แนวคิดวงจรการเมือง

วงจรอุบาทว์ มักมีการกล่าวถึงเสมอในการเมืองไทย ทำนองว่า นักการเมืองซื้อเสียง แล้วก็เข้าไปจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ จากนั้นก็มีการทุจริตโกงกิน ต่อมาก็เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร ฉีกรํฐธรรมนูญ แล้วก็เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ มีการเรียกร้องประชาธิปไตยจึงมีการเลือกตั้ง นักการเมืองก็ซื้อเสียง... หมุนเวียนเปลี่ยนไปเป็นอย่างนี้...

สภาพสังคมการเมืองหมุนเวียนเปลี่ยนไปซ้ำซากที่เรียกกันว่า วงจร นั้น คิดกันมานานแล้ว ดังเช่น แนวคิดของจีนก็มี ชุนชิว ใบไม้ผลิ ใบไม้ร่วง (คลิกที่นี้) ทำนองว่า บ้านเมืองแตกแยก มีการแก่งแย่ง รบราฆ่าฟัน ประดุจใบไม้ร่วง ต่อมาก็มีผู้กล้าสามารถรวบรวมบ้านเมืองได้เป็นปึกแผ่นสร้างความสงบเรียบร้อยให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุขประดุจใบไม้ผลิ... ต่อมาผู้นำก็อ่อนแอ เริ่มมีการแบ่งเป็นฝักฝ่ายแก่งแย่งรบราฆ่าฟันกันอีก และแล้วก็จะมีผู้กล้าสามารถรวบรวมบ้านเมืองได้อีกครั้ง... หมุนเวียนเปลี่ยนไปอย่างนี้

แนวคิดของอริสโตเติล (คลิกที่นี้) ทำนองว่า คนเดียวที่ปกครองดีก็จะเกิดคุณประโยชน์สูงสุด (ราชาธิปไตย) ต่อมาคนเดียวที่สืบต่อมาก็แย่ลงก่อให้เกิดความเสียหายมาก (ทรราช)... จึงได้มีเป็นกลุ่มคนที่เจตนาดีเพื่อปกครองให้เกิดประโยชน์สูงสุด (อภิชนาธิปไตย) ต่อมากลุ่มคนที่ว่าก็แย่ลงเพราะเห็นแก่ตัวเองและพวกพ้อง (คณาธิปไตย)... จึงได้กลายมาเป็นประชาชนเป็นใหญ่ (ประชาธิปไตย) แต่เมื่อทุกคนเป็นใหญ่ก็ก่อให้เกิดความวุ่นวายเพราะไม่มีใครเป็นใหญ่ (อนาธิปไตย)... ต่อมาจึงยกอำนาจใ้ห้ใครคนหนึ่งเท่านั้นมีอำนาจสูงสุดเพื่อความสงบเรียบร้อย นั่นก็คือหมุนเวียนมาสู่คนเดียวอีกครั้ง...

พระพุทธเจ้าตรัส จักกวัตติสูตร (คลิกที่นี้) ทำนองว่า สมัยก่อนพระราชามีคุณธรรม โลกเกิดความสงบสุข ประชาชนมีอายุยืนยาวถึงแปดหมื่นปี ต่อมาเมื่อพระราชาไร้คุณธรรม โลกก็เริ่มมีทุจริตต่างๆ เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดความวุ่นวายและแก่งแย่งรบราฆ่าฟัน อายุของคนก็ค่อยๆ น้อยลงๆ จนถึงยุคมิคสัญญี เกิดการรบราฆ่าฟันกันทุกหย่อมหญ้า ซึ่งตอนนี้อายุขัยของคนก็เหลือเพียง ๑๐ ปี... จึงมีการสำนึกได้ แล้วก็เริ่มกลับมามีคุณธรรม ละเลิกทุจริต ประชาชนก็จะค่อยๆ มีอายุยืนยาวถึงแปดหมื่นปีอีกครั้ง และก็จะค่อยๆ เสื่อมลงเพราะพระราชาขาดคุณธรรม นั่นคือจะเริ่มหมุนกลับไปสู่ยุคเสื่อมนั่นเอง...

 

เมื่อพิจารณา วงจร เหล่านี้ จะเห็นว่าคล้ายคลึงกัน นั่นคือ มีเสื่อมเพราะคนเห็นแก่ตัว ขาดคุณธรรม แก่งแย่ง... และมีเจริญเพราะคนเห็นแก่ส่วนรวม มีคุณธรรม ออมชอม (ศัพท์สมัยใหม่คือ สมานฉันท์ แต่รู้สึกว่ายังไม่เป็นความจริง)....

อย่างไรก็ตาม วงจรทำนองนี้ สมัยโบราณนั้น มีความเห็นว่า หมุนไปซ้ำรอยเดิม .... แต่แนวคิดล่าสุดมองว่า มิได้ซ้ำรอยเดิม โดยเป็นไปทำนอง หมุนควงสว่าน กล่าวคือ หมุนไปข้างหน้าเป็นวงกลมทำนองควงสว่าน โดยไม่ได้ซ้ำรอยเดิม...

กลับมาพิจารณาวงจรอุบาทว์ทางการเมืองของไทยเมื่อการปฏิวัติรัฐประหารแบบเก่า ค่อยๆ ถูกเมินเฉยจากสังคมโลก ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองไทยขณะนี้จึงค่อยๆ หมุนเปลี่ยนไป แต่รู้สึกว่ายังคงตกอยู่ในวงจรอุบาทว์เหมือนเดิม เพียงแต่ไม่ได้ซ้ำรอยเดิมเท่านั้น...

จำคำของท่านพุทธทาสได้ว่า...

  • ธรรมะไม่กลับมา โลกาจะพินาศ