สร้างหนูมาทำไม ...แล้วใยไม่ดูแล

   คนเรานี่ก็แปลกนะคะ  ...คนที่อยากมีกลับไม่มี  คนไม่อยากมียิ่งมีจนไม่อยากจะมี  เป็นอย่างที่เขาว่าไม่ผิด  ไม่อด ไม่อยาก  ยิ่งอด ยิ่งอยาก  (ไม่อด หมายถึงมีมากอยู่แล้ว จึงไม่อยากได้นั่น ไม่อยากกินนี่  แต่คนจนที่ยิ่งอด   ก็ยิ่งมีความต้องการที่อยากจะกินนั่น  อยากจะได้นี่ )
     ตั้งใจว่าเสร็จจากงานศิลปหัตถกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2551 แล้วจึงจะเริ่มเขียนบันทึก  ช่วงนี้เลยทำตัวให้วุ่นวายเข้าไว้ ...แต่เมื่อมีเรื่องที่กระทบความรู้สึก...ก็อดไม่ได้ที่จะเล่า...

                                                             

    เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถูกกระทำชำเรา ....หลายครั้งที่ดูข่าว  ฟังข่าว  ฟังเขาเล่า ล้วนแต่อยู่ห่างไกล แม้จะกระเทือนใจก็ได้แต่สวดมนต์อย่าให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นในละแวกที่ใกล้เคียงกันเลย  สุดท้ายกใกล้จนได้ ...

   วันนี้ได้ฟังจากปากคนใกล้ตัว ...มีเด็กถูกกระทำชำเรา ...แรก ๆได้แต่สงสาร แต่เมื่อยิ่งฟังคำบอกเล่า ....น่าเศร้ายิ่งกว่านิยาย แล้วเราจะโทษใครดี  ตราบาปนี้จะติดตัวเขาตราบชีวิตจะหาไม่

                                      

        เด็กอาศัยอยู่กับพี่สาว 2 คน พี่คนโตอยู่ชั้นป.6 น้องอยู่ชั้น ป.4  เมื่อรู้ข่าวไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล  ผ้าปูเตียงของโรงพยาบาลเต็มไปด้วยเลือดนี่หนึ่งวันแล้ว...ยังไม่หยุดไหล ...จากการพูดคุยกับเด็กทราบว่าคนที่กระทำนำรถมารับ ไปที่อื่น เสร็จแล้วก็ขู่ว่า ห้ามนำไปบอกใครไม่เช่นนั้นจะใช้เคียวเกี่ยวไส้ไหลและฆ่าให้ตาย  ...แล้วก็นำเด็กมาส่งที่บ้าน พอค่ำเด็กไม่พูดจา นอนซม จนพี่สาวเห็นเลือดไหลเต็มผ้าปูที่นอนจึงไปบอกผู้ใหญ่ ๆ บอกจะไปแจ้งความเด็กที่ถูกกระทำถึงกับเป็นลม (อาจจะเสียเลือดมาก บวกกับกลัวตาย)
เมื่อฟังเรื่องราวจึงไปดูที่บ้านของเด็ก...
                                            

     ภายในบ้านที่เหมือนจะเป็นห้องพออาศัยหลับนอน  ไม่มีฝากั้น ไม่มีความมิดชิดให้เป็นส่วนตัว  แม่ทำงานที่ต่างจังหวัด ส่งเพียงเงินผ่านบัญชีของครูเพื่อให้เป็นผู้ดูแลไปในตัว   ตาไปมีภรรยาใหม่ที่หมู่บ้านอื่น ยายเสียชีวิต เขาเล่าว่า ...สภาพบ้านที่ไปพบไม่ใช่บ้านเหมือนกระต๊อบ ข้างในรกรุงรัง  อาหารที่ใส่จานชามรับประทานแล้วก็ไม่ล้าง วางระเกะระกะ ทั้งเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มทุกชนิด ดูแล้วทุกข์ใจมาก (เด็กก็คือเด็กค่ะ กินแล้ววาง หากไม่มีผู้ใหญ่คอยกำกับ เขาก็จะยังไม่เข้าใจความหมายของความเป็นระเบียบ ต้องคอยพูด คอยกำชับ)   เด็กต้องอยู่กันตามลำพังโดยไม่มีผู้ใหญ่ผู้ปกครองดูแล ...นี่หรือสังคมไทย?

    หนึ่งคำบอกเล่า ...เด็กบอกว่าไม่อยากให้มีกลางคืน เพราะลุงแท้ ๆ ก็เคยไปลวนลามในบ้านเวลากลางคืน เด็กอยู่ด้วยความหวาดกลัวอยู่ก่อนแล้ว ซ้ำร้ายยังมาเจอเหตุการณ์อย่างนี้ (เครือญาติยังฝากชีวิตไว้ไม่ได้...ประสาอะไร..คนอยู่ละแวกใกล้เคียงก็ต้องดิ้นรนเพื่อปากท้อง)
                                

       ชื่นชมกับโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียนในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสพฐ.ทำให้หลายฝ่าย ได้มองเห็นความจำเป็นที่จะต้องเอาใจใส่ดูแลนักเรียนของตน โครงการดี ๆ อย่างนี้ สถานศึกษาควรจะสานต่อ แม้จะเสร็จสิ้นไปในอนาคต
เพราะสภาพของเด็กที่อยู่อย่างไร้ที่พึ่งยังมีอีกมากในสังคมไทย


     ถ้าคุณไม่พร้อม ....คุณอย่าสร้างให้เขาเกิด  ให้เป็นปัญหาในหมู่บ้าน ชุมชน สังคมแก้ไขไม่หยุดหย่อน   หากสร้างเขาเกิดแล้ว การให้ความรัก ความอบอุ่น  เป็นสิ่งที่สำคัญ  เขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดดี ใฝ่ดี อยู่ที่คนปลูกฝัง และคนเลี้ยงดู อย่าให้เขาต้องป่าวประกาศว่า

                      "สร้างหนูมาทำไม  แล้วไยไม่ดูแล"

ขอบคุณภาพประกอบจาก www.mthai.com  www.mornor.com  และwadthai.info