ชีวิตของเด็กคนหนึ่ง ที่สูญเสียพ่อไปได้ไม่นาน แต่ทำไมดูวุ่นวายและน่าสงสารเหลือเกิน

 

 

 

(บันทึกนี้ยาวหน่อยนะคะ   แต่อยากเล่าค่ะ  อกมันจะระเบิด)

 

หลังจากที่โรงเรียนเปิดภาคเรียนที่2  ได้3 วัน

ครูตุ๊กแก : ใครรู้บ้างว่าบิวทำไมไม่มาโรงเรียนเปิดมาตั้ง 3 วันแล้ว(ปกติบิวจะไม่ขาดเรียนถ้าไม่จำเป็น)

แมวเหมียว : บิวเขาไปเลี้ยงเป็ดกับแม่เขาค่ะ

ครูตุ๊กแก : อ้าว...แล้วเขาไม่เรียนแล้วเหรอ

ป๊อป :พ่อเขาตาย เขาเลยไปเลี้ยงเป็ดอยู่กับแม่เขาค่ะ

ครูตุ๊กแก : อ้าว....พ่อเขาตายเมื่อไหร่ เป็นอะไรตาย

แมวเหมียว : ตายเมื่อตอนปิดเทอมค่ะ เขาขับรถยังไงไม่รู้คอหักตายค่ะ(ดีนะที่เป็นแมวเหมียว  ถ้าเป็นนายไก่อูหนึ่งในสามหนุ่มสามมุม ต้องตอบว่า เขาลืมตาไม่ขึ้นแน่ๆ อิ..อิ..)

            นั่นคือข่าวต้อนรับเปิดเทอมที่นับเป็นข่าวร้ายในความรู้สึกของครูตุ๊กแก  บิวเป็นเด็กผู้ชายผิวขาว  ตาโต การเรียนอยู่ในระดับพอใช้ไม่น่าเป็นห่วงมากนัก  บ้านอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน เย็นๆหลังจากเลิกเรียนแล้ว  บิวมักจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับมาอยู่กับครูตุ๊กแกจนครูตุ๊กแกกลับบ้านเสมอ ช่วยกวาดห้องบ้าง ล้างรถบ้าง(อันนี้นานๆครั้ง เข้าข่ายใช้แรงงานเด็กนะเรา อิ..อิ..) และก่อนกลับบ้านบิวก็จะได้ค่าขนมเล็กๆน้อยๆ ติดกลับไปด้วย  แรกๆก็ไม่ยอมกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหรอกค่ะ ตอนหลังต้องบอกให้กลับบ้านก่อน เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยมา เดี๋ยวพ่อเป็นห่วง เพราะบิวอยู่กับพ่อ และน้องสาว  ส่วนแม่ไปมีสามีใหม่

 เมื่อทราบข่าวครูตุ๊กแกค่อนข้างเป็นห่วงว่าบิวจะอยู่อย่างไร  จะได้เรียนต่อไหมเนื่องจากไม่มีใครมาติดต่อ หรือแจ้งอะไรเลย  ครูตุ๊กแกจึงพยายามถามไปยังนักเรียนห้องอื่นๆว่ามีใครรู้จักญาติๆ ของบิวอีกบ้าง  เพราะถามแมวเหมียว และ ป็อป ที่อยู่ใกล้บ้านบิวที่สุดก็ได้ความแค่ข้างต้น  จนได้พบกับผู้ปกครองท่านหนึ่ง  ทราบภายหลังว่าเป็นพี่สะใภ้ของแม่บิว  บอกว่าเห็นบิวกลับมาแล้ว  ครูตุ๊กแกจึงฝากเป็นธุระถามข่าวให้

พอรุ่งเช้าบิวมาพร้อมกับย่า  ที่ตอนแรกครูตุ๊กแกคิดว่าเป็นย่าแท้ๆ  แต่มาทราบภายหลังอีกเช่นกันว่าย่าคนนี้เป็นพี่สาวของปู่แท้ๆของบิว  ซึ่งปู่ของบิวแยกทางกับย่า  โดยย่าไปมีสามีใหม่(ถ้าจำไม่ผิด)  ส่วนปู่ก็ไปอยู่กรุงเทพ  ซึ่งย่าก็ น่าจะอายุประมาณ 60 กว่าๆ  แต่เนื่องจากทำงานหนักจึงดูเหมือนอายุมาก   ครูตุ๊กแกจึงได้มีโอกาสนั่งคุยกันพอได้ความว่า  แม่เพิ่งนำบิวมาส่งและให้เงินย่าไว้ 600 บาท (ซึ่งย่าก็นำไปซื้ออุปกรณ์การเรียน ถุงเท้า รองเท้าให้บิวจนเกือบหมด) น้องสาวของบิวญาติคนอื่นๆนำไปเลี้ยง  ส่วนบิวไม่มีใครเอาก็เลยรับเลี้ยงไว้เองเพราะสงสารที่พ่อเขาตาย

ตัวย่านั้นมีอาชีพรับจ้างเก็บขยะได้เข่งละ 10 บาท วันหนึ่งๆได้ประมาณ 3 เข่ง ถ้ามีไม้ก็จะไปรับจ้างเผาถ่าน  หรือถ้ามีใครจ้างไปทำอะไรก็ไปทำ ส่วนสามีของย่านั้นทำงานไม่ได้เนื่องจากมีโรคประจำตัว  ย่าจึงต้องทำงานคนเดียว  ลูกๆของย่าไปทำงานที่กรุงเทพ  มาครั้งหนึ่งก็จะให้เงินไว้ประมาณ 1,000 1,500 บาท  ถ้าต้องพาปู่ไปหาหมอก็จะให้ประมาณ 2,000 บาท  ซึ่งก็ไม่ค่อยได้มาบ่อยนักน่าจะประมาณเดือนละ 1 ครั้ง  นั่นคือความจริงอันหดหู่ยิ่งนักที่ครูตุ๊กแกได้รับรู้  คิดดูสิคะ  รายได้แค่นี้กับ 3 ชีวิตจะเป็นอย่างไร  ถ้าลำพังปู่กับย่า 2 คน ก็พอประทังกันไปได้  แต่พอมีบิวอีกหนึ่งคนค่าใช้จ่ายก็ต้องเพิ่มขึ้น  เท่าที่สังเกตดูย่าจะพยายามดูแลบิวอย่างดีและอยากให้บิวมีในสิ่งที่เพื่อนๆมี

ครูตุ๊กแกจึงบอกกับย่าว่า  เรื่องค่าใช้จ่ายค่าขนมของบิวเวลามาโรงเรียนครูตุ๊กแกจะช่วยรับผิดชอบเองทุกวัน  ย่าไม่ต้องให้มาและจะช่วยไปจนกว่าจะจบ ป.2  ถ้าขึ้น ป.3 ค่อยว่ากันอีกทีว่าจะยังไง   ถ้ายังเป็นแบบนี้ครูตุ๊กแกก็จะช่วยต่อไป  อย่างน้อยเงินในส่วนที่ย่าให้บิวมาโรงเรียนย่าก็จะได้เก็บสะสมไว้ และก็ย่าจะได้เหนื่อยน้อยลง (ครูตุ๊กแกไม่ได้ร่ำรวยนะคะ เดือนไหนใช้เงินถึงสิ้นเดือนแบบไม่ต้องแบมือขอแม่นี่ถือเป็นบุญค่ะ อิ..อิ..  แต่กรณีนี้คิดว่าพอจะช่วยได้แบบไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนค่ะ หุ..หุ..) โดยเงินที่ครูตุ๊กแกให้บิวนั้นก็จะบังคับให้บิวฝากออมทรัพย์ทุกวัน(เก็บไว้ในยามจำเป็นค่ะ)  แต่ก่อนตอนพ่อยังอยู่บิวได้เงินมาวันละ20-25 บาท  เชื่อไหมคะถ้าวันไหนไม่บังคับ รับรองบิวไม่ยอมฝากออมทรัพย์แน่ๆ   จากวันนั้นถึงวันนี้ครูก็ได้ดูแลช่วยเหลือบิวมาประมาณ 1 เดือนกว่าแล้ว

จนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว(ประมาณวันที่ 3 ธ.ค.51)  มีผู้ปกครองคนหนึ่งชื่อป้าซิ้ม(เรียกตามบิว) มาหาครูตุ๊กแกแล้วถามว่า ย่าของบิวได้ฝากเงินไว้กับครูตุ๊กแก 200 บาทหรือเปล่า(เอาล่ะสิ....งานเข้าแล้วตู)  ครูตุ๊กแกก็บอกไม่ได้ฝากหรอกแต่ที่ให้นี่เงินครูตุ๊กแกเอง  ป้าซิ้มบอกว่าญาติๆของบิวฝากมาถามจะได้ให้แม่เขานำมาใช้คืน นั่นคือสิ่งที่ป้าซิ้มบอกครั้งแรก

แต่เหตุผลที่ป้าซิ้มมาจริงๆคือ  ................

ป้าซิ้ม : ตอนนี้บิวมันมาอยู่กับฉัน ย่ามันไปเฝ้าปู่ที่โรงพยายบาล 10 กว่าวันแล้ว ญาติๆมันไม่มีใครเอา(โอ้โฮ...10กว่าวันแล้ว บิว ไม่เคยเล่าให้ฟังเลยค่ะ)

ป้าซิ้ม : ญาติๆมันเอาแต่น้องมัน ครูคิดดูย่ามันไม่อยู่ยังไม่มีใครคิดจะเอาข้าวใส่จานให้มันกินสักจานหนึ่งเลย วันแรกที่ย่ามันไปโรงพยาบาลมันก็อยู่คนเดียว ฉันสงสารก็เลยเอามันมาอยู่ด้วย

ป้าซิ้ม : ญาติมันบอกไม่เอามันตั้งแต่ในงานศพพ่อมัน มันก็ได้ยิน ฉันก็ไม่ใช่ญาติมันหรอก แค่แฟนฉันเป็นเพื่อนกับพ่อมัน ฉันก็มาเช่าบ้านเขาอยู่ ไม่ใช่คนที่นี่แต่ตามเถ้าแก่มาเย็บผ้า

ป้าซิ้ม : ตอนพ่อมันอยู่บิวมันสบาย ไม่ว่าพ่อมันจะเมาขนาดไหนมันก็เลี้ยงลูกมันดี ไอ้บิวมันไม่เคยลำบาก ผิดกับแม่มันเอาแต่กินเหล้าและ.......  คิดดูมันเป็นแม่ยังไงเลี้ยงลูกไม่ได้

ป้าซิ้ม : ป้าเบียบ(ย่าของบิว)ก็เลี้ยงบิวอย่างดี  บิวอยากกินอะไรก็ทำให้กิน  พอบิวมาอยู่กับฉัน  ฉันก็ให้กินลูกฉันกินยังไงบิวก็ได้กินอย่างนั้น  ตอนเช้าให้กินข้าวแล้วก็ให้เงินมาโรงเรียน  แต่บิวบอกว่าไม่เอาเพราะครูให้แล้ว 

ป้าซิ้ม : นี่แหละฉันเลยมาถามว่าจริงหรือเปล่า ญาติมันก็ฝากมาถาม จะได้ให้แม่มันตามมาจ่ายคืน   ครูอะไรจะให้เงินมันได้ทุกวัน (ครูตุ๊กแกนี่แหละให้ทุกวัน ไม่ต้องเอามาคืนด้วย)

และอีกหลายๆคำพูดจากปากป้าซิ้มที่พรั่งพรูออกมาแต่บางคำพูดก็ไม่สามารถนำมาเล่าให้อ่านได้ค่ะ (กลัวเด็กๆในโรงเรียนจะมาอ่านเจอแล้วนำไปเล่าต่อ  เพราะส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของญาติผู้น่ารักของบิว แต่ ฮึ่มๆๆๆ สำหรับครุตุ๊กแก  กลัวเรื่องจะบานปลาย เดี๋ยวงานเข้าทั้งป้าซิ้มและครูตุ๊กแกค่ะ อิ.อิ..)  แต่ครูตุ๊กแกก็นึกชมเชยความมีน้ำใจของป้าซิ้มอยู่ในใจค่ะ  ถ้าไม่ได้ป้าซิ้มยังนึกไม่ออกว่าบิวจะอยู่อย่างไร  และท้ายสุดของการสนทนาครูตุ๊กแกก็ย้ำกับป้าซิ้มว่า เงินที่ให้บิวทุกวันไม่ต้องนำมาคืนให้ด้วยความเต็มใจค่ะ

5 ธันวาคม 51

ขณะที่ครูตุ๊กแกกำลังเบียดเสียดยัดเยียดกับฝูงชนในร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่งอยู่นั้น  ก็มีโทรศัพท์เข้า เบอร์ไม่คุ้นเมื่อรับก็เป็นแม่ของบิวโทรเข้ามา(ได้เบอร์มาจากไหนเนี่ย) แต่ครูตุ๊กแกไม่สะดวกคุยจึงติดต่อกลับภายหลัง  เมื่อได้คุยกันแม่บิวบอกว่า......

แม่บิว : ครูย่าบิวได้ฝากเงินไว้ 200 หรือเปล่า

ครุตุ๊กแก : ไม่ได้ฝากค่ะ

แม่บิว : แต่ย่าบอกว่าฝากครูไว้ 200 บาท (มันอะไรกันนักหนากะเงิน 200 บาทเนี่ย ตกลงย่าโกหกหรือใครมั่วกันแน่)

(ชักเริ่มกลิ่นไม่ดี...และกลัวแม่บิวไปต่อว่าย่าจึงบอกว่า)

ครูตุ๊กแก : ไม่ได้ฝากและย่าก็ไม่ได้ขอด้วยครูให้เอง สงสารย่ากับบิว ย่าก็มีรายได้น้อย

แม่บิว : แต่ครูฉันจ้างย่า ให้ย่าเดือนละ 1,500 บาทนะ ครูให้บิวไปเท่าไรเดี๋ยวฉันเอาไปคืน

ครูตุ๊กแก: ไม่เป็นไรครูตั้งใจจะช่วย

แม่บิว  : คุณครูบิวเขาไม่ถึงกับอย่างนั้นหรอกนะคะ  เขาเป็นหลานผู้ใหญ่........ เอาอย่างนี้ เดี๋ยววันจันทร์ฉันโอนเงินไปให้ครู  ให้ครูจ่ายเป็นค่าขนมบิวทุกวันก็ได้

ครูตุ๊แก : ไม่ต้องหรอกค่ะคุณแม่ ครูพูดตรงๆเพื่อกันตัวเองไว้ก่อนนะ  โอนเงินให้แม่แบงค์(พี่สะใภ้ของแม่บิว) เป็นคนจ่ายก็แล้วกัน  เดี๋ยววันดีคืนดีจะหาว่าครูอุบอิบเงิน เพื่อความสบายใจนะคะ  ตกลงว่าคุณแม่จะส่งเงินมา  ครูไม่ต้องให้แล้วนะคะ  แต่ถ้าจะให้ครูช่วยเหลือก็บอกนะคะยังยินดีและเต็มใจค่ะ

และอีกหลายๆคำพูดที่แม่บิวพูดออกมาทำให้ครูตุ๊กแกรู้สึกว่า...นี่ตู ส. ใส่ เกือกไปหรือเปล่า(วะ)นี่  และแม่บิวช่างเป็นแม่ที่รักลูกซะเหลือเกิน(แต่ทำไมมารักตอนนี้ล่ะ)

8 ธันวาคม 51 

(ขณะที่ครูตุ๊กแกกำลังต้อนรอรับคณะศึกษาดูงานจากมหาสารคามที่มาเป็นคณะที่ 3 แล้ว ในปีการศึกษานี้  รักและคิดถึง ศน.พี่แอ๊ดP add  ผู้ที่พาคณะแรกมาจนมีคณะที่2 และ ที่3 ตามมาติดๆจัง อิ..อิ... ขอบคุณนะคะ)

ป้าซิ้มก็มาส่งลูกครูตุ๊กแกจึงรีบเข้าไปคุยเพื่อสอบถามสิ่งที่ค้างคาใจ

ป้าซิ้ม : ครูไม่ต้องไปเชื่อแม่มัน แม่มันกินแต่เหล้าเนี่ยมางวดนี้ก็บอกจะเอาเงินมาให้ลูก 1,500 บาท ก็ไม่เห็นให้กินเหล้าหมด

ครูตุ๊กแก : แต่เขาบอกว่าวันนี้จะโอนเงินมาให้หนู หนูยังบอกให้โอนไปให้แม่แบงค์เถอะ ขี้เกียจมีปัญหาภายหลัง

ป้าซิ้ม : อย่าไปเชื่อมันครู  ไอ้แดง(แม่แบงค์พี่สะใภ้แม่บิว) บอกว่าตอนที่แม่บิวมันคุยโทรศัพท์กับครูเขาก็อยู่ตรงนั้น  เขายังอยากจะถีบมันสักทีข้อหาหมันไส้ 

ครูตุ๊กแก : แต่เขาบอกว่าเขาให้ย่าเดือนละ 1,500 บาทนะ

ป้าซิ้ม : ให้ที่ไหน ตั้งแต่ไอ้บิวอยู่กับย่ามัน แม่มันให้ไว้แค่ 600 บาท ตั้งแต่แรกนั่นแหล่ะ เมื่อวานนี้มันก็ให้บิวไปอยู่กับพ่อของผัวใหม่มัน ครูคิดดูเด็กมันไม่เคยอยู่มันจะอยู่ได้ยังไง และเขาก็เมาชอบดุมัน   ตอนกลางคืนมันก็กลับมาอยู่กับย่ามันเหมือนเดิม พอดีย่ามันกลับมาแล้ว

(และอีกหลายๆคำพูดที่ได้ยินจากปากป้าซิ้ม     โอ้โฮ...คุณแม่น้องบิว  สร้างภาพซะครูตุ๊กแกเกือบเชื่อเลยนะเนี่ย)

หลังจากป้าซิ้มกลับไปไม่นานย่าบิวก็มา  ถามไถ่พอได้ความก็ถึงบางอ้อกับเงิน 200 บาทซะที  (คุยกันนานไม่ได้แขกเต็มหอประชุมเลย)

ย่าบิวบอกว่า......โกหกแม่บิวไปว่ามาฝากเงินครูไว้  ถ้าหมดครูจะให้ต่อแล้วย่าจะมาใช้คืนทีหลัง  แม่มันจะได้เอาเงินมาให้ไม่งั้นแม่มันไม่ให้  ถ้าแม่มันเอาเงินมาให้ครูก็เก็บไว้นะจะได้เอาไว้ให้บิวกินขนมย่าบอกอยากให้บิวได้กินเหมือนเด็กคนอื่นๆเขา

มีอีกมากมายค่ะถ้าจะเล่าก็คงยาวกว่านี้อีกเยอะ  ฟังไปฟังมาไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดีใครผิดใครถูกกันแน่   แต่ครูตุ๊กแกยึดหลักประชาธิปไตยฟังเสียงข้างมากเพราะค่อนข้างไม่เชื่อฝ่ายแม่เอาซะเลย

 ตอนนี้เหนื่อยใจกับเรื่องนี้มากค่ะ  สรุปเลยก็แล้วกันว่า  ครูตุ๊กแกก็ยังดูแลช่วยเหลือบิวในส่วนของโรงเรียนทุกวันเหมือนเดิม  และถ้าแม่บิวโทรมาก็(โกหก)บอกว่าครูตุ๊กแกออกให้ก่อน  แล้วย่าจะมาคืนให้ทีหลัง(จะบาปไหมนี่  ผิดศิลข้อ 4 เนี่ยเรา)

นี่พ่อเพิ่งจะเดือนกว่าๆเท่านั้นเองนะคะ  ที่ชีวิตของเด็กคนหนึ่งได้ขาดพ่อไป ทำไมช่างวุ่นวายและน่าสงสารขนาดนี้  ครูตุ๊กแกยังมองไม่ออกเลยค่ะว่าอนาคตของบิวจะเป็นอย่างไรต่อไป  ก็ได้แต่ภาวนาในใจนะคะว่า  ขอให้แม่ของบิวทำได้อย่างที่บอกไว้จริงๆ  ขอให้เมฆหมอกที่ปกคลุมชีวิตของบิวคลี่คลาย  กลายเป็นฟ้าที่แจ่มใสเหมือนเดิมซะที  ถึงแม้พ่อจะไม่ได้อยู่กับบิวอีกแล้ว...

ขอบคุณทุกๆท่านนะคะที่อ่านเรื่องนี้จนจบ  ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ