วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ พี่สาว (คุณครูจันทจร แก่นภักดี) เดินทางมาจากจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเข้าร่วมพิธีรับพระราชทานอุปกรณ์กีฬา จากพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา ในวันศุกร์ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๑ ณ วังศุโขทัย นอกจากนั้นแล้วคณะครูโรงเรียนบ้านเมืองสรวง ยังได้มาติดต่อศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านเมือสรวง ที่ทำงานในกรุงเทพมหานคร เพื่อจัดผ้าป่าสามัคคี “สำนึกรักบ้านเกิด” ในช่วงหยุดวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๒ ด้วย ประมาณว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
ดังนั้นแล้วโอกาสดีเช่นนี้คงมีไม่บ่อยนักที่พี่สาวมีโอกาสลงมาที่กรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกันน้องชายทั้งสองคนก็ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ ด้วย จึงปรึกษากันว่าจะขอเลี้ยงข้าวพี่สาวสักมื้อหนึ่ง โดยขอเรียนเชิญคณะครูจากโรงเรียนบ้านเมืองสรวงเพื่อรับประทานอาหารเย็นร่วมกันด้วย แต่เนื่องจากคณะครูที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้มีบางท่านที่รับประทานอาหารเจรวมทั้งพี่สาวด้วย ดังนั้นแล้วจึงสอบถามคณะครูที่เหลือว่าอยากทานอาหารประเภทไหนดี คำตอบคือ ขอเป็นอาหารบ้านเราดีกว่านะ ส่วนพี่ๆ (ที่กินเจ) ไม่ต้องเป็นห่วงเดี๋ยวจะห่อข้าวไปเองนะ
สถานที่นัดหมาย คือ ร้านมล ซอยวัดสุคันธาราม เขตดุสิต คนขาย “คนบ้านเดียวกัน” โดยเลือกนั่งห้องแยกที่ชั้นสองติดบันได ลูกค้ามีเพียงโต๊ะเดียวเท่านั้น เขตปลอดบุหรี่ดีนักแล เป็นร้านอาหารอีสาน มีคาราโอเกะลิขสิทธิ์แบบหยอดเหรียญ ราคา ๕ บาท ต่อ ๑ เพลง อาหารรสชาติจัดจ้านถูกปาก เมนูอาหารวันนั้นมีดังนี้ ปลาช่อนนึ่งผักกาดกวางตุ้งและน้ำจิ้มรสเด็ด ต้มยำปลาเนื้ออ่อน ปลาหมึกนึ่งมะนาว ยำทะเลรวมมิตร ลาบหมู เนื้อแดดเดียว ข้าวเหนียว และที่ขาดไม่ได้คือส้มตำปู-ปลาร้า แซ่ป....โต๊ะอาหารที่นั่งแบ่งเป็น ๒ โต๊ะใหญ่วางติดกัน ส่วนคนนั่งแบ่งเป็น ๒ กลุ่มคือ ด้านนอกเป็นกลุ่มที่รับประทานอาหารปกติกับด้านในสุดเป็นกลุ่มที่รับประทานอาหารเจ นอกจากอาหารเจที่เตรียมมา(ห่อมาจากบ้าน)แล้วมีการสั่งอาหารเจเพิ่มอีก ๒-๓ รายการ
อาหารเสิร์ฟพร้อมรับประทาน น้องคนกลางทำหน้าที่(ตัวแทน)เจ้าบ้าน กล่าวต้อนรับและร้องเพลงขับกล่อมแขกที่ร่วมรับประทานอาหารเย็นในวันนั้นสลับกับน้องคนเล็ก ทั้งศิลปินเดี่ยว ศิลปินคู่ ศิลปินชาย ศิลปินหญิง จากหลากหลายค่าย เป็นที่สนุกสนานของผู้ที่มาร่วมงานยิ่ง
ก่อนเดินทางกลับ “คุณพี่ดี” เป็นตัวแทนคณะครูกล่าวขอบคุณเจ้าภาพที่มีโอกาสได้ร่วมรับประทานอาหารด้วยกันในครั้งนี้ ทั้งรสชาติของอาหารและเสียงเพลง ขอขอบคุณ ทั้งที่เมนูอาหารประเภทนี้ก็เคยทานมาแล้วหากแต่บรรยากาศและเสียงเพลงจึงทำให้พวกเรามีความสุข ปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่ง ผมเดาว่า “การกินที่ได้ลิ้มรสของอาหาร” และ “การฟังที่ได้ยินเสียงเพลง” ที่ท่านติช นัช ฮันห์ บอกไว้และ “เวลามองก็จะเห็น” จึงทำให้เกิดบรรยากาศภายในห้องเช่นที่เป็น นอกจากนั้นยังขอเรียนเชิญร่วมงาน “ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านเมืองสรวง” ในวันศุกร์ที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๒ ด้วย
ขณะเดียวกัน น้องคนกลางได้กล่าวกับคณะครูว่า “ฝากพี่สาวผมด้วยครับ ถ้าหากพี่สาวทำอะไรที่ไม่เหมาะสม ก็ให้คอยชี้แนะแนวทาง ให้คำปรึกษาด้วย เนื่องจากเราก็เหลือกันแค่พี่น้อง คุณพ่อ-คุณแม่ท่านเสียชีวิตหมดแล้ว”
ส่วนน้องคนเล็กกล่าวเสริมว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้พาพี่ๆ คณะครูโรงเรียนบ้านเมืองสรวง มาร่วมรับประทานอาหารเย็นในครั้งนี้ และในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ขอให้พี่ๆ และครอบครัวทุกคนมีแต่ความสุข สุขภาพกายและสุขภาพใจ แข็งแรงตลอดไป
สิ้นเสียงปรบมือพี่สาวได้กล่าวกับทุกคนว่า ขอขอบใจน้องๆ ที่ทำให้พี่มีวันนี้(วันที่พี่ประสบความสำเร็จในชีวิต หน้าที่การงาน เป็นที่รักของคณะครูทุกคน) เนื่องจากว่า “พี่มีน้องคอยช่วยเดิน” ชี้นำในสิ่งที่ถูกต้อง ช่วยเสริมแรงในสิ่งที่ควรเป็นไป เสียงปรบมือดังลั่น พร้อมกับลูกค้าใหม่กำลังเดินเข้าในห้องและทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับ
เช้ามืดวันเสาร์ที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ ได้รับโทรศัพท์แจ้งจากพี่สาวว่าเดินทางกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ขอขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ส่วนน้องคนเล็กก็กล่าวขอบคุณสำหรับของฝาก(ข้าวใหม่หอมมะลิ) เช่นกัน
สุเทพ ธุระพันธ์
๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๑



พี่มีน้องคอยช่วยเดิน...รู้สึกดีจังนะคะ
สวัสดีครับ ศน.add
@ มันเป็นความรู้สึกที่สามารถสัมผัสได้ด้วย(ใจ)ตนเองครับ