ตำนาน ปาท่องโก๋ กับ ยอดขุนพลไร้พ่ายผู้รักชาติ นาม งักฮุย

ยุคราชวงศ์ซ่ง

อันเป็นยุคที่ชาวจีนเผ่าฮั่นต้องระทมขมขื่นกับการรุกรานของชาวต่างชาติหลายเผ่าพันธุ์จากนอกด่านกำแพงเมืองจีน

เผ่า กิม หรือชาวเกาหลีโบราณได้ขยายอำนาจเติบกล้าขึ้นถึงขั้นคุกคามความสงบของชาวฮั่น โดยที่ราชสำนักชาวฮั่นยุคราชวงศ์ซ่งมีความอ่อนแอมากไม่สามารถปกป้องชาวจีนใน ปกครองให้ร่มเย็นเป็นสุข ปล่อยให้ถูกชาวนอกด่านกดขี่ข่มเหงตามใจชอบ

เยียะ เฟย ( งักฮุย ) (เยียะเฟย เป็นคำออกเสียงภาษากลาง) เกิดเมื่อ ค.ศ. 1105 ตรงกับปีแพะ เขาเติบโตขึ้นมาพร้อมกับเห็นความอยุติธรรมที่ชาวจีนต้องถูกชาวนอกด่านที่ ด้อยพัฒนากว่าย่ำยีเป็นประจำเขาจึงปฏิญานตนที่จะกอบกู้ศักดิ์ศรีของชาวฮั่น กลับคืนมาด้วยการคร่ำเคร่งร่ำเรียนพิชัยสงครามต่าง ๆ อย่างจริงจัง

มาร ดาของเยียะเฟยก็มีความรักชาติอย่างยิ่ง นางอบรมเยียะเฟยให้มีความกล้าหาญเสียสละเมื่อเยียะเฟยกราบขอพรจากนางเพื่อไป รับราชการเป็นทหารรับใช้มาตุภูมิ นางได้ใช้เข็มสลักที่กลางแผ่นหลังของเยียะเฟยเป็นอักษร 4 ตัวว่า

จิงจงเป้ากว๋อ

เก่งกล้าภักดีพลีเพื่อประเทศชาติ

เยียะ เฟย ปฏิบัติตนตามคำสั่งที่มารดาสลักไว้กลางแผ่นหลัง ออกรบอย่างกล้าหาญเสียสละมีผลงานยอดเยี่ยมเลื่อนจากทหารชั้นผู้น้อยขึ้นเป็น แม่ทัพใหญ่ในการต่อสู้กับกองทัพเผ่ากิมผู้รุกรานกองทัพของเยียะเฟยสร้างความ พินาศแก่ศัตรูในทุกสมรภูมิรบผลักดันให้พวกกิมต้องถอยกลับไปทางภาคเหนือ

การทำดีแล้วเด่นมักเป็นภัย!

เยียะ เฟย เด่นดังขึ้นมาอย่างนี้ ย่อมมีคนที่เกลียดขี้หน้าไม่น้อย ยุคนั้นมีจอมกังฉินชื่อ “ฉินข้วย” ใช้ความสอพลอก้าวขึ้นถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมีพวกหัวหน้าเผ่ากิมนอกด่านช่วยสนับสนุนอย่างลับ ๆ ให้ฉินข้วยช่วยขายชาติ

ฉินข้วยรับสินบนจากต่างชาติ ก็หาทางใส่ร้ายเยียะเฟยว่ามีความทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูงชอบนำกองทัพออกทำ ศึกไม่ฟังคำสั่งจากราชสำนัก มันจึงเพ็จทูลให้ฮ่องเต้ปัญญาอ่อนเรียกตัวเยียะเฟยกลับจากสมรภูมิแนวหน้า อย่างกระทันหัน

เยียะเฟยมีความจงรักภักดีต่อฮ่องเต้อย่างยิ่ง เมื่อถูกเรียกตัวกลับก็รีบกลับมาทันที พอมาถึงก็ถูกจอมกังฉินจับไปขังคุกและถูกลอบสังหารถึงแก่อสัญกรรมในคุกมืด นัั้นเอง

ข่าวที่เยียะเฟยถูกจอมกังฉินทำร้ายเสียชีวิตล่วงรู้ไปถึง ประชาชน ต่างพากันโกรธแค้นอย่างยิ่งแต่ไม่สามารถทำอะไรจอมกังฉินได้เพราะมันยิ่งใหญ่ เป็นถึงนายกรัฐมนตรีมีอำนาจเหนือราชสำนักซ่งที่อ่อนแอมาก

สมัยนั้น ชาวจีนนิยมรับประทานขนมอย่างหนึ่งซึ่งทำด้วยแป้งเอามาทอดน้ำมัน ได้มีประชาชนบางคนเอาแป้ง 2 ชิ้นมาบีบติดกันสมมติเป็นจอมกังฉินกับเมียของมัน นำไปทอดกินเพื่อระบายความแค้น

คนอื่น ๆ เห็นแล้วพลอยรู้สึกเกิดอารมณ์ร่วมจึงพากันทอดขนมแป้ง 2 ชิ้นอย่างนี้กินกันแพร่หลายเรียกว่า “โหยวจ้าข้วย” หมายถึงน้ำมันทอดฉินข้วย

นอก จากกินขนมกังฉินสองผัวเมียแล้ว ต่อมายังมีการสร้างศาลสักการะยกย่องให้เยียะเฟยเป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อ สัตย์จงรักภักดี ยังมีคนที่เคียดแค้นชิงชังฉินข้วยกับเมียของมันไม่หายได้สร้างรูปโลหะของ
2 ผัวเมียและบริวารของมันอีก 2 คน รวมเป็นรูปโลหะ 4 ตัวในท่าคุกเข่าอยู่ตรงหน้ารูปโลหะของเทพเจ้าเยียะเฟยด้วย

ผู้คนที่ มากราบไหว้บูชาเทพเจ้าเยียะเฟยเสร็จแล้ว มักจะถ่มน้ำลายหรือเอาของโสโครกสาดใส่รูปโลหะของพวกกังฉินเหล่านั้นเพื่อ แสดงความเกลียดชังพวกกังฉินที่ร่วมกันขายชาติให้ชาวต่างชาติ

การกิน ปาท่องโก๋จึงเป็นเรื่องของการเกลียดชังพวกคนชั่ว ต้องการเคี้ยวกินให้หายแค้น เมืองไทยเรากลับเข้าใจผิดนึกว่า ปาท่องโก๋ หมายถึง ความรู้รักสามัคคีร่วมมือกัน