ฝากติดตามงานเขียนรวมเล่ม "บันทึกเรื่องเล่าจากคนต่างถิ่นด้วยนะครับ" จะเปิดตัวครั้งแรกในงาน "มหกรรมสัปดาห์หนังสือมุสลิมครั้งที่ 3" ระหว่างวันที่ ๙-๑๑ มกราคม ๒๕๕๒ นี้ ณ ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ ครับ

หนึ่งในหนังสือรวมเล่ม "บันทึกเรื่องเล่าจากคนต่างถิ่น"

ฝากติดตามงานเขียนรวมเล่ม "บันทึกเรื่องเล่าจากคนต่างถิ่น" ด้วยนะครับจะเปิดตัวครั้งแรกในงาน "มหกรรมสัปดาห์หนังสือมุสลิมครั้งที่ 3" ระหว่างวันที่ ๙-๑๑ มกราคม ๒๕๕๒ นี้ ณ ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ (อินชาอัลลอฮฺนะครับถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด) เพราะตอนนี้ได้รับการทาบทามให้ไปร่วมงานแล้วครับ

พื้นที่ที่เหลืออยู่

 

ณ สนามเด็กเล่นในหมู่บ้านตันหยงลีปะฮฺ

                ชิงช้าสองตัวแกว่งไปแกว่งมา อย่างสนุกสนาน ท่ามกลางการขานตอบไปตอบมาของเด็กน้อยสองคน ที่ไม่รู้ว่าพื้นที่ที่แต่ละคนจะดำรงอยู่ในอนาคตนั้น จะมีที่ว่างให้เขาได้วิ่งเล่นอย่างสนุกสนานเหมือนกับการได้นั่งชิงช้าในวันนี้อีกมากน้อยเพียงใด...

ดาวุด : เมื่อเราไปจากที่นี่แล้วเธอจะลืมเราไหม๊ฮุดา

ฮุดา  :  อ้าวแล้วนายจะไปไหนดาวุด

ดาวุด : เยาะฮฺบอกว่าเราต้องย้ายครอบครัวไปอยู่กรุงเพพฯ เพราะเยาะฮฺได้รับการเรียกตัวไปเป็นผู้อำนวยการ

ที่โรงพยาบาลอะไรนี่แหละเราจำไม่ได้ที่กรุงเทพฯ

ฮุดา  :  หรอ? จะลืมได้ไงก็นายเป็นเพื่อนเรานิ ว่าแต่ว่านายไม่คิดถึงที่นี่หรอ?

ดาวุด : คิดถึงคิดถึงซิ พอรู้ว่าต้องไปจากที่นี่เรายังทำใจไม่ได้เลย

ฮุดา  :  ไม่เป็นไรจ๊ะเราช่วยกันขอดุอาอฺให้เรากลับมาพบเจอกันอีกก็ได้นะ

ดาวุด : อินชาอัลลอฮฺ...กลับบ้านกันเถอะเย็นมากแล้ว

จดหมายจาก...ดาวุด

                สลามฮุดาเพื่อนรัก...เพื่ออัลลอฮฺ(สุบหาฯ)

นี่เป็นจดหมายฉบับที่เท่าไหร่เราไม่รู้ เรารู้แต่เพียงว่าหลายต่อหลายฉบับตลอด 6 ปี ที่ผ่านมาที่เขียนจดหมายถึงเธอเราไม่เคยได้จดหมายตอบกลับจากเธอเลย เราไม่รู้ว่าจะมีจดหมายฉบับใดบ้างที่ถึงมือเธอ หรือว่าเธอจำเราได้อยู่อีกไหม๊ นับว่ามันนานมากแล้วซินะที่เราไม่ได้ติดต่อกัน ฮุดายังจำเราได้อีกไหม๊ เราดาวุด คนที่เคยไปเล่นชิงช้าที่สนามเด็กเล่นในหมู่บ้านตันหยงลีปะฮฺกับเธอแทบทุกเย็นไง ฮุดาสบายดีนะ เกือบหกปีแล้วซินะที่เราไม่ได้เจอกัน คำถามคำพูดเหล่านี้ฮุดาอาจจะเบื่อกับมัน หากทว่าฮุดาได้รับจดหมายของเราทุกฉบับ เพราะเราถามฮุดาตลอดว่า “สบายดีไหม๊” ที่เรายังคงเขียนจดหมายหาฮุดาอยู่เพราะเราอยากรู้จริงๆว่าคนทางโน้นเป็นไงบ้าง และที่สำคัญเราไม่รู้ว่าจะได้เขียนจดหมายติดต่อกับฮุดาอีกนานแค่ไหน นี่ก็เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนแล้วที่เราจะได้อยู่ที่กรุงเทพฯ เพราะเราสอบชิงทุนของ ศอ.บต. “โครงการส่งลูกหลานชายแดนใต้” ไปเรียนต่อที่บาห์เรนได้ โดยเลือกลงเรียนแพทย์เพราะเราคิดว่าเรียนจบแล้วเราจะได้กลับไปช่วยพี่น้องของเราที่สามจังหวัด

ฮุดารู้ไหม๊ ความรู้สึกเมื่อสอบชิงทุนได้มันไม่ได้แตกต่างอะไรกับตอนที่เราจะย้ายจากหมู่บ้านตันหยงลีปะฮฺไปอยู่กรุงเทพฯเลย ไม่ใช่ว่าเราไม่ดีใจนะที่สอบได้ แต่เราอยากทำอะไรบางอย่างก่อนที่จะไป อยากจะพูด อยากจะบอกอะไรกับใครบางคน ก่อนการจากไปจะมาถึงซึ่งเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าเราไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้ ชีวิตของเราจะมีความสุขไหม๊ และที่สำคัญเราคิดว่ามันอาจจะสายเกินไปหากคำพูดบางคำมันฝังแน่นอยู่ในใจโดยไม่มีเขาคนนั้นได้รับรู้มัน และหากเป็นเช่นนั้นเราก็ไม่รู้ว่าจะทำใจได้ไหม๊ ทุกวันนี้เราขอดุอาอฺทุกคืนว่าขอให้เราได้ทำในสิ่งที่ควรทำและถูกต้อง ขอให้อัลลอฮฺโปรดชี้นำแนวทางกับความสับสนกระวนกระวายภายในจิตใจของเรา เพราะเราไม่อยากเป็นแบบนี้เลย

ไม่ว่าจดหมายฉบับนี้จะถึงมือฮุดาอีกไหม๊ก็ขอให้รู้ไว้นะว่าเพื่อนคนนี้ยังคงมั่นในศรัทธา ยังคงไม่ลืมวันเวลาที่ผ่านมาเลยแม้มันจะผ่านมาแล้วกี่ปีก็ตาม เราขอดุอาอฺให้อัลลอฮฺ(สุบหาฯ) ได้โปรดคุ้มครองฮุดาและนำพา...?

                                                                                                                                ด้วยสลามและดุอาอฺ...ดาวุด

จดหมายจาก...ฮุดา

                สลามดาวุดเพื่อนรัก...เพื่ออัลลอฮฺ(สุบหาฯ)

เราขอชูโกรต่ออัลลอฮฺ(สุบหาฯ) ที่ให้เราได้ตอบจดหมายฉบับนี้ ก่อนอื่นเราต้องขอมาอัฟนายมากๆๆๆๆๆๆ ดาวุด ที่เราไม่ได้ตอบจดหมายของนายเลย เราไม่รู้ว่าการตอบจดหมายฉบับนี้ของเราให้นายจะสายไปหรือเปล่า แม้จดหมายฉบับนี้จะไปถึงนายเมื่อไหร่ จะถึงก่อนหรือหลังที่นายเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ เราก็ขออธิบายให้นายได้เข้าใจเรื่องราวและเหตุผลทั้งหมดที่ไม่ได้ตอบจดหมายของนาย สุดท้ายแม้เราต้องรอการกลับมาของนายอีกนานแค่ไหนขอให้รู้ไว้นะ สำหรับเราแล้วนายคือเพื่อนที่ดีที่สุดดาวุด และเราเองก็จะขอดุอาออฺเช่นกันให้อัลลอฮฺ(สุบหาฯ) ได้โปรดคุ้มครองนายและนำพา...?

เหตุผลที่เราไม่ได้ตอบจดหมายของนายทั้งๆที่จดหมายทุกฉบับของนายเราได้รับก็เพราะว่า...นายจำวันที่เราไปนั่งชิงช้าเล่นกันในหมู่บ้านได้ไหม๊ ระหว่างที่เรากับอาเยาะฮฺของเราเดินทางกลับบ้าน มีคนร้าย 2 คน มาทำทีเป็นถามทางไปบ้านผู้ใหญ่พออาเยาะฮฺของเรากำลังจะอ้าปากบอก คนร้ายที่ซ้อนท้ายมาก็เอาปืนยิงเข้าที่หน้าอกสองนัดแล้วหลบหนีไปท่ามกลางกองเลือดและเสียงกรีดร้องของเราที่ไม่รู้จะบอกเล่าความเจ็บปวดในวันนั้นให้ใครรับรู้ได้ ทุกวันนี้อาเยาะฮฺไม่รับรู้เรื่องราวใดๆเหมือนเด็กเพิ่งเกิดที่ไม่ประสีประสา ร้องเรียกแต่ว่า “ฮุดา ฮุดา ฮุดาลูกพ่อ” ตั้งแต่วันเกิดเหตุหลังจากเลิกเรียนอย่าว่าแต่ไปส่งจดหมายหานายเลยขนาดไปวิ่งเล่นกับเพื่อน ไปนั่งชิงช้าเหมือนที่เคยไปนั่งเล่นกับนาย เราก็ยังไม่เคยได้ไปวิ่งเล่นที่ไหนเลยเรียนเสร็จก็กลับบ้าน ไม่ใช่เฉพาะเราหรอกที่ช่วงวัยเด็กมันหายไปเพื่อนๆคนอื่นในหมู่บ้านก็เช่นเดียวกัน เรายังแอบอิจฉานายเลยในบางครั้งพื้นที่ที่นายอยู่(กรุงเทพฯ) กับหมู่บ้านตันหยงลีปะฮฺ หมู่บ้านของเราอาจจะมีพื้นที่กว้างกว่าของนายเมื่อเทียบกับพื้นที่บ้านนายที่มีรั้วรอบขอบชิดแม้กระทั่งบ้านติดกันก็แทบจะไม่รู้จักกัน แต่ก็นั่นแหละพื้นที่ที่เหลืออยู่ให้ทุกคน ณ ที่นี่ได้เก็บเกี่ยวช่วงวัยของชีวิตมันแทบจะไม่มีเลยแม้เทียบกับพื้นที่ภายในรั้วของบ้านนาย นายคงเข้าใจเรานะดาวุด จดหมายทุกฉบับของนายเราตอบให้นายทุกฉบับเพียงแต่เหตุผลอย่างที่ว่านั่นแหละ แต่สักวันเราเชื่อว่านายจะได้อ่านมัน อินชาอัลลอฮฺ

เราขอให้นายโชคดีนะ เราเองตอนนี้ได้รับโควตาเรียนต่อทางด้านศึกษาศาสตร์สาขาภาษาไทย ของมหาวิทยาลัยที่นี่ ที่เราเลือกเรียนสาขานี้เพราะเราคิดว่าบางครั้งเพียงธรรมดาของเส้นแบ่งทางด้านภาษาเรื่องราวต่างๆนานาถึงได้ปะทุขึ้นไม่หยุดแม้กระทั่งปัจจุบัน และที่สำคัญซูเราะฮฺอัรรูม อายะฮฺที่ 22 ก็กล่าวไว้ชัดเจนถึงความแตกต่างทางด้านภาษา เชื้อชาติต่างๆ พอสรุปได้ว่า...ผู้รู้ที่แท้จริงต้องยอมรับในความแตกต่างเหล่านี้ เพราะถึงแม้อัลลอฮฺ(สุบหาฯ) จะสร้างเรามาแตกต่างกันแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องแตกแยกกันสิ่งสำคัญคือเราต้องตักวา(ยำเกรง) ต่อพระองค์ให้มากๆ และที่สำคัญเราเชื่อว่าการสอนให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาไทยที่ถูกต้องที่ควรจะเป็นในพื้นที่แห่งนี้คือสิ่งที่ทุกคนต้องตระหนัก ยังไงๆจบแล้วนายก็อย่าลืมทำตามที่สัญญาไว้นะดาวุด แล้วเราจะรอนายกลับมา

                                                                                                                                                ด้วยสลามและดุอาอฺ...ฮุดา

 

 

 

ณ หมู่บ้านตันหยงลีปะฮฺ

                บังๆ เด๊ะถามอะไรบังหน่อยทำไมบังถึงเลือกมาอยู่ที่นี่หละ ทั้งๆที่บังก็น่าจะมีการงานที่ดีกว่านี้ พื้นที่ที่รอให้บังได้เลือกปฏิบัติหน้าที่มันมีตั้งมากมาย แต่ทำไมคำตอบสุดท้ายของบังถึงเป็นหมู่บ้านตันหยงลีปะฮฺ และคำที่บังเคยเขียนในจดหมายที่บอกว่า “โปรดคุ้มครองฮุดาและนำพา...?” มันคืออะไร

                อ้าว! แล้วของฮุดาหละที่บอกว่า “โปรดคุ้มครองนายและนำพา...?” มันคืออะไร บังว่าคำตอบของบังกับของเด๊ะก็คงจะเป็นไปตามดุอาอฺที่เราขอต่ออัลลอฮฺ(สุบหาฯ) เพราะวันนี้คำตอบเหล่านั้นก็ประจักษ์แจ้งต่อเราทั้งสองแล้วหนิ (ฮุดายิ้มรับพร้อมอัลฮัมดุลิลละฮฺอยู่ในใจ) ว่าแต่ว่าทำไมหน้าตาของเด๊ะดูซีดเซียวจังเลย ดูเหมือนจะไม่สบาย ไม่ทราบเหมือนกันคะบังหลังจากตื่นนอนเมื่อเช้ามีอาการคลื่นไส้อาเจียนตลอดตั้งแต่เช้า หรือว่า! (ดาวุดตะโกนพลางอัลฮัมดุลิลละฮฺโผกอดฮุดาด้วยความดีใจในริสกีที่พระองค์ทรงมอบให้) ไปๆเดี๊ยวบังจะพาเด๊ะไปตรวจที่โรงพยาบาลให้แน่ใจ คะบัง(ฮุดาขานตอบด้วยความดีใจเช่นกัน)

ณ หมู่บ้านเจริญสุข

เยาะฮฺ : ดาวุดๆ ตื่นได้แล้วลูกจะแปดโมงแล้ว เดี๊ยวไปรายงานตัวขึ้นเครื่องไปเรียนต่อไม่ทันนะ

โอกาสดีๆแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยนะลูก ตื่นๆไปอาบน้ำ

ดาวุด : ครับๆเยาะฮฺ (ดาวุดสะดุ้งตื่น) พลางเสียงพรึมพรำว่า “กำลังจะรู้เลยว่าท้องหรือเปล่า...เฮ้อ

ขอดุอาอฺให้เรื่องราวในฝันพลันเป็นจริงด้วยเถิด..อามีน อามีน อามีน”

เยาะฮฺ : ใครท้องเหรอลูก?

ดาวุด : นางในฝันครับเยาะฮฺ (ดาวุดขานตอบด้วยรอยยิ้ม) ผมไปอาบน้ำก่อนนะครับ

เยาะฮฺ : อะไรกันลูกชายคนนี้ (เยาะฮฺทำหน้า ง งู สองตัวกับคำตอบของดาวุด)