ผมได้นำงานเขียนเสริมกำลังใจของ วินทร์ เลียววาริณ จากหนังสือ "รอยเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง" หรือหนังสือเสริมกำลังใจเล่มแรกมานำเสนอ

นำเสนอไว้ 2 บันทึก ได้แก่

 

หนังสือเสริมกำลังใจของวินทร์ ปัจจุบันมี 4 เล่มนะครับ ผมซื้อเล่มแรก แล้วก็เล่มล่าสุด ในเมื่อมือถือเล่มล่าสุดอยู่แล้ว ก็ต้องนำเสนอไม่ให้เสียเวลากันไป ครับ

ผมเชื่อว่า เล่มนี้ ผู้ที่ชอบเดินร้านหนังสือได้มีโอกาสเห็นวางอยู่บนชั้นแน่นอน

"อาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก" ...

ข้อเขียนแรกที่อ่านแล้วประทับใจเลย ขอนำเสนอไว้ ณ ที่นี้ ครับ

อ่านมุมมองของวินทร์ เลียววาริณ ดูนะครับ

 

.......................................................................................................................................

 

บุญคุณ กับ กตเวทิตา

 

หนังสือพิมพ์ San Francisco Chronicle ฉบับวันพุธที่ 14 ธันวาคม 2005 รายงานว่า วาฬตัวหนึ่งติดเชือกของชาวประมง ห่างจากฝั่ง ซาน ฟรานซิสโก ราว 18 ไมล์

เป็นวาฬเพศเมียตัวยาวราว 45 - 50 ฟุต หนักราว 50 ตัน ท่องทะเลแถวฝั่งแคลิฟอร์เนียเหนือกับ บาฮา แคลิฟอร์เนีย ใกล้หมู่เกาะฟาแรลลอน มันติดเชือกไนลอนที่โยงระหว่างข้องจับปู เชือกเหล่านั้นยาวราว 240 ฟุต มีถ่วงน้ำหนักทุกหกสิบฟุต

เชือกนั้นรัดตัววาฬหลายรอบที่หาง หลังและครีบหน้าซ้าย เชือกอีกเส้นหนึ่งคาดที่ปากรัดลำตัวของมันแน่น ถ่วงดึงร่างวาฬลงน้ำ มิให้ขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำ

ชาวประมงเห็นภาพนั้นเข้า ก็ระดมกำลังแข่งกับเวลาทั้งชาวบ้านและนักดำน้ำไปช่วยเหลือมัน เนื่องจากหากมันถูกถ่วงน้ำนานไป จะตายเพราะขาดอากาศหายใจ

พวกเขาดำน้ำลงไปดูสภาพ พบว่า เชือกรัดร่างมันแน่นจนเป็นรอย ทางเดียวที่จะช่วยชีวิตมันได้ คือดำลงไปในน้ำแล้วตัดเชือกที่รัดมันอยู่

แต่เป็นงานอันตรายอย่างยิ่ง เพราะเพียงแค่ขยับครีบเบา ๆ ความใหญ่ของมันก็สามารถฆ่าคนที่ไปช่วยได้ง่ายดาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมันอยู่ในอาการตื่นตระหนก

 

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายมนุษย์กลุ่มนั้นก็ไม่หวั่น พวกเขาดำน้ำลงไปใช้มีดโค้งตัดเชือกที่รัดมันออกทีละเส้น

พวกเขาใช้เวลาตัดเชือกนานหลายชั่วโมง จนในที่สุดก็สำเร็จ ร่างของวาฬหลุดออกมาจากกับดักได้

ชายนักดำน้ำคนหนึ่งเล่าว่า ขณะที่เขาช่วยตัดเชือก นัยน์ตาของวาฬก็จ้องเป่งมองคนที่กำลังช่วยมัน

เมื่อมันเป็นอิสระ มันว่ายน้ำวนหลายรอบ ใช้ปากแตะคนที่ช่วยมันทีละคน หนึ่งในนักประดาน้ำผู้ช่วยเหลือวาฬบอกว่า "ท่าทางมันเหมือนหมาที่ดีใจเมื่อเจอเจ้าของ..."

เขาว่า "ผมรู้สึกเหมือนกับว่ามันกำลังขอบคุณเรา มันรู้ว่ามันเป็นอิสระเพราะเราช่วยมัน... มันหยุดราวหนึ่งฟุตห่างจากผม ผลักผมออกไปเล็กน้อย และดูจะสนุกกับการกระทำนั้น"

 

การแสดงออกถึงความรู้สึกของสัตว์เป็นเรื่องที่ฟังดูแปลก แต่เกิดขึ้นอยู่เสมอ สัตว์หลายชนิดมีความรู้สึกไม่ต่างจากมนุษย์

วาฬเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีพัฒนาการในการสื่อสารดีเยี่ยม พวกมันสื่อสารด้วยการใช้เสียง "เสียงคุยกัน" ของวาฬเดินทางฝ่ามหาสมุทรได้ไกลเป็นพันกิโลเมตร

สิ่งที่น่าทึ่งก็คือ แม้แต่สิ่งมีชีวิตต่างสายพันธุ์ยังพยายามสื่อสาร "ขอบคุณ" มนุษย์ที่ช่วยชีวิตของมัน

คำขอบคุณไม่ว่าแสดงออกมาจากสัตว์หรือคน ล้วนมีความหมาย

หันมามองตัวเรา มนุษย์เราสื่อสารกันได้มากกว่าการใช้ภาษา แต่น่าแปลกที่หลายคนไม่เคยพูดจากับพ่อแม่ของตน ไม่เคยถามสารทุกข์สุขดิบหรือความรู้สึกของพ่อแม่

ดอกไม้ในวันแม่เป็นสิ่งสวยงาม แต่การสนทนากับผู้บังเกิดเกล้า ถามทุกข์สุขและความรู้สึกของพ่อแม่มีค่ากว่าดอกไม้หลายเท่า

ความกตัญญูเป็นสิ่งที่ดี แต่กตัญญูกับกตเวทิตาต่างกันเล็กน้อย

กตัญญูคือรู้คุณ กตเวทิตาคือสนองคุณ

รู้จักบุญคุณคนเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องบอกเขาให้ทราบด้วย

 

.......................................................................................................................................

 

เวลาเดินไปไม่เคยหยุด และถอยหลัง ... เงินและสิ่งของซื้อความรักจากพ่อแม่ไม่ได้หรอก

ผมคิดว่า เราคงจะทราบกันแล้วนะครับว่า ควรปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะดีและคุ้มค่ากับเวลาที่มีอยู่มากที่สุด

ผมได้แต่ยิ้มรับ ... ผู้มีความกตัญญูและกตเวทิตาทุก ๆ ท่าน ครับ

ขอบคุณครับ

 

 


แหล่งอ้างอิง

วินทร์  เลียววาริณ.  อาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก.  กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ 113, 2551.

winbookclub.  http://www.winbookclub.com/basket_detail.php?id=165.  (18 พ.ค.52).

 

ป.ล. ค้นหาภายหลังพบว่า คุณวินทร์ เลียววาริณ ได้นำบทความนี้ขึ้นเว็บไว้แล้ว ดังอ้างอิง ครับ