ว่าน้ำยาจะมีประสิทธิภาพมากตอนมันร้อน แล้วยังบอกอีกว่า ยานี้ใช้ได้กับเด็กด้วยนะครับ เด็กที่ผิวพรรณไม่ดีก็ให้เอาแช่ทั้งตัว..อุบะ..ขนาดส้นเท้าตูยังร้อนเลย แล้วลูกตูไม่ถูกน้ำลวกทั้งตัวเหรอ...ก๊าก...(แช่เท้าสบายไหม ถามครูบา แฮ่....)

        ทัวร์พาเรากลับไปที่พัก ไกด์ของบริษัทฯชี้ให้เราดูวัดที่อยู่ระหว่างทางที่รัฐบาลจีนสร้างขึ้นไปบนภูเขาทั้งลูก ดูแล้วอลังการมาก แต่การสร้างวัดของจีนไม่เหมือนการสร้างวัดของคนไทย เพราะสร้างด้วยความศรัทธา แต่วัดของจีนสร้างขึ้นมาเหมือนกับเป็นสถาปัตยกรรมที่ใครจะเข้าไปดูต้องเสียตังค์ง่ะ...เออ..เอากับพี่ใหญ่สิ..

        กลับมาถึงที่พักก็เย็นแล้ว ไปอาบน้ำแต่งตัวและไปทานข้าวกันที่ร้านอาหารอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโรงแรม อร่อยพอสมควรแต่สู้ตอนเที่ยงไม่ได้ พวกเราบางคนก็เริ่มไปช้อบปิ้งที่ห้างบ้าง ถนนคนเดินก็เพิ่งเริ่มจะเอาของมาวาง ก็จัดการกันไปบ้างแล้ว จากนั้นก็ไปชมการแสดงที่พาราณสี ไกด์บอกว่าอะไรที่สวยๆเขาเรียกพาราณสีหมด อิอิ พวกเราไปเข้าในโรงละครก่อนใครเพื่อน และเริ่มการแสดง แต่ละฉากก็สวยดีแต่ผมว่าสู้แฟนตาซีที่ภูเก็ตไม่ได้ ที่นี่ห้ามถ่ายวีดีโอ แต่ไม่ห้ามถ่ายรูป พวกเราจึงมีรูปมาอวดกันพอสมควร กลับจากโรงละครก็วิ่งกันไปช้อบปิ้งอีกนิดหน่อยเพราะเขาปิดร้านกันแล้ว ยังไปต่อรองราคาได้ลดมาอีกนิดหน่อย ก็ถูกใจแล้ว เห็นโรตีขายอยู่ก็สั่งโรตีมากินเล่นก่อนนอน เป็นการบำรุงร่างกายให้อวบในยามอยู่เมืองหนาว อิอิ

        รุ่งเช้าเราเช็คเอ้าท์แล้วไปที่ด่านเชียงรุ้ง หรือจิ่งหง เพื่อไปจัดการเรื่องเดินทางออกจากประเทศ แต่ต้องไปขึ้นเรืออีกท่าหนึ่งเนื่องจากน้ำลด ที่ตลกก็คือ เราต้องลากกระเป๋ากระเป๋าใครกระเป๋ามันผ่านตรวจคนเข้าเมืองตรวจอุณหภูมิร่างกายว่าเป็นโรคหรือเปล่า แล้วลากกระเป๋าผ่านด้านนอกของเครื่องเอกซ์เรย์ (ก็คือไม่ตรวจนั่นเอง ครูบาบ่นว่า แล้วให้ลากมาทำหยังหว่า..อิอิ) ในที่สุดเราก็ลงเรือจนได้ จากนั้นก็นั่งเรือจากประเทศจีนมาขึ้นฝั่ง

ที่เชียงแสน ทิวทัศน์สองข้างทางน่าดูชมมาก แต่ลมที่พัดผ่านตัวเราเย็นมาก ของชอบครูบา...เพราะบ่นทุกวัน อุตส่าห์เอาเสื้อหนาวมาตั้งสามตัว แต่ต้องใส่เสื้อกล้ามตัวเดียวกับเสื้อคลุมกันหนาว ๑ ตัว ไม่งั้นเหงื่อแตก อิอิ เสียดายผมลืมถ่ายภาพครูบาสวมเสื้อกันหนาวแต่ข้างในมีแต่เสื้อกล้ามมาอวด...

        เรามาถึงเชียงแสนทันเวลาพอดี บริษัททัวร์ก็พยายามให้เราเดินทางไปทานอาหารกันก่อน เราพิจารณาแล้วว่ามัวแต่ทานอาหารเราจะขึ้นเครื่องไม่ทันเพราะของเยอะ หักดิบไม่ไปให้ตำรวจทางหลวงนำ แต่รถคันที่ผมนั่งเขากลัวนาย รถทางหลวงไปทาง เขาขับไปอีกทาง ต้องบังคับให้กลับไปสนามบิน ปั๊ดอีโถ....เรามีเวลาหายใจหายคอแค่ ๒๐ นาทีก็ต้องเดินขึ้นเครื่อง ถ้ามัวทานข้าวสงสัยว่าจะไม่ได้กลับ กทม. แล้วพวกเราก็กลับถึง กทม.โดยสวัสดิภาพ แต่ผมต้องกลับภูเก็ตอีกวันหนึ่งเพราะไม่มีเที่ยวบินจากดอนเมืองกลับภูเก็ตในคืนนั้น เรามาถึงที่พักก็ชักชวนครูบาไปดวลส้มตำ ลาบ กบผัดเผ็ด ข้างหอกันจนพุงกางทั้งสองคนเพราะหิว  

        ได้อะไรจากการศึกษาดูงานครั้งนี้ จะมาเล่าตอนสุดท้ายอย่าพลาดเป็นอันขาดขอรับกระผม...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อัยการชาวเกาะ



ความเห็น (34)

เขียนเมื่อ 

กราบสวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๒ ท่านอัยการชาวเกาะ ครับ

@ จะรอติดตามชมตอนต่อไปคร๊าบ

เขียนเมื่อ 

ไปด้วยกัน ก็ยังต้องมาอ่านค่ะ

รู้สึกเหมือนไม่ได้เป็นด้วยกันล่ะ แปลกดี

อ.แหววนอนบ้านที่สาม ลึกทีเดียว บ้านนี้ล่ะค่ะ แม่อุ้ยแกพยายามขายของตั้งแต่แรกเจอจนจากลา

เขียนเมื่อ 
ลุงเอกได้นั่งคุยกับนายอำเภอ กำนัน พ่อหลวง ตอนทานข้าว บอกว่ามีวัดทั้งสิบสองปันนา ๕๖๔ วัด คือทุกหมู่บ้านต้องมี ๑ วัดเว้นบางหมู่บ้านไม่มีกำลังต้องไปสร้างร่วมกับหมู่บ้านอื่น
เขียนเมื่อ 

“เนื่องในวารดิถีแห่งศักราชใหม่ ใคร่ขออำนาจแห่งพระผู้เป็นเจ้า ทรงดลบันดาล ให้ท่านและครอบครัวจงมีความสุข ความเจริญ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง มีทรัพย์ที่บริสุทธิ์เพิ่มพูน คิดสิ่งใดขอให้สมความปรารถนาทุกประการ อยู่อย่างมีความสุขตลอดไป”

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

  • เคยเห็นเรือไปประเทศจีน  จอดที่ท่าเรือเชียงแสน
  • นึกอยากไปเที่ยวกันจังค่ะ
  • และเคยดูรายการ กบนอกกะลา
  • แต่ไม่จุใจเท่ากับการอ่านบันทึกฉบับนี้ค่ะ
  • จะรอติดตามอ่านบันทึกใหม่ค่ะ

สวัสดีครับลุงเอก

พรุ่งนี้ผมไม่ได้ไปเรียนนะครับ มีอาการไอเจ็บคอกินยาเข้าไปค่อยยังชั่วแล้ว แต่วันนี้มีน้ำมูกไหลหยดติ๋งๆ รู้สึกเพลียๆครับ

ขอบคุณที่มาช่วยเติมเต็ม

วันนี้เป็นวันแห่งความสุขของชาวเฮฮาศาสตร์นะครับ คงโม้กันได้หลายวัน อิอิ

สวัสดีครับคุณเบดูอิน

ขอบพระคุณสำหรับพรปีใหม่

เช่นกันครับ ขอให้พระผู้เป็นเจ้าอำนวยพรให้คุณเบดูอินและครอบครัว จงมีความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไป คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนาทุกประการครับ

ขอบคุณครูคิมที่ติดตามอ่านบันทึกชุดนี้ครับ

ภาพถ่ายมีเยอะมาก แต่เอามาลงไม่หมดเดี๋ยวผู้ดูแลระบบค้อนเอา อิอิ เพราะจะเปลืองเนื้อที่ นี่ขนาดเอาไปยำใน photoscape แล้วนะครับยังเยอะอยู่เลย ยังมีเรื่องอยากเล่าอีกครับ ต่อตอนหน้านะครับ

สวัสดีครับคุณไทบ้านผ่า

ขอบคุณสำหรับคำอวยพรปีใหม่

เช่นกันครับขอให้คุณไทยบ้านผ่า มีความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไป ไม่เจ็บ ไม่จน ไม่ลำบาก คิดหวังสิ่งใดจงได้ดังใจหวังครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

ท่าทางข้าวของจะถูกกว่าบ้านเรานะครับ

เจอคนไท(ไต)ด้วยกัน อัดเทป อัดเสียงเอาไว้ศึกษา น่าสนใจ

เรื่องไอนี่ หายช้ามาก ผมเพิ่งหาย (ยังไม่ขาด) แต่ก็ยังชอบอากาศหนาวๆ อยู่

เพราะปกติอากาศบ้านเรามันร้อนมากๆๆๆ

ป.ล. อย่าลืมหลอกล่อหลวงพี่ติ๊กมาเขียนบล็อกนะครับ

เขียนเมื่อ 

มาสวัสดีปีใหม่ค่ะ

อ.แหวว ครับ

บางทีโฮมสเตย์ก็ทำให้คนพื้นที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต เห็นเงินเป็นพระเจ้า ผมเห็นเจ้าบ้านอารมณ์เสียเมื่อแขกไปพักที่บ้านน้อย ถ้าขืนเป็นอย่างนี้ ผมว่าไตลื้อจะมีปัญหาในอนาคตครับ บางบ้านก็เอาใจใส่แขกดี อยากได้อะไรหามาให้ บางบ้านก็เหมือนที่ อ.แหววเจอคือคิดจะขายของท่าเดียว เลยไม่รู้ว่าใครได้อะไรจากโฮมสเตย์ ผมกับครูบามีปัญหาระบบทางเดินหายใจเจอสารเคมีเข้าไปก็แย่ครับ บ้านที่จะพักเป็นบ้านทำเครื่องเงิน เขาก็ทำงานตามหน้าที่ของเขายังไม่ถึงเวลาเลิกเขาก็ไม่เลิก ก็เลยต้องบายครับ

ขอบคุณครูแจ๋วมากเลยครับ

ขอให้มีความสุข (ผมจะเน้นความสุขมากกว่าความรวย เพราะคนรวยอาจไม่สุข อิอิ)ในหน้าที่การงาน ครอบครัว ทั้งสุขกายสุขใจ มีความเจริญในหน้าที่การงาน หรือหากคิดสิ่งใดก็ขอให้สมความปรารถนาทุกประการ เพี้ยง...

สวัสดีครับ อ.ธ.วั ช ชั ย

มหาติ๊กมาเขียนบันทึกเดียวหายไปเลย ใช้ชื่อ อาตมา มหาติ๊ก..คงยังงงๆกับการโพสต์บันทึกโพสต์รูปครับ แต่มีแวะมาแซวบ้างประปรายครับ ดีไม่ดีอาจนั่งอ่านบันทึกนี้อยู่ อิอิ

ของถูกครับ แต่ไม่มีเวลาไปเดินซื้อ

สวัสดีปีใหม่พี่ศศินันท์เช่นกันครับ ขอบพระคุณมากครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

  • ตามมารำลึกความหลัง เพราะเพิ่งไปมาเมื่อม่กี่เดือนก่อน
  • นั่งรถผ่านลาวเข้าจีน  ขากลับล่องโขงร่วม 10 ชั่วโมง
  • มีบันทึกไว้บ้างใน บันทึกนี้ ครับ และรวมภาพใน บันทึกนี้
  • ขอบคุณครับ
อ้อยค่ะ
IP: xxx.201.168.248
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะท่านอัยการ

ตามมาอ่านต่อค่ะ วิวสวยมากมายค่ะ และดูเหมือนวิธีการขายยา รูปแบบร้านค้าเหมือนกันเกือบทุกมณฑลที่นักท่องเที่ยวไปเยอะๆ จริงๆ ค่ะ ล่าสุดที่ตัวเองเจอก็มีหมอตรวจโรคให้ด้วยและก็บอกว่าเราเป็นโรคนั้น โรคนี้ พอเราปฏิเสธไม่ซื้อยา หมอที่ตรวจให้ก็หน้าแดง หูแดงเชียวค่ะ ทั้งที่ตอนแรกบอกเราว่าทดลองตรวจได้ บริการฟรี ไม่ซื้อไม่ว่ากัน พอเราจะลุกจากเก้าอี้ หมอโกรธธธธธ ก็เลยเกรงว่าคุณหมอจะความดันขึ้น ฮ่าๆๆ กลับมาก็เลยเป็นโรคทรัพย์จางต่อทันทีค่ะ อิอิ ใครอย่าหลวมตัวเชียว ของฟรีไม่มีในโลกจริงๆ

สวัสดีครับพระอาจารย์

ดูภาพจุใจไปเลยครับ และรู้สึกจะไปสถานที่ต่างๆเหมือนกันเพราะในภาพมันคุ้นๆ อิอิ

กราบสวัสดีปีใหม่ค่ะพี่ชาย

Bea100

สวัสดีครับ อ.อ้อย

เขาบอกว่าเป็นภาคบังคับ เพราะเป็นร้านของรัฐบาล ถ้าเราไม่ไปตามที่เขาบอก รถอาจจะไม่ออกเดินทางและให้เราเดินไปในที่ที่อยากไปเอง ฮ่าๆ แต่ผมฟังแล้วแปลกๆ เพราะตอนไปกับแยการสูงสุดเพื่อไปศึกาดูงานก็ให้บริษัททัวร์จัด แล้วเราต้องส่งรายการเดินทางไปให้อัยการจีนตรวจสอบ เขาตัดรายการที่พาไปซื้อออกทั้งหมด จนทัวร์ร้องจ๊ากว่าถ้าทำอย่างนี้เขาขาดทุน แสดงว่าข้ออ้างว่าเป็นไฟล้ท์บังคับไม่น่าจะจริง แต่เป็นเรื่องผลประโยชน์ ที่คนขับ ไกด์ ต้องได้

หมอแมะ ที่ผมไปก็มี ผมไม่ให้แมะหรอก เรื่องอะไรจะให้มาจับมือถือแขน ฮา...

สวัสดีปีใหม่ให้น้องอ้อยคุณสะมะนึกและทุกคนในครอบครัว มีความสุข ความเจริญ มีความสงบ มีความสว่างในจิตใจ คิดสิ่งใดขอให้สมดังมุ่งมาดปรารถนา

ยาเขาดีจริง

เป็นยานอนหลับ

แช่ปุ๊บ ง่วงปับ

ใครนอนไม่หลับควร ทดลองดูสักครั้ง

อิอิ ลางเนื้อชอบลางยา ผมแช่แล้วไม่หลับ อิอิ

เขียนเมื่อ 
  • ธุค่ะ..

คุณติ๋ม ทีวีพูล ที่สวยๆ ใช่ไหมคะ?  อิอิ  ท่าแช่เท้านี่ สบายกันดีจัง

หวัดดีน้องต้อม แช่เท้าทำให้ (ครูบา)หลับง่าย อิอิ คุณติ๋ม ทีวีพูล คนนี้ไง

ขอบคุณพี่หมอครับ

อ้อยค่ะ
IP: xxx.201.168.247
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะท่านอัยการ

แหมมมม หมอแมะจับได้ข้อมือเองค่ะ อิอิ ส่วนไกด์นั้นได้เปอร์เซ็นต์จริงค่ะ ไกด์บางคนจะบอกตรงๆ ว่าหากเราซื้อของร้านนี้ เขาจะได้เท่าไหร่ (หลายร้านค่ะ) และเขาจะบอกว่าบริษัทต้นสังกัดจะประเมินผลงานเขาจากค่าเปอร์เซ็นต์ตรงนี้ด้วยว่าออกทัวร์หนึ่งครั้งหรือตลอดกี่เดือน สามารถชักจูงให้ลูกทัวร์ซื้อของได้เท่าไหร่ มีผลต่อเงินเดือนและอื่นๆ ของเขาค่ะ (อันนี้ก็ฟังมาจากไกด์คนหนึ่งเท่านั้นค่ะ)แต่เวลาไกด์บอกตรงๆ จะรู้สึกเห็นใจเขามากกว่าค่ะ ก็งานของเขานะคะ ส่วนเราจะซื้อหรือเปล่าถือว่าเป็นดุลยพินิจของเรานะคะ ซึ่งเวลานั้นดุลยพินิจมักจะเสื่อมประจำค่ะ เพราะงงอยู่ ฮ่าๆ

สวัสดีครับ อ.อ้อย

คราวนี้สงสารไกด์มากเลยครับ เพราะตอนที่เราจะกลับ ไกด์บอกเราว่าเขาจะตามคณะเราไปส่งพวกเราที่ท่าเรือที่สอง เพราะท่าเชียงรุ้งลงไม่ได้น้ำตื้นต้องย้ายท่า ส่วนคนขับเราจะลากันตรงนี้ ตอนนั้นพวกเราก็ระดมทรัพยากร(ศัพท์ทางการศึกษา อิอิ) เพื่อให้ไกด์ผู้หญิง ๑ คน ผู้ชาย ๑ คน และคนขับ พอไกด์บอกอย่างนั้นเพื่อนก็เลยแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้คนขับรถไปก่อน แล้วเพื่อนก็ไปขึ้นรถอีกคันหนึ่งเพื่อไปจัดการให้รถคันนั้น แต่อยู่ๆเจ้าไกด์บอกว่า เราจะลากันที่ท่าเชียงรุ้งนี่นะครับ เราก็ร้องอ้าว...จะให้ทำไง เงินอยู่กับรถอีกคันที่ออกไปแล้ว หน้าเขาจ๋อยเหลือสองนิ้ว ก็น้องบอกเองว่าจะไปที่ท่าเรือที่สอง จะให้พี่ควักอีก เงินหยวนก็หมดแล้ว เขาก็บอกว่าไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร (แต่คงนึกในใจว่าตูไม่น่าปากพล่อย อิอิ)

เขียนเมื่อ 

ตอนอยู่จิ่งหงไม่ได้ไปที่ท่าเรือเลยค่ะ เห็นแต่ในรูป ไว้คราวหน้าจะไปชมเพราะต้องไปดูเรื่องการขนส่ง แต่ครั้งนั้นไปทัวร์เขตนิคมอุตสาหกรรมแทน เพราะไปเรื่องงานเซ็นสัญญาลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำมันเครื่อง เขตนิคมนี้พัฒนาโดยคนไทยมีส่วนร่วมชื่อ Xishuangbanna GN Jinghong Industrial Zone Development Co., Ltd. ใหญ่โตมโหฬารมากทีเดียวค่ะ อ่านเพิ่มเติมได้ที่บันทึกนี้นะคะ บุกแดนมังกร-สิบสองปันนา

คุณ Little Jazz ครับ

เข้าไปอ่านแล้วมันมาก..อิอิ ขออนุญาตนำรูปและข้อมูลบางตอนประกอบบทความชุดนี้ตอนสุดท้ายนะครับ

เสียดายที่เราไม่ได้ไปดูนิคมอุตสาหกรรมซึ่งทราบว่าคนไทยเป็นผู้ดำเนินการ

ได้ไปพักที่โฮมสเตย์ไหมครับ เพือนผมบางคนเจอขายของตั้งแต่เริ่มเดินเข้าไปในบ้านจนจะออกจากบ้านก็ยังจะขายของอยู่นั่นแหละ..วัยรุ่นเซ็งห่านเลย...อิอิ

** สวัสดีปีใหม่ 2552 ** Happy New Year 2009 **

ขอกราบอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก

ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านเคารพนับถือ..ทุกศาสนา..โปรดประทานพร...

ให้ทุกท่านปลอดภัย..ได้รับแต่สิ่งดีดีเข้ามาในชีวิต..ทั้งในปัจจุบันและอนาคต...

ขอโปรดคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆ ให้ทุกท่านรอดพ้นจากสิ่งไม่ดีทั้งปวง

ขอโปรดประทานสุขภาพพลานามัยที่ดี..แข็งแรง..ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ..

สำหรับท่านที่มีโรคประจำตัว..ก็ขอให้ทุเลาเบาบาง..และหายป่วยไว ๆ นะคะ

ขอโปรดประทานภูมิคุ้มกันทั้งในร่างกายและจิตใจ..แก่ทุกท่าน..

ให้มีแรงใจที่จะใช้ชีวิตประจำวัน...ใช้ชีวิตการทำงาน..ต่อสู้ฟันฝ่าชนะอุปสรรค

ขอให้ประสบความสำเร็จสูงสุดดังที่ได้ตั้งความมุ่งหวังไว้ทุกประการเทอญ

ขอโปรดประทานความมั่งมีศรีสุข..ความร่มเย็น..ความเจริญรุ่งเรือง..ในทุกด้าน..

คิดหวังสิ่งดีดี..ก็ขอให้ได้พบสิ่งดีดี..สมหวังกันทุกท่านด้วยเทอญ....สาธุ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ รออ่านตอนต่อไปค่ะ