*      มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ จะดำรงชีวิตอยู่ได้ก็ต้องปรับตัวให้กลมกลืนและมีสมดุลกับธรรมชาติ

    *      คนไทยในอดีต คือตัวอย่างที่ดีในเรื่องดังกล่าว ชีวิตของคนไทยจึงสงบสุขและร่มเย็น เพราะเราเป็นมิตร เป็นเพื่อนเกลอกับธรรมชาติ   บรรพบุรุษเราไม่เคยอวดเก่งที่จะข่มเหง เอาชนะ และทำลายล้างธรรมชาติเช่นปัจจุบัน กระทบกระทั่งกันบ้าง ก็ไม่รุนแรง เหมือนเพื่อนเกลอที่หยอกล้อกันเล่นตามฤดูกาล

     *     มนุษย์อีกกลุ่มหนึ่ง ดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ในเขตที่ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงรุนแรง ซึ่งก็มีผลดีคือทำให้พวกเขามีคุณลักษณะที่ดีติดตัวกันมาอย่างต่อเนื่อง   ความอดทน  ขยัน  มีวินัย   รวมกลุ่มรวมพลังกันทำงานให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ   จนกระทั่งพัฒนาความคิด ก้าวล้ำไปเป็นความหลง ว่ามนุษย์อย่างพวกตนนี่แหละ คือผู้ยิ่งใหญ่ที่จะเอาชนะอะไรก็ได้ แม้แต่ธรรมชาติ ( สหายผู้สร้างความแกร่งกล้าให้พวกเขา )   การบุกกระหน่ำ ขัดขวาง และทำลายล้างธรรมชาติก็เริ่มขึ้น และดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง    เร่าร้อน และรุนแรง ด้วยแรงขับภายในจิตใจที่ปลอดจากความมีมนุษยธรรม แต่เจือ หรือพอกไว้ด้วยกระแสแห่ง วัตถุนิยม และ บริโภคนิยม อย่างเหนียวแน่น
                     

      *      ผลเป็นอย่างไร ครับท่าน? เดือดร้อน วุ่นวาย ทุกข์ทรมานเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่ใช่ว่าพวกเขาหรอกนะ ที่กำลังได้รับ เคราะห์กรรมที่รุนแรง   กลับกลายเป็นว่าพวกเรานี่แหละที่โดนหนักกว่า   แท้จริงก็ยุติธรรม และสมเหตุสมผลดีแล้ว    ก็อยากโง่   หลงตามเขาไปนี่ครับ   ช่วยไม่ได้จริงๆ   ถ้าผมเป็นหนึ่งในบรรพบุรุษไทย    ที่สามารถกลับฟื้น คืนชีพขึ้นมาได้อีกครั้ง ณ วันนี้ คำเดียวที่อยากตะโกน บอกลูกหลานไทยทั้งแผ่นดินคือ    " สมน้ำหน้า "