เมื่อคืนนั่งดูรายการ Sponge ฉลาดสุดสุด

ตอน    เมื่อเจ้าของสุนัขตกอยู่อันตราย  สุนัขจะทำอย่างไร ....................... แล้วคั่นด้วยการโฆษณา เพื่อทิ้งช่วงเวลาให้ผู้ชมได้คิดถึงของตนเองบ้าง  จึงทำให้ดิฉันคิดถึงสุนัขที่พี่สะใภ้ เลี้ยงไว้ 2 ตัวเป็นลูกสุนัข มีชื่อว่า โอเล่ กับ โอโม่  เป็นสุนัขพันธุ์อะไรไม่รู้แต่หน้าตาเหมือนรูปนี้มาก   

                 เมื่อประมาณ 2  ปีที่แล้ว    วันหนึ่ง ตอนประมาณ 3ทุ่ม พี่สะใภ้เข้าไปทำความสะอาดบริเวณที่เจ้าโอโม่และเจ้าโอเล่อยู่    ทำให้พื้นบริเวณนั้นเปียกไปหมดรวมทั้งเจ้า 2 ตัวนั้นด้วย  เพราะขณะที่ทำมันก็คงวิ่งเล่นไล่จับกันด้วย และวิ่งไปคาบตัวต่อปลั๊กไฟลักษณะเป็นวงกลม ทำตกลงมาแตก พี่สะใภ้ไล่มันแล้วเอามือไปจับขึ้นมา ปรากฏว่าไฟฟ้าดูดล้มลงเสียงดัง 

               ดิฉันนั่งดูทีวีกับพี่ชายที่ห้องชั้นลอย พี่ชายได้ยินเสียงดัง  ถามดิฉันว่า  คนหลังบ้านเค้าทะเลาะกันหรือดิฉันลุกขึ้นดูไม่เห็นมีอะไร และไม่เห็นได้ยินเสียงอะไร นอกจากเจ้าโอเล่กับเจ้าโอโม่เห่าเสียงดังผิดปกติ จึงฉุกคิดขึ้นว่าพี่สะใภ้อาจลื่นล้ม จึงรีบวิ่งลงมาดู เห็นเจ้าโอเล่วิ่งมาเห่าที่หัวบันไดบ้าน เจ้าโอโม่เห่าอยู่บริเวณพี่สะใภ้นอนอยู่  

                ดิฉันรีบวิ่งไปช่วยพี่สะใภ้ลักษณะนอนชักกระตุกตาค้าง  ปากเบี้ยว น้ำลายฟูปาก  ตกใจมากเห็นสายอะไรไม่รู้อยู่ที่มือ ดิฉันรีบจับสายดึงออกจากร่าง แล้วรีบช่วยชีวิตด้วยวิธีการปั้มหัวใจ เขย่าหน้า ปากก็เรียกพี่สะใภ้สลับกับเรียกพี่ชายให้ลงมาช่วย  แต่ปรากฏว่า เสียงที่ดิฉันเรียกไม่สามารถแข่งกับเสียงเจ้า2 ตัวนี้ได้  ดิฉันช่วยอยู่สักพัก  พี่สะใภ้เริ่มรู้สึกตัว ดิฉันจับให้นั่ง  แต่นั่งไม่ได้ เพราะมืออีกข้างหนึ่งไหม้ติดกับประตูรั้วเหล็กอยู่  จึงค่อย ๆ แกะมือออกจากประตูรั้วเหล็กนั้น  และพามานั่งพิงกับประตูเหล็กอีกด้านหนึ่ง  เพื่อให้กระแสไฟฟ้าวิ่งออกจากตัวพี่สะใภ้ไปประตูเหล็กนั้น 

                  พี่สะใภ้พูดกับดิฉันว่า .....นึกว่าต้องตายแล้วแน่ ......เวลาคนใกล้ตายมันเป็นอย่างนี้เอง   แล้วเรียกให้ดิฉันไปถอดปลั๊กไฟ  ดิฉันจึงเพิ่งมีสติรู้ว่าเมื่อตะกี้ที่จับสายอะไรไม่รู้นั้น ก็คือสายไฟนั้นเอง .....   คิดแล้วก็ใจหาย  ...ดีไม่ติดไปด้วยอีกคน  

                เมื่อคิดว่าตนเองถอดปลั๊กแล้ว ก็เอามือไปจับที่ห่วงของเต้าปลั๊กไฟมาดู  พี่สะใภ้ขอจับดูบ้าง   แต่ลักษณะการจับไม่เหมือนดิฉัน เพราะเอามือไปจับที่ตัวปลั๊ก  ทันใดนั้น มัน ช๊อตรอบ2  ทิ้งเต้าปลั๊กไฟแทบไม่ทัน ปรากฏว่า ดิฉันถอดคนละปลั๊กออก จึงรีบวิ่งไปถอดอีกปลั๊ก 

                ขณะวิ่งกลับมาเห็นพี่สะใภ้หน้าขาวซีด  ทำให้ตกใจมาก รีบพยุงให้มานั่งเก้าอี้ ได้ยินเสียงบ่นว่า......เจ็บมือมาก   จึงรีบเอากระติกใส่น้ำแข็งและน้ำ  ให้พี่สะใภ้แช่ไว้  แล้วยกออกเพราะปวดมาก  ดิฉันให้ทำเช่นนี้ 2 - 3 ครั้ง แล้วเปลี่ยนน้ำใหม่  เพราะคิดว่าน้ำน่าจะเป็นสื่อที่จะดึงกระแสไฟฟ้าจากตัวพี่สะใภ้ออกได้บ้าง และสามารถลดความร้อนออกจากบาดแผลที่ถูกไฟไหม้ได้บ้าง ทำให้เซลล์บาดแผลไม่ถูกทำลายมากนัก 

              ดิฉันรีบนำพี่สะใภ้ขึ้นชั้นบนไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อจะนำไปหาหมอที่โรงพยาบาลต่อ ..แต่ปรากฏว่าท่านไม่ยอมไป  กลับต่อว่าพี่ชายว่าไม่ลงไปช่วย  พี่ชายไม่รู้เพราะเห็นดิฉันลงไปแล้วเลยวางใจนอนหลับไปไม่รู้เรื่องเลย  

             พวกเราเลยช่วยกันใหญ่เอาบัวหิมะที่พอมีอยู่บ้าง  ทาไปที่บริเวณแผลให้ทั่ว ๆ  และจะรีบพาไปโรงพยาบาล  ทำอย่างไรท่านก็ไม่ไป  ยังบอกอีกว่านี้ เป็นรอบ2 แล้วที่รอดตายมาได้จากไฟฟ้าช๊อต   เล่ามาเสียยาว แล้วเจ้า2 ตัวนั้นมันว่าไง   ..........

             หลังจากพี่สะใภ้ปลอดภัยแล้วมันนอนเงียบเฉย คิดว่าคงเหนื่อยเอามาก ๆ เชียว!!!!!  คืนนั้นทั้งคืน ดิฉันนอนไม่หลับเลย  ต้องแอบลงมาดูพี่สะใภ้  อยู่บ่อย ๆ กลัวว่าจะเป็นอะไรไป  รุ่งเช้า เห็นไม่เป็นอะไรมาก ก็ให้ทายาบัวหิมะไปก่อน กลับจากทำงานเอาชุดทำแผลมาทำให้ ทุกวัน จนแผลแห้งดี แต่ยังมีอาการเจ็บบริเวณอก ตรวจดูบาดแผลก็ไม่มี

               ญาติผู้ใหญ่พอรู้เรื่องรีบให้ เขาแรดมาขูดต้มกินเฉพาะน้ำ   ประมาณ 1 อาทิตย์  เพื่อดึงความร้อนออกจากร่างกาย  .......ขณะนี้แผลได้หายสนิท มีรอยแผลเป็นเล็กน้อย ..............

             เล่ามาตั้งนาน  คำตอบที่ถามไว้ด้านบน ..........สุนัขรีบวิ่งมาเห่าให้คนมาช่วย    แต่จากที่ดูรายการเมื่อคืนนี้ปรากฏว่ามีสุนัขหลายตัว.........วิ่งหนี ไม่สนใจเจ้าของเลย ทำให้เจ้าของหลายคนเสียใจไปตาม ๆ กัน คำตอบที่ถูก คือ มันจะวิ่งหนี เอาตัวรอด เพราะมันยังไม่เคยถูกฝึกให้เรียนรู้มาก่อน  ดังนั้น บทสรุปที่เค้าให้ไว้ก็ คือ..................การเรียนรู้มาก่อนสัญชาตญาณเสมอ

..............สวัสดีจ๊ะ