ขึ้นเงินเดือนปีละ 2 ครั้ง ทำงานดีพรวดถึง 12%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ธันวาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)  จ.นนทบุรี  นายปรีชา วัชราภัย เลขาธิการ ก.พ. ทำพิธีส่งมอบบัญชีจัดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ให้กับผู้บริหารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานอิสระ อาทิ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักพระราชวัง สำนักงานอัยการสูงสุด ปปง.ฯลฯ ในขณะที่ฝ่ายบริหารก.พ.ส่วนหนึ่งได้เดินสายทำพิธีส่งมอบบัญชีฯให้ส่วนราชการทั้ง 19 กระทรวง

นายปรีชากล่าวว่า วันที่ 11 ธันวาคม ถือเป็นวันที่ก.พ.ประกาศยกเลิกตำแหน่งระบบซี และเป็นวันแรกที่เปลี่ยนมาใช้ระบบจำแนกตำแหน่งแบบใหม่ โดย ก.พ.จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปพบปลัดกระทรวงหรือรองปลัดกระทรวง ที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารการปรับเปลี่ยนระบบจำแนกตำแหน่ง เพื่อนำบัญชีมาตรฐานกำหนดตำแหน่งตามลักษณะงานไปมอบให้ จากนั้นผู้บังคับบัญชาต้องออกคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการในกรมให้ดำรงตำแหน่งที่กำหนดขึ้นใหม่ภายใน 30 วัน ซึ่งการจัดแบ่งข้าราชการพลเรือนสามัญใหม่ออกเป็น 4 ประเภทนั้นได้แก่ ประเภทบริหาร ประเภทอำนวยการ ประเภทวิชาการและประเภททั่วไป ตามพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 นอกจากนี้ยังเป็นการลดสายงานจาก 465 สายงาน เป็น 247 สายงาน

นายปรีชายังกล่าวถึงการขึ้นเงินเดือนภายใต้ระบบใหม่ว่า บัญชีเงินเดือนของข้าราชการจะมีอย่างน้อย 4 บัญชีตามสายงานต่าง ๆ เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2552 จะกำหนดเป็นขั้นสูง-ขั้นต่ำ และการขึ้นเงินเดือนจะคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยหนึ่งปีจะขึ้นเงินเดือน 2 ครั้ง โดยครั้งหนึ่งสูงสุดไม่เกิน 6% จะทำให้คนที่ทำงานดีได้ขึ้นเงินเดือนถึง 12% ซึ่งตนเชื่อว่าถ้าข้าราชการใช้ระบบใหม่นี้ จะช่วยให้เกิดการแข่งขันกันทำงานมากขึ้น และผลการทำงานจะส่งต่อประชาชนโดยตรงในส่วนของการบริการของรัฐ

ด้านนายจาดุร อภิชาตบุตร นายกสมาคมข้าราชการพลเรือน กล่าวว่า ในส่วนข้าราชการที่ไม่ได้จบปริญญาตรี ระเบียบใหม่กำหนดให้เขามีโอกาสและเงินเดือนไม่ตัน เพราะทำผลงานดี แต่ระบบจะมีผลไม่ดีกับคนที่ไม่ได้ทำงานเลย ขณะที่ข้าราชการที่ถูกกลั่นแกล้งด้วยความไม่เป็นธรรมไม่ว่าจะจากฝ่ายไหนก็สามารถฟ้องศาลปกครองได้

มีรายงานข่าวจาก ก.พ.ว่า การยกเลิกระบบซี เพื่อล้างข้าราชการแบบเช้าชามเย็นชาม แต่ระบบใหม่ยังคงรักษาสวัสดิการตามซีเดิมของข้าราชการทั้งหมด โดยจะเอื้อประโยชน์กับผู้เชี่ยวชาญวิชาชีพ เช่น แพทย์ ครู พยาบาลที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัยพื้นที่ทุรกันดารจะได้เงินเดือนสูงกว่าพื้นที่ทั่วไป เพราะถือว่ามีความเสียสละ และยังทำให้มีโอกาสก้าวหน้าในสายงานมากกว่าเดิม เนื่องจากเงื่อนไขการพิจารณาขั้นตำแหน่งจะเปิดช่องให้หัวหน้าเป็นผู้พิจารณาจากผลงานเป็นสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีการตั้งคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรมขึ้นเพื่อป้องกันการวิ่งเต้นและการเล่นพรรคเล่นพวกด้วยในส่วนนางบุษบา กรัยวิเชียร ที่ปรึกษาระบบข้าราชการ สำนักงาน ก.พ. กล่าวว่า นอกจากการมอบบัญชีจัดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนใหม่ให้แต่ละกระทรวงแล้ว ก.พ.จัดส่งหนังสือเวียนให้ส่วนราชการอีก 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1.หนังสือเวียนซึ่งมีกฎ ก.พ. 3 ฉบับ  ระเบียบ ก.พ. 2 ฉบับ  และข้อบังคับ 1 ฉบับ   2.หนังสือเวียนเรื่องมาตรฐาน

กำหนดตำแหน่ง  และ3.หนังสือเวียนเรื่อง การบังคับใช้ พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 พร้อมกันนี้ ก.พ.จัดส่งซีดีมาตรฐานกำหนดตำแหน่งจำนวน 247 สายงาน มาให้ด้วย โดย ก.พ.นำขึ้นเว็บไซต์ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมา และเพื่อให้การแต่งตั้งข้าราชการเป็นไปอย่างเรียบร้อย จึงขอความร่วมมือข้าราชการตรวจสอบเลขตำแหน่งว่าตรงกันหรือไม่ ซึ่งก.พ.จะจัดชี้แจงแก่ส่วนราชการภายในสัปดาห์หน้า อีกทั้ง ยังเปิดศูนย์บริการข้อมูลที่เบอร์ 1786 ให้บริการในวันและเวลาราชการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับระดับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญนั้น มีการแบ่งเป็น 4 ประเภทคือ 1.ประเภทบริหารมี 2 ระดับ คือ ระดับต้นและระดับสูง   2.ประเภทอำนวยการ มี 2 ระดับคือ ระดับต้นและระดับสูง   3.ประเภทวิชาการมี 5 ระดับ คือ ระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ ระดับชำนาญการพิเศษ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับทรงคุณวุฒิ   และ 4.ประเภททั่วไป แบ่ง 4 ระดับคือ ระดับปฏิบัติงาน ระดับชำนาญงาน ระดับอาวุโส และระดับทักษะพิเศษ  โดยในส่วนของประเภทบริหารระดับสูง (ซี10-11 บส.เดิม) ถ้าเทียบกับระบบซีเดิมก็คือ หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม ผู้ว่าราชการจังหวัด เอกอัครราชทูตที่เป็นหัวหน้าสถานเอกอัครราชทูต หัวหน้าคณะผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ หัวหน้าคณะผู้แทนถาวรประจำองค์การการค้าโลก เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง รองหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกระทรวง รองหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมในสำนักนายกรัฐมนตรีและขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมไม่สังกัดสนร., กท., ทบวง และอยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมในกระทรวงศึกษาธิการและขึ้นตรงต่อรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการซึ่งไม่มีฐานะเป็นกรม แต่มีผู้บังคับบัญชาเป็นอธิบดี ผู้ตรวจราชการกระทรวง

ส่วนประเภทผู้บริหารระดับต้น (ระดับ 9) ประกอบด้วย รองหัวหน้าส่วนราชการระดับกรม/จังหวัด รองหัวหน้าสถานเอกอัครราชทูต รองหัวหน้าคณะทูตถาวรประจำองค์การสหประชาชาติ รองหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำองค์การการค้าโลก หัวหน้าสถานกงสุลใหญ่ รองหัวหน้าส่วนราชการซึ่งไม่มีฐานะเป็นกรมแต่มีผู้บังคับบัญชาเป็นอธิบดี

สำหรับการแบ่งระดับข้าราชการประเภทอำนวยการนั้น ระดับสูง (ซี 9 บส.เดิม) ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนักหรือเทียบเท่า หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด นายอำเภอ ผู้ตรวจราชการกรม ระดับต้น (ซี 8 บก.เดิม) ประกอบด้วย ผอ.กองหรือเทียบเท่า หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดและนายอำเภอ

ประเภทวิชาการนั้น ถ้าเทียบกับระบบซีเดิมคือ ซี 10-11 วช./ชช. จะอยู่ในระดับทรงคุณวุฒิ ซี 9 วช./ชช.อยู่ในระดับเชี่ยวชาญ ซี 8 ว./วช. อยู่ในระดับชำนาญการพิเศษ ซี 6-7 ว./วช. อยู่ในระดับชำนาญการ และซี 3-5จะอยู่ในระดับปฏิบัติและสุดท้ายคือประเภททั่วไป ซี 7-8 เดิม จะอยู่ในระดับอาวุโส ระดับซี 5-6 อยู่ในระดับชำนาญงาน และระดับซี 1-4 อยู่ในระดับปฏิบัติงาน

ส่วนในเรื่องของเครื่องแบบข้าราชการนั้นยังให้คงเครื่องแบบข้าราชการพลเรือนเหมือนเดิมทั้งรูปแบบปฏิบัติาชการและแบบพิธีการ แต่ปรับปรุงใหม่เฉพาะอินทรธนู (บั้งติดบ่า) สำหรับข้าราชการระดับ 9 ขึ้นไปเท่านั้น รวมทั้งการขอเครื่องราชฯ ก็พิจารณาตามความรับผิดชอบของงานเหมือนเดิม

แนวหน้า มติชน 12 ธันวาคม 2551