เป็นเอดส์ แต่ไม่อาย ตั้งใจจะทำความดีและเป็นคนดี มีจิตอาสาช่วยผู้อืน

สวัสดีค่ะ ทุกท่าน ก่อนนอน วันนี้มีเรื่องราวดีๆ มาให้อ่านเพื่อเป็นกำลังใจก่อนนอนค่ะ ชีวิตของหญิงคนหนึ่ง ชื่อนุ่มนิ่มที่ต่อสู้ชีวิต จนทุกคนยอมรับค่ะ  ไปอ่านเรือ่งของเธอกันค่ะ

นิ่ม...เป็นหญิงชาวบ้าน อาชีพรับจ้างอยู่ใน กทม. ติดเชื้อจากสามี เมื่อปี 2537 หลังจากที่สามีเสียชีวิตในปี 2540 ได้กลับมาอยู่ที่บ้านใน

ต. ตาคลี พร้อมกับลูกชาย 2 คน คนโตอายุ 7 ปี คนเล็ก อายุ 6 เดือน     ( ผลเลือดปกติ ) คนในครอบครัว มีพ่อ / แม่ทราบว่านิ่มติดโรคร้ายจากสามี และมีพี่สาวแม่อีก 2 คนที่ทราบ ส่วนคนในหมู่บ้านต่างก็ซุบซิบๆ นินทานิ่มตลอดมา  บางทีก็หลอกถามลูกชายคนโต ว่า แม่แกเป็นเอดส์ใช่มั๊ย  เวลานิ่มไปซื้อของหรือพาลูกคนเล็กไปด้วย  พอกลับบ้านเจ้าของบ้านก็จะเอาน้ำมาล้างบริเวณที่ลูกของนิ่มไปนั่งหรือคลานอยู่  นิ่มรู้สึกเสียใจมากและนอนร้องไห้คนเดียวทุกคืน 

นิ่มเคยเข้ากลุ่มผู้ติดเชื้ออยู่ที่ กทม. จึงเข้ามาสอบถามที่ รพ. ตาคลีเพื่อมาเข้ากลุ่มผู้ติดเชื้อใน รพ. ตาคลี แรกๆนิ่มก็แอบมาดูคลินิกศูนย์รวมใจก่อน พอดูแล้วว่าจะเป็นที่พึ่งได้นิ่มจึงสมัครเข้ามา เราเคยเข้าไปเยี่ยมบ้านของนิ่ม บ้านนิ่มปลูกอยู่ในที่ของแม่ เป็นเพิงเล็กๆ ยกพื้นเป็นแคร่สำหรับนอนและเก็บของใช้จำเป็น ไม่มีของใช้ไฟฟ้าใดๆ พื้นดินที่ติดกับแคร่ใช้เป็นที่หุงต้ม และเดินเข้าออกบ้านๆมีประตูเดียว นิ่มไม่เคยท้อแท้หารับจ้างตามบ้าน มีผู้ใจดีจ้างทำงาน 2 บ้านนิ่มทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงลูก 2 คน ต่อมาคนลือหนาหูมากขึ้น ไปไหนๆก็มีเสียงนินทา นิ่มจึงประกาศตัวกับผู้ใหญ่บ้านว่า

 ใช่..ฉันเป็นเอดส์ แต่..เอดส์มันไม่ได้ติดต่อกันได้ง่ายๆ

ฉันได้รับการอบรมมาและมีวิธีดูแลตัวเองอย่างดี

จากเจ้าหน้าที่ รพ. ฉันจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ฉันจะตั้งใจทำงานและสู้ชีวิต ทำความดี ให้ทุกคนยอมรับฉันให้ได้ 

นิ่มก็ทำได้จริงๆ นิ่มรับจ้างหาเงินเลี้ยงลูกและสอนลูกๆให้เป็นคนดี ไม่ลักขโมย ไม่ติดยา ไม่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ตั้งใจเรียนหนังสือ ช่วยแม่ทำงานและรับจ้างคุณครูล้างจานใน รร. แม้วันไหนจะไม่มีเงิน ลูกๆก็ไป รร. คุณครูจะชื่นชมลูกชายคนโตของนิ่ม ชื่อ หม่ำ ว่าเป็นคนดี เป็นนักเรียนตัวอย่าง ขณะที่หม่ำเรียนจบชั้น ม. 3 อายุ  15 ปี ก็ออกไปหางานทำ เราถามหม่ำว่าทำไมไม่เรียนต่อ หม่ำบอกว่าสงสารแม่ คิดว่าตัวเองโตพอที่จะช่วยแม่บ้าง และตั้งใจว่าจะเก็บเงินซื้อ ทีวี ตู้เย็น  มาให้แม่และน้องดูให้ได้

ลูกทั้งสองของนิ่มทราบผลเลือดของนิ่มและยอมรับในสภาพที่เป็นอยู่ ขณะนี้ 3 แม่ลูกก็มี ทีวีดูแล้ว  ส่วนลูกคนเล็กชื่อ ตาล อายุปัจจุบัน 10 ปี เรียนอยู่ชั้น ป. 4  ตาลตอนเล็กๆหัวโตมากเราคิดว่าจะเป็นเด็ก ไฮโดรฯ เสียแล้ว ก็เฝ้าวัดรอบศีรษะตาลทุกครั้งที่มาคลินิกศูนย์รวมใจ  แต่พอโตขึ้นก็ปกติ น้องตาลเป็นเด็กดีและฉลาดใฝ่รู้ เรียนเก่ง เวลาพาไปเที่ยว   ( โครงการสานฝัน ) น้องตาลจะตื่นเต้น ดีใจ สนใจทุกๆเรื่อง 

ผลจากที่นิ่มทำความดี  ไม่เฉพาะที่หมู่บ้าน  เวลาที่นิ่มมารพ.  นิ่มสมัครเป็นจิตอาสาของ รพ.  ช่วยจัดคิวคนไข้  ค้นบัตร  เยี่ยมบ้าน  ให้คำปรึกษาแก่สมาชิกที่มาเข้าศูนย์ใหม่ๆ ออกเงินค่ารถให้เพื่อนบางคนที่ไม่มีเงิน (ทั้งๆที่ของตัวเองก็มีน้อยนิด ) ทีมงานศูนย์รวมใจก็รู้สึกรักและภูมิใจในตัวนิ่มมาก  วันไหนที่นิ่มไม่มาวันนั้นจะขลุกขลัก ไม่สะดวกเหมือนที่มีนิ่มช่วย นิ่มมีอาการปวดท้องน้อยเวลาก้มตัวทำงาน

ในปี 49 พอตรวจ PAP (มะเร็งปากมดลูก) จึงพบว่า เป็นมะเร็งระยะต้นๆ แพทย์ รพศ. จึงตัดมดลูกให้ และมีภาวะความดันสูง  แพทย์ให้พัก 6 เดือน ห้ามทำงานหนัก แต่นิ่มก็พักได้แค่ 3 เดือนจึงออกรับจ้างงานเบาๆ ไม่เช่นนั้นคงอดตาย  คงเป็นรางวัลแห่งความดีที่นิ่มได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็น 

 ในปี 2550 นิ่มจึงได้รับการยอมรับจากชุมชน ไม่รังเกียจนิ่มเหมือนแต่ก่อน มีคนว่าจ้างนิ่มไปทำงานเพิ่มเรื่อยๆ จนนิ่มต้องจัดคิวทำงานตามบ้านและได้ค่าจ้างเพิ่มจากเดิม  120  เป็น  200  บาท  และทาง อบต. ได้อนุมัติขอบ้านเทิดไทฯ ให้นิ่มและลูกๆ  เป็นหลังแรกของตำบล  นิ่มรู้สึกดีใจและปลื้มใจมาก ลูกชายซื้อโทรศัพท์ให้นิ่ม 1 เครื่องเพื่อไว้ติดต่องานและนัดหมาย เวลานิ่มมาศูนย์รวมใจ นิ่มไม่เคยปริปากบ่น ว่าลำบาก ทรมาน ทุกข์ยาก นิ่มจะจัดสรร เงินที่ได้มาเอาไว้ เป็นค่ารถ ค่าเรียนลูก ค่าอาหารในครอบครัว จนบางครั้งเราลืมนึกไปว่านิ่มยากจนและจนจริงๆนิ่มได้เบี้ยเลี้ยงชีพจาก อบต. อีก 500 บาท/เดือน กับ 3 ชีวิตคงไม่เพียงพอแน่ๆ นิ่มและลูกๆจึงต้องดิ้นรน หาเลี้ยงตัวเอง และขณะนี้บุตรชายคนโตก็อายุ 17 ปี ยังไม่ครบเกณฑ์การว่าจ้างทำงานได้ตามกฎหมาย จึงต้องหารับจ้างทั่วๆไปช่วยแม่

ความภาคภูมิใจของนิ่ม  คือ

1.  มีบ้านเป็นของตัวเอง และได้ทำบุญบ้าน ซึ่งมีคนทั้งหมู่บ้านมาร่วมงาน

2.  ได้เลี้ยงลูกทั้ง 2 คน ให้เป็นคนดี

3.  ได้มีโอกาสมาเป็นจิตอาสาใน รพ. ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่  ช่วยเหลือสังคมและทุกคนยอมรับ

สิ่งที่นิ่มอยากให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติกับผู้ติดเชื้อ  คือ  .. รอยยิ้ม  คำพูดที่เป็นมิตร  สัมพันธภาพที่ดี  และความเป็นกันเอง ไม่รังเกียจ ยอมรับในสิ่งที่เป็น       เหมือนที่พวกเราได้ปฏิบัติกับนิ่มและลูกๆ เสมอมา ....

โรงพยาบาลตาคลี จังหวัดนครสวรรค์