ทำไมพื้นที่การปลูกกล้วยไข่จึงลดลง

เยี่ยมเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมที่ หมู่ 3 บ้านหนองโสน ต.เขาคีริส  อ.พรานกระต่าย

 

ในช่วงบ่ายของวันที่ 19 ธันวาคม 2551 ผมและอ.สิงห์ป่าสัก ตั้งใจจะไปเยี่ยมนักส่งเสริมการเกษตรที่รับผิดชอบตำบลเขาคีริสที่ชื่อคุณเสนาะ  ยิ้มสบาย (นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร/ชำนาญการ )ทางเรามีการประสานงานทางโทรศัพท์กับคุณเสนาะ  และนัดพบกันที่แปลงปลูกหม่อนเพื่อเลี้ยงไหมลูกผสมของคุณลุงพล นามมนตรี  เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในปัจจุบัน  ซึ่งความจริงทางทีมงานเราต้องการไปสำรวจข้อมูลว่าทำไมพื้นที่การปลูกกล้วยไข่จึงลดลง ในช่วงแรกนี้คุณลุงพล นามมนตรีได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อ หลายปีก่อนตนเองประกอบอาชีพทำสวนกล้วยไข่ อยู่ที่หมู่3 บ้านหนองโสน ต.เขาคีริส อ.พรานกระต่าย แต่ต่อมา ได้มีการปรับเปลี่ยนจากการปลูกกล้วยไข่มาเป็นการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมพันธุ์ลูกผสมต่างประเทศ ด้วยเหตุผลขณะที่ทำสวนกล้วยไข่อยู่นั้น ซึ่งปลูกติดต่อกันมาหลายปี จนสังเกตว่าต้นกล้วยไข่ที่ปลูกจะไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควร อาจจะเนื่องจากดินที่ปลูกอาจจะเสื่อมคุณภาพไป  แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทำการปรับปรุงบำรุงดินเท่าที่ควร

 

คุณลุงพล นามมนตรี

แปลงปลูกหม่อนพันธุ์ บร.60

แปลงปลูกหม่อนพันธุ์คุณไพ

          ในขณะเดียวกันมีทางราชการร่วมกับเอกชนราวๆปี 2531 -32 ได้มาส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมพันธุ์ลูกผสมต่างประเทศ ประกอบกับข้อมูลที่รับให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า จึงได้รวมกลุ่มกันเพื่อปลูกหม่อนเลี้ยงไหมดังกล่าวปัจจุบันในตำบลเขาคีริสมีสมาชิกอยู่ 6 ราย จากเดิมมี 9 รายได้เลิกไป 3 ราย  แต่ในขณะเดียวกันก็มีเกษตรกรรายใหม่ที่สนใจในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ได้มาติดต่อขอขยายกิ่งพันธุ์หม่อนพันธุ์ บร.60 อยู่หลายรายทางคุณสุชาติ พุทธรักษโต แกนนำกลุ่มเลี้ยงไหมด้วยกัน ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกันได้ตอนกิ่งหม่อนและชำกิ่งหม่อนเพื่อจำหน่ายให้แก่สมาชิกที่สนใจอีกด้วย

 

 

กิ่งตอนหม่อนพันธุ์บร.60

          ทุกวันนี้นอกจากจะปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแล้ว ได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนคือส่วนแรก ปลูกหม่อน จำนวน 15 ไร่ โดยตัดใบไปเลี้ยงไหม ส่วนที่ 2 แบ่งไปปลูกมันสำปะหลัง ประมาณ 10 ไร่ รายได้ของครอบครัวในปีๆหนึ่งจะได้รับประมาณ 250,000-300,000 บาท หักค่าใช้จ่ายแล้วก็จะเหลือใช้ประมาณ ปีละ 150,000-180,000 บาท แรงงานในครัวมีอยู่ สองตายาย ส่วนลูกๆก็ไปมีครอบครัวกันหมดแล้ว

 

 

           ลุงพล นามมนตรี ยังได้เล่าให้ฟังต่ออีกว่า ตนเองจะปลูกหม่อนเลี้ยงไหมไปสักระยะหนึ่ง หากราคารังไหม ไม่ดีขึ้น ก็มีแนวคิดว่าจะหันกลับไปปลูกกล้วยไข่อีกครั้ง เพราะว่าปัจจุบันเท่าที่ทราบราคากล้วยไข่จะไม่มีปัญหา และทุกวันนี้สามารถยืดเวลาให้ไปออกเครือในช่วงเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ได้ ถึงผลจะเล็กกว่าปกติไปหน่อยแต่รสหวานดีกว่ากล้วยไข่ที่ปลูกในเขตอ.วังเจ้า จ.ตาก ซึ่งมีลักษณะลูกใหญ่แต่รสหวานจะสู้กล้วยไข่เขตต.เขาคีริสไม่ได้เลย

 

ต้นยางพาราที่ปลูกแซมในแปลงปลูกกล้วยไข่

ต้นกล้วยไข่ที่ปลูกแซมในสวนยางพารา

           สรุปจาการสังเกต ที่ๆได้ลงไปสัมผัส พูดคุยกับเกษตรกร ในเขตตำบลเขาคีริส จะเห็นว่า ในแปลงปลูกกล้วยไข่ หลายรายที่ได้นำต้นยางพาราไปปลูกแซมในสวนกล้วยไข่ และคาดการณ์ล่วงหน้าได้เลยว่า  แนวโน้มพื้นที่ปลูกกล้วยไข่ในเขตนี้จะต้องลดลงแน่นอน  หน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้อง จะทำอย่างไรที่จะหาแนวทางในการรณรงค์และส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกกล้วยไข่มากขี้น นี่เป็นโจทย์ที่ท้าทายอีกเช่นกัน หากภาครัฐและท้องถิ่น ยังทำงานกันอย่างตั้งรับ แนวทางพัฒนาการปลูกกล้วยไข่ก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน  ซึ่งจะต้องขอฝากไว้กับผู้ที่เกี่ยวข้องหลายๆฝ่ายต้องทำงานกันแบบเชิงรุกและจริงจัง จริงใจให้แก่กันด้วยครับ ......