(บันทึกนี้ยาวหน่อยนะคะ แต่อยากเล่าค่ะ อกมันจะระเบิด)
หลังจากที่โรงเรียนเปิดภาคเรียนที่2 ได้3 วัน
ครูตุ๊กแก : ใครรู้บ้างว่าบิวทำไมไม่มาโรงเรียนเปิดมาตั้ง 3 วันแล้ว(ปกติบิวจะไม่ขาดเรียนถ้าไม่จำเป็น)
แมวเหมียว : บิวเขาไปเลี้ยงเป็ดกับแม่เขาค่ะ
ครูตุ๊กแก : อ้าว...แล้วเขาไม่เรียนแล้วเหรอ
ป๊อป :พ่อเขาตาย เขาเลยไปเลี้ยงเป็ดอยู่กับแม่เขาค่ะ
ครูตุ๊กแก : อ้าว....พ่อเขาตายเมื่อไหร่ เป็นอะไรตาย
แมวเหมียว : ตายเมื่อตอนปิดเทอมค่ะ เขาขับรถยังไงไม่รู้คอหักตายค่ะ(ดีนะที่เป็นแมวเหมียว ถ้าเป็นนายไก่อูหนึ่งในสามหนุ่มสามมุม ต้องตอบว่า เขาลืมตาไม่ขึ้นแน่ๆ อิ..อิ..)
นั่นคือข่าวต้อนรับเปิดเทอมที่นับเป็นข่าวร้ายในความรู้สึกของครูตุ๊กแก บิวเป็นเด็กผู้ชายผิวขาว ตาโต การเรียนอยู่ในระดับพอใช้ไม่น่าเป็นห่วงมากนัก บ้านอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียน เย็นๆหลังจากเลิกเรียนแล้ว บิวมักจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับมาอยู่กับครูตุ๊กแกจนครูตุ๊กแกกลับบ้านเสมอ ช่วยกวาดห้องบ้าง ล้างรถบ้าง(อันนี้นานๆครั้ง เข้าข่ายใช้แรงงานเด็กนะเรา อิ..อิ..) และก่อนกลับบ้านบิวก็จะได้ค่าขนมเล็กๆน้อยๆ ติดกลับไปด้วย แรกๆก็ไม่ยอมกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหรอกค่ะ ตอนหลังต้องบอกให้กลับบ้านก่อน เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยมา เดี๋ยวพ่อเป็นห่วง เพราะบิวอยู่กับพ่อ และน้องสาว ส่วนแม่ไปมีสามีใหม่
เมื่อทราบข่าวครูตุ๊กแกค่อนข้างเป็นห่วงว่าบิวจะอยู่อย่างไร จะได้เรียนต่อไหมเนื่องจากไม่มีใครมาติดต่อ หรือแจ้งอะไรเลย ครูตุ๊กแกจึงพยายามถามไปยังนักเรียนห้องอื่นๆว่ามีใครรู้จักญาติๆ ของบิวอีกบ้าง เพราะถามแมวเหมียว และ ป็อป ที่อยู่ใกล้บ้านบิวที่สุดก็ได้ความแค่ข้างต้น จนได้พบกับผู้ปกครองท่านหนึ่ง ทราบภายหลังว่าเป็นพี่สะใภ้ของแม่บิว บอกว่าเห็นบิวกลับมาแล้ว ครูตุ๊กแกจึงฝากเป็นธุระถามข่าวให้
พอรุ่งเช้าบิวมาพร้อมกับย่า ที่ตอนแรกครูตุ๊กแกคิดว่าเป็นย่าแท้ๆ แต่มาทราบภายหลังอีกเช่นกันว่าย่าคนนี้เป็นพี่สาวของปู่แท้ๆของบิว ซึ่งปู่ของบิวแยกทางกับย่า โดยย่าไปมีสามีใหม่(ถ้าจำไม่ผิด) ส่วนปู่ก็ไปอยู่กรุงเทพ ซึ่งย่าก็ น่าจะอายุประมาณ 60 กว่าๆ แต่เนื่องจากทำงานหนักจึงดูเหมือนอายุมาก ครูตุ๊กแกจึงได้มีโอกาสนั่งคุยกันพอได้ความว่า แม่เพิ่งนำบิวมาส่งและให้เงินย่าไว้ 600 บาท (ซึ่งย่าก็นำไปซื้ออุปกรณ์การเรียน ถุงเท้า รองเท้าให้บิวจนเกือบหมด) น้องสาวของบิวญาติคนอื่นๆนำไปเลี้ยง ส่วนบิวไม่มีใครเอาก็เลยรับเลี้ยงไว้เองเพราะสงสารที่พ่อเขาตาย
ตัวย่านั้นมีอาชีพรับจ้างเก็บขยะได้เข่งละ 10 บาท วันหนึ่งๆได้ประมาณ 3 เข่ง ถ้ามีไม้ก็จะไปรับจ้างเผาถ่าน หรือถ้ามีใครจ้างไปทำอะไรก็ไปทำ ส่วนสามีของย่านั้นทำงานไม่ได้เนื่องจากมีโรคประจำตัว ย่าจึงต้องทำงานคนเดียว ลูกๆของย่าไปทำงานที่กรุงเทพ มาครั้งหนึ่งก็จะให้เงินไว้ประมาณ 1,000 – 1,500 บาท ถ้าต้องพาปู่ไปหาหมอก็จะให้ประมาณ 2,000 บาท ซึ่งก็ไม่ค่อยได้มาบ่อยนักน่าจะประมาณเดือนละ 1 ครั้ง นั่นคือความจริงอันหดหู่ยิ่งนักที่ครูตุ๊กแกได้รับรู้ คิดดูสิคะ รายได้แค่นี้กับ 3 ชีวิตจะเป็นอย่างไร ถ้าลำพังปู่กับย่า 2 คน ก็พอประทังกันไปได้ แต่พอมีบิวอีกหนึ่งคนค่าใช้จ่ายก็ต้องเพิ่มขึ้น เท่าที่สังเกตดูย่าจะพยายามดูแลบิวอย่างดีและอยากให้บิวมีในสิ่งที่เพื่อนๆมี
ครูตุ๊กแกจึงบอกกับย่าว่า เรื่องค่าใช้จ่ายค่าขนมของบิวเวลามาโรงเรียนครูตุ๊กแกจะช่วยรับผิดชอบเองทุกวัน ย่าไม่ต้องให้มาและจะช่วยไปจนกว่าจะจบ ป.2 ถ้าขึ้น ป.3 ค่อยว่ากันอีกทีว่าจะยังไง ถ้ายังเป็นแบบนี้ครูตุ๊กแกก็จะช่วยต่อไป อย่างน้อยเงินในส่วนที่ย่าให้บิวมาโรงเรียนย่าก็จะได้เก็บสะสมไว้ และก็ย่าจะได้เหนื่อยน้อยลง (ครูตุ๊กแกไม่ได้ร่ำรวยนะคะ เดือนไหนใช้เงินถึงสิ้นเดือนแบบไม่ต้องแบมือขอแม่นี่ถือเป็นบุญค่ะ อิ..อิ.. แต่กรณีนี้คิดว่าพอจะช่วยได้แบบไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนค่ะ หุ..หุ..) โดยเงินที่ครูตุ๊กแกให้บิวนั้นก็จะบังคับให้บิวฝากออมทรัพย์ทุกวัน(เก็บไว้ในยามจำเป็นค่ะ) แต่ก่อนตอนพ่อยังอยู่บิวได้เงินมาวันละ20-25 บาท เชื่อไหมคะถ้าวันไหนไม่บังคับ รับรองบิวไม่ยอมฝากออมทรัพย์แน่ๆ จากวันนั้นถึงวันนี้ครูก็ได้ดูแลช่วยเหลือบิวมาประมาณ 1 เดือนกว่าแล้ว
จนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว(ประมาณวันที่ 3 ธ.ค.51) มีผู้ปกครองคนหนึ่งชื่อป้าซิ้ม(เรียกตามบิว) มาหาครูตุ๊กแกแล้วถามว่า ย่าของบิวได้ฝากเงินไว้กับครูตุ๊กแก 200 บาทหรือเปล่า(เอาล่ะสิ....งานเข้าแล้วตู) ครูตุ๊กแกก็บอกไม่ได้ฝากหรอกแต่ที่ให้นี่เงินครูตุ๊กแกเอง ป้าซิ้มบอกว่าญาติๆของบิวฝากมาถามจะได้ให้แม่เขานำมาใช้คืน นั่นคือสิ่งที่ป้าซิ้มบอกครั้งแรก
แต่เหตุผลที่ป้าซิ้มมาจริงๆคือ ................
ป้าซิ้ม : ตอนนี้บิวมันมาอยู่กับฉัน ย่ามันไปเฝ้าปู่ที่โรงพยายบาล 10 กว่าวันแล้ว ญาติๆมันไม่มีใครเอา(โอ้โฮ...10กว่าวันแล้ว บิว ไม่เคยเล่าให้ฟังเลยค่ะ)
ป้าซิ้ม : ญาติๆมันเอาแต่น้องมัน ครูคิดดูย่ามันไม่อยู่ยังไม่มีใครคิดจะเอาข้าวใส่จานให้มันกินสักจานหนึ่งเลย วันแรกที่ย่ามันไปโรงพยาบาลมันก็อยู่คนเดียว ฉันสงสารก็เลยเอามันมาอยู่ด้วย
ป้าซิ้ม : ญาติมันบอกไม่เอามันตั้งแต่ในงานศพพ่อมัน มันก็ได้ยิน ฉันก็ไม่ใช่ญาติมันหรอก แค่แฟนฉันเป็นเพื่อนกับพ่อมัน ฉันก็มาเช่าบ้านเขาอยู่ ไม่ใช่คนที่นี่แต่ตามเถ้าแก่มาเย็บผ้า
ป้าซิ้ม : ตอนพ่อมันอยู่บิวมันสบาย ไม่ว่าพ่อมันจะเมาขนาดไหนมันก็เลี้ยงลูกมันดี ไอ้บิวมันไม่เคยลำบาก ผิดกับแม่มันเอาแต่กินเหล้าและ....... คิดดูมันเป็นแม่ยังไงเลี้ยงลูกไม่ได้
ป้าซิ้ม : ป้าเบียบ(ย่าของบิว)ก็เลี้ยงบิวอย่างดี บิวอยากกินอะไรก็ทำให้กิน พอบิวมาอยู่กับฉัน ฉันก็ให้กินลูกฉันกินยังไงบิวก็ได้กินอย่างนั้น ตอนเช้าให้กินข้าวแล้วก็ให้เงินมาโรงเรียน แต่บิวบอกว่าไม่เอาเพราะครูให้แล้ว
ป้าซิ้ม : นี่แหละฉันเลยมาถามว่าจริงหรือเปล่า ญาติมันก็ฝากมาถาม จะได้ให้แม่มันตามมาจ่ายคืน ครูอะไรจะให้เงินมันได้ทุกวัน (ครูตุ๊กแกนี่แหละให้ทุกวัน ไม่ต้องเอามาคืนด้วย)
และอีกหลายๆคำพูดจากปากป้าซิ้มที่พรั่งพรูออกมาแต่บางคำพูดก็ไม่สามารถนำมาเล่าให้อ่านได้ค่ะ (กลัวเด็กๆในโรงเรียนจะมาอ่านเจอแล้วนำไปเล่าต่อ เพราะส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของญาติผู้น่ารักของบิว แต่ ฮึ่มๆๆๆ สำหรับครุตุ๊กแก กลัวเรื่องจะบานปลาย เดี๋ยวงานเข้าทั้งป้าซิ้มและครูตุ๊กแกค่ะ อิ.อิ..) แต่ครูตุ๊กแกก็นึกชมเชยความมีน้ำใจของป้าซิ้มอยู่ในใจค่ะ ถ้าไม่ได้ป้าซิ้มยังนึกไม่ออกว่าบิวจะอยู่อย่างไร และท้ายสุดของการสนทนาครูตุ๊กแกก็ย้ำกับป้าซิ้มว่า เงินที่ให้บิวทุกวันไม่ต้องนำมาคืนให้ด้วยความเต็มใจค่ะ
5 ธันวาคม 51
ขณะที่ครูตุ๊กแกกำลังเบียดเสียดยัดเยียดกับฝูงชนในร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่งอยู่นั้น ก็มีโทรศัพท์เข้า เบอร์ไม่คุ้นเมื่อรับก็เป็นแม่ของบิวโทรเข้ามา(ได้เบอร์มาจากไหนเนี่ย) แต่ครูตุ๊กแกไม่สะดวกคุยจึงติดต่อกลับภายหลัง เมื่อได้คุยกันแม่บิวบอกว่า......
แม่บิว : ครูย่าบิวได้ฝากเงินไว้ 200 หรือเปล่า
ครุตุ๊กแก : ไม่ได้ฝากค่ะ
แม่บิว : แต่ย่าบอกว่าฝากครูไว้ 200 บาท (มันอะไรกันนักหนากะเงิน 200 บาทเนี่ย ตกลงย่าโกหกหรือใครมั่วกันแน่)
(ชักเริ่มกลิ่นไม่ดี...และกลัวแม่บิวไปต่อว่าย่าจึงบอกว่า)
ครูตุ๊กแก : ไม่ได้ฝากและย่าก็ไม่ได้ขอด้วยครูให้เอง สงสารย่ากับบิว ย่าก็มีรายได้น้อย
แม่บิว : แต่ครูฉันจ้างย่า ให้ย่าเดือนละ 1,500 บาทนะ ครูให้บิวไปเท่าไรเดี๋ยวฉันเอาไปคืน
ครูตุ๊กแก: ไม่เป็นไรครูตั้งใจจะช่วย
แม่บิว : คุณครูบิวเขาไม่ถึงกับอย่างนั้นหรอกนะคะ เขาเป็นหลานผู้ใหญ่........ เอาอย่างนี้ เดี๋ยววันจันทร์ฉันโอนเงินไปให้ครู ให้ครูจ่ายเป็นค่าขนมบิวทุกวันก็ได้
ครูตุ๊แก : ไม่ต้องหรอกค่ะคุณแม่ ครูพูดตรงๆเพื่อกันตัวเองไว้ก่อนนะ โอนเงินให้แม่แบงค์(พี่สะใภ้ของแม่บิว) เป็นคนจ่ายก็แล้วกัน เดี๋ยววันดีคืนดีจะหาว่าครูอุบอิบเงิน เพื่อความสบายใจนะคะ ตกลงว่าคุณแม่จะส่งเงินมา ครูไม่ต้องให้แล้วนะคะ แต่ถ้าจะให้ครูช่วยเหลือก็บอกนะคะยังยินดีและเต็มใจค่ะ
และอีกหลายๆคำพูดที่แม่บิวพูดออกมาทำให้ครูตุ๊กแกรู้สึกว่า...นี่ตู ส. ใส่ เกือกไปหรือเปล่า(วะ)นี่ และแม่บิวช่างเป็นแม่ที่รักลูกซะเหลือเกิน(แต่ทำไมมารักตอนนี้ล่ะ)
8 ธันวาคม 51
(ขณะที่ครูตุ๊กแกกำลังต้อนรอรับคณะศึกษาดูงานจากมหาสารคามที่มาเป็นคณะที่ 3 แล้ว ในปีการศึกษานี้ รักและคิดถึง ศน.พี่แอ๊ด
add ผู้ที่พาคณะแรกมาจนมีคณะที่2 และ ที่3 ตามมาติดๆจัง อิ..อิ... ขอบคุณนะคะ)
ป้าซิ้มก็มาส่งลูกครูตุ๊กแกจึงรีบเข้าไปคุยเพื่อสอบถามสิ่งที่ค้างคาใจ
ป้าซิ้ม : ครูไม่ต้องไปเชื่อแม่มัน แม่มันกินแต่เหล้าเนี่ยมางวดนี้ก็บอกจะเอาเงินมาให้ลูก 1,500 บาท ก็ไม่เห็นให้กินเหล้าหมด
ครูตุ๊กแก : แต่เขาบอกว่าวันนี้จะโอนเงินมาให้หนู หนูยังบอกให้โอนไปให้แม่แบงค์เถอะ ขี้เกียจมีปัญหาภายหลัง
ป้าซิ้ม : อย่าไปเชื่อมันครู ไอ้แดง(แม่แบงค์พี่สะใภ้แม่บิว) บอกว่าตอนที่แม่บิวมันคุยโทรศัพท์กับครูเขาก็อยู่ตรงนั้น เขายังอยากจะถีบมันสักทีข้อหาหมันไส้
ครูตุ๊กแก : แต่เขาบอกว่าเขาให้ย่าเดือนละ 1,500 บาทนะ
ป้าซิ้ม : ให้ที่ไหน ตั้งแต่ไอ้บิวอยู่กับย่ามัน แม่มันให้ไว้แค่ 600 บาท ตั้งแต่แรกนั่นแหล่ะ เมื่อวานนี้มันก็ให้บิวไปอยู่กับพ่อของผัวใหม่มัน ครูคิดดูเด็กมันไม่เคยอยู่มันจะอยู่ได้ยังไง และเขาก็เมาชอบดุมัน ตอนกลางคืนมันก็กลับมาอยู่กับย่ามันเหมือนเดิม พอดีย่ามันกลับมาแล้ว
(และอีกหลายๆคำพูดที่ได้ยินจากปากป้าซิ้ม โอ้โฮ...คุณแม่น้องบิว สร้างภาพซะครูตุ๊กแกเกือบเชื่อเลยนะเนี่ย)
หลังจากป้าซิ้มกลับไปไม่นานย่าบิวก็มา ถามไถ่พอได้ความก็ถึงบางอ้อกับเงิน 200 บาทซะที (คุยกันนานไม่ได้แขกเต็มหอประชุมเลย)
ย่าบิวบอกว่า......โกหกแม่บิวไปว่ามาฝากเงินครูไว้ ถ้าหมดครูจะให้ต่อแล้วย่าจะมาใช้คืนทีหลัง แม่มันจะได้เอาเงินมาให้ไม่งั้นแม่มันไม่ให้ ถ้าแม่มันเอาเงินมาให้ครูก็เก็บไว้นะจะได้เอาไว้ให้บิวกินขนมย่าบอกอยากให้บิวได้กินเหมือนเด็กคนอื่นๆเขา
มีอีกมากมายค่ะถ้าจะเล่าก็คงยาวกว่านี้อีกเยอะ ฟังไปฟังมาไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดีใครผิดใครถูกกันแน่ แต่ครูตุ๊กแกยึดหลักประชาธิปไตยฟังเสียงข้างมากเพราะค่อนข้างไม่เชื่อฝ่ายแม่เอาซะเลย
ตอนนี้เหนื่อยใจกับเรื่องนี้มากค่ะ สรุปเลยก็แล้วกันว่า ครูตุ๊กแกก็ยังดูแลช่วยเหลือบิวในส่วนของโรงเรียนทุกวันเหมือนเดิม และถ้าแม่บิวโทรมาก็(โกหก)บอกว่าครูตุ๊กแกออกให้ก่อน แล้วย่าจะมาคืนให้ทีหลัง(จะบาปไหมนี่ ผิดศิลข้อ 4 เนี่ยเรา)
นี่พ่อเพิ่งจะเดือนกว่าๆเท่านั้นเองนะคะ ที่ชีวิตของเด็กคนหนึ่งได้ขาดพ่อไป ทำไมช่างวุ่นวายและน่าสงสารขนาดนี้ ครูตุ๊กแกยังมองไม่ออกเลยค่ะว่าอนาคตของบิวจะเป็นอย่างไรต่อไป ก็ได้แต่ภาวนาในใจนะคะว่า ขอให้แม่ของบิวทำได้อย่างที่บอกไว้จริงๆ ขอให้เมฆหมอกที่ปกคลุมชีวิตของบิวคลี่คลาย กลายเป็นฟ้าที่แจ่มใสเหมือนเดิมซะที ถึงแม้พ่อจะไม่ได้อยู่กับบิวอีกแล้ว…...
ขอบคุณทุกๆท่านนะคะที่อ่านเรื่องนี้จนจบ ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ

จองงงงงง
ขอเป็นกำลังใจให้น้องบิว
เรื่องราวดีดีต้องถ่ายทอดนะคะอย่าเก็บไว้
น้องตุ๊กแกสบายดีนะคะ
น้องบิวน่าสงสารเหมือนกันนะค่ะ สู้ สู้ต่อไปค่ะ
สวัสดีจ่ะน้องโย่ง...ให้ถ้วยรางวัลที่ 1 เลย คืนนี้ อิ..อิ...
โชคดีที่บิวยังเด็กมาก อาจจะยังไม่สามารถรับรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาได้มากมายนัก พี่คิดอย่างนั้นนะคะ
แต่ลึกๆในใจ บิวอาจจะกำลังสับสนก็ได้
พี่ก็ได้แต่ภาวนาค่ะให้ท้องฟ้าของบิวแจ่มใสเร็วๆ
ขอบคุณนะคะที่แวะมาส่งกำลังใจให้บิว
มีความสุขกับทุกวันนะครับหัวหน้าคนหน้าตาดี อิ..อิ..
สวัสดีค่ะพี่ครูตุ๊ดแก
แวะมาอ่านเรื่องราว เป็นกำลังใจให้น้องบิวด้วยนะค่ะ
และก้แวะมากอดๆๆๆๆๆๆๆ พี่ครูตุ๊กแกก่อนอน อิอิ
คิดถึงค่ะ...
ว้าว....คิดถึงพี่สาวคนสวย พี่สาวก็มา ^___^ จริงๆนะคะ
วันนี้ได้รับมิตรภาพอันงดงามเช่นเคยจากคณะมหาสารคามที่มาดูงาน
ขอบคุณนะคะศน.พี่แอ๊ด คณะที่1 จนมี 2 และ 3
หนูสบายดีค่ะ ศน.พี่แอ๊ดล่ะคะสบายดีหรือเปล่า
ขอบคุณนะคะกำลังใจที่นำมามอบให้น้องบิว หนูจะนำไปส่งมอบต่อให้ค่ะ
อากาศเย็นรักษาสุขภาพด้วยนะคะ
ฝันดีค่ะ ^__^
สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ^__^
น้องบิวน่าสงสารมากจริงๆค่ะ วันนี้บิวก็ไม่มาโรงเรียนเพราะไม่สบาย
ขอบคุณนะคะที่แวะมาให้กำลังใจน้องบิว
มีความสุขกับทุกๆวันนะคะ ฝันดีค่ะ
ขำๆๆๆ น้องนา
สวัสดีค่ะพี่ครูตุ๊ดแก
แวะมาอ่านเรื่องราว เป็นกำลังใจให้น้องบิวด้วยนะค่ะ
และก้แวะมากอดๆๆๆๆๆๆๆ พี่ครูตุ๊กแกก่อนอน อิอิ
คิดถึงค่ะ...
สวัสดีค่ะพี่ครูตุ๊ดแก ฮือๆๆ พี่เป็นทอมค่ะ ไมได้เป็นตุ๊ด อ้าว....
น้องกล้วยแขกจ๋า...ยืนให้กอดนิ่งๆนานๆเลย แต่สารภาพ ยังไม่ได้อาบน้ำเลยค่ะ กลิ่นดีไหมคะ อิ..อิ...
ขอบคุณนะคะน้องสาวที่แวะมาให้กำลังใจน้องบิว ตอนนี้น้องบิวคงต้องการมากที่สุดค่ะ
คิดถึงมากมาย กอดๆๆๆๆ ฝันดีนะคะน้องสาว จุ๊บๆๆๆๆ
สวัสดีค่ะคุณครู
งานนี้ค่อนข้างเหนื่อยใจจริงๆค่ะ ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรกันแน่ วุ่นวายดีค่ะ ระหว่างแม่ ย่า และญาติๆ ของบิว
มีอีกหลายเรื่องค่ะที่ไม่สามารถเล่าได้ เฮ่อ.....
จริงของคุณครูค่ะ คนเป็นครูพอเจอเรื่องแบบนี้ก็อดช่วยเหลือไม่ได้ ตามกำลังที่พอมีค่ะ
ขอบคุณนะคะคุณครูที่แวะมาให้กำลังใจน้องบิว
มีความสุขกับการทำงานที่เรารักทุกวันนะคะ
ฝันดีค่ะ
นั่นน่ะสิน้องโย่ง พี่เป็นทอมอยู่ดีๆ น้องนาเปลี่ยนให้พี่เป็นตุ๊ดซะได้ อิ..อิ.. (เล่นไม่เลิกเดี๋ยวเขาก็หาว่าเป็นจริงๆหรอกเรา )
ฝันดีอีกทีนะน้อง อิ..อิ..
มาอ่านแล้วก็ได้แต่ปลงครับ น่าสงสารน้องบิวจังเลยครับ
เนี่ยล่ะน้า เค้าว่าชีวิตไม่สำเร็จรูปเหมือนบะหมี่หรอก
สวัสดียามเช้าครับ สบายดีนะครับ
สวัสดีค่ะครูตุ๊กแก
ครูตุ๊กแกจ๋า
สงสารบิวเหลือเกิน
ป่านนี้จิตใจบิวจะว้าเหว่ขนาดไหน
พ่อตาย แม่ผลักไส ย่าก็แก่และลำบาก
บุญที่มีครูอย่างครูตุ๊กแก
ขาดเหลืออะไรบอกกล่าวกันนะคะ
หวัดดีค่ะ
สบายดีนะค่ะ...แวะมาร่วมเป็นกำลังใจให้น้องบิว ด้วยคนค่ะ ขอให้น้องบิว สู้ ๆ ต่อไปนะค่ะ ขอเอาใจช่วยจ้ะ
สวัสดีครับ
อ่านไม่ค่อยจะทันเลยวุ้ย...