ขอเชิญมาช่วย "ลดภาวะโลกร้อน" ด้วยกันนะครับ......
-ฟ้องด้วยภาพ!!! ดีกว่า ครับ.........


ปล.เก็บภาพมาฝากจากท้องทุ่งยามเย็น ๆ ท่านผู้อ่านละครับได้อะไรจากภาพนี้บ้าง!!!
สวัสดีครับ
เพชรน้ำหนึ่ง
15/12/51
-ฟ้องด้วยภาพ!!! ดีกว่า ครับ.........


ปล.เก็บภาพมาฝากจากท้องทุ่งยามเย็น ๆ ท่านผู้อ่านละครับได้อะไรจากภาพนี้บ้าง!!!
สวัสดีครับ
เพชรน้ำหนึ่ง
15/12/51
-สวัสดีครับคุณเกษตร(อยู่จังหวัด) ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ครับ ขอคัดลอกนำมาให้สมาชิกอ่านในบางตอนนะครับ....
“ข้อเสียของการเผาตอซังและฟางข้าว”
1. ทำให้สูญเสียน้ำในดิน เนื่องจากการระเหย
2. ทำให้ดินจับตัวกันแน่นและแข็ง การชอนไชของรากพืชในดินเป็นไปได้ยาก
3. ทำให้สูญเสียธาตุอาหารที่อยู่ในฟางข้าว (เผาฟาง 5 ตันจะสูญเสียไนโตรเจน 30 กิโลกรัม ฟอสฟอรัส 7 กิโลกรัม กำมะถัน 7 กิโลกรัม โพแทสซียม 85 กิโลกรัม )
4. ทำให้จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดินถูกทำลาย
5. ทำให้โลกร้อนขึ้น การเผาทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse Effect)
6. บดบังทัศนวิสัยการมองเห็นของผู้ขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนน อาจลุกลามไหม้อาคารสิ่งก่อสร้าง บ้านพักอาศัย
"ข้อดีของการไถกลบตอซัง"การไถกลบตอซังและฟางข้าวลงไปในนา เป็นการเติมอินทรียวัตถุที่มีประโยชน์กลับลงไปในดิน โดยจำแนกประโยชน์ของการไถกลบตอซังได้ ดังนี้
1. เพิ่มไนโตเจน ฟาง 1 ตัน มีไนโตเจน 6 กิโลกรัม จึงสามารถใช้ฟางข้าวทดแทนปุ๋ยไนโตรเจนได้บางส่วน
2. เพิ่มธาตุอาหารอื่น ๆ จะแสดงผลชัดเจนในปีที่สองของฤดูกาลทำนา โดยจะทำให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์
3. ฟื้นฟูโครงสร้างดิน ปริมาณเนื้อดิน อินทรียวัตถุ น้ำ อากาศ ปรับค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดินทำให้อยู่ในระดับที่เป็นกลางเพิ่มมากขึ้น ช่วยลดความเป็นพิษจากเหล็ก แมงกานีส และความเค็มในดินได้
4. พลิกให้รากวัชพืชกลับขึ้นมาตากแดดแห้งตาย
5. พืชเจริญเติบโตหาอาหารได้ง่าย แตกกอดี ผลผลิตดี
6. พลิกให้ไข่แมลง เชื้อโรค ถูกทำลายด้วยแสงแดด
7. เพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดิน (ใช้สารอินทรีย์คาร์บอนเป็นแหล่งพลังงานมากขึ้น) เชื้อโรคบางชนิดในดินลดลง ได้แก่ Rhizoctonia solani , Macrophomena phaseolian, Sclerotium rlofsil, และ Aspergillusflavus ซึ่งลดประมาณ 14 เปอร์เซ็นต์
สวัสดีค่ะ
* มาส่งความสุขปีใหม่ค่ะ