สืบเนื่องจากทางคณะวิทยาการจัดการส่งเข้าอบรมโครงการกรุงไทยต้นกล้าสีขาวสำหรับคณาจารย์ระดับอุดมศึกษาเพื่อให้ได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเรียนการสอนด้านจริยธรรมธุรกิจ ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนำองค์ความรู้มาถ่ายทอดให้กับนักศึกษาได้จากบันทึกนี้
ความทรงจำในงาน Training for the Trainers :โครงการกรุงไทย ต้นกล้าสีขาวครั้งที่2
หลังการอบรมทำให้ผู้เขียนเกิดแรงบันดาลใจที่จะส่งนักศึกษาเข้าร่วมประกวดเพราะคิดว่าเป็นโครงการที่จะเกิดประโยชน์กับนักศึกษาเป็นอย่างมาก เป็นการเปิดโอกาสให้กับนักศึกษาได้มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดโครงการที่จะเกิดประโยชน์กับชุมชนโดยประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินงาน เริ่มแรกจึงได้ส่งนักศึกษาสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจจำนวน 6 ทีมๆละ 5 คน โดยนักศึกษาสามารถผ่านเข้าถึงรอบ White Camp ที่จ.เชียงใหม่จำนวน 2 ทีม คือทีมช่อกาสะลองและทีมกระยาสารทน้อย จากทั้งหมด 70 ทีมของภาคเหนือ เมื่อวันที่ 30-31 สิงหาคม 2551

โดยนักศึกษาจะต้องผ่านการอบรมเช่นเดียวกับคณาจารย์ ร่วมกิจกรรมและทำการสอบวิเคราะห์กรณีศึกษาธุรกิจหรือชุมชนภายใต้กรอบปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกว่า 5 ชั่วโมง สุดท้ายมีทีมที่ผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศจำนวน 1 ทีมคือทีมช่อกาสะลอง จากทั้งหมด 50 ทีมจากทั่วประเทศ

โจทย์ต่อไปคือ...นักศึกษาจะต้องกลับมาทำโครงการจริงตามที่นำเสนอไว้คือ โครงการสมุนไพรทอดกรอบซึ่งมีจุดเด่นคือเป็นการนำสมุนไพรในท้องถิ่นที่เป็นประโยชน์ 19 ชนิดมาเป็นผลิตภัณฑ์ ของกลุ่มแม่บ้านบางสะแก ต.บ้านคลอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งก็ได้รับแรงเชียร์จากเพื่อนๆใน g2k ตามบันทึกนี้
ขอส่งแรงใจในการประกวดโครงการกรุงไทยต้นกล้าสีขาวรอบรองชนะเลิศ
นักศึกษา 5 คนนี้อยู่ระหว่างฝึกงาน แต่ก็แบ่งเวลาช่วงเย็นมาพบผู้เขียนซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาและกลุ่มแม่บ้านเพื่อดำเนินการตามโครงการ มีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาด และมีการปรึกษาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตลาดและอาจารย์นิเทศศาสตร์ในการจัดทำบรรจุภัณฑ์และโปสเตอร์นำเสนอผลงาน โดยใช้เวลาช่วงเสาร์อาทิตย์ในการไปร่วมการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ในงานแสดงสินค้าเพื่อหาข้อมูลในการพัฒนาธุรกิจ

เมื่อวันที่ 28-29 พ.ย.51 ได้เข้าร่วมการประกวดรอบชิงชนะเลิศที่ธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งนักศึกษาได้รับเงินรางวัลในการเข้ารอบชิงชนะเลิศทีมละ 15,000 บาท

การดำเนินงานทั้งหมดผู้เขียนปล่อยให้นักศึกษาคิดและจัดการเองทุกอย่าง เพราะคิดว่าสิ่งนี้จะเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้กับพวกเขา ในขณะจัดบูธเตรียมงานในช่วงบ่ายวันที่ 27 พ.ย. 51 ผู้เขียนก็แอบเตรียมอุปกรณ์บางอย่างที่จำเป็นสำหรับการจัดบูธ เช่น ลวด เชือก กรรไกร และขอยืมป้ายไวนิลของมหาวิทยาลัยไปหนึ่งแผ่น แต่ไม่ได้บอกลูกศิษย์

เนื่องจากนี่เป็นการจัดบูธครั้งแรกของเด็กเศรษฐศาสตร์(พวกที่เอาแต่เรียนอย่างเดียว) ทุกคนลงความเห็นว่าเน้นการจัดบูธแบบประหยัดคือ อุปกรณ์ทุกอย่างยืมกลุ่มแม่บ้านมาหมด มีค่าใช้จ่ายเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่นำมาคือ สมุนไพรทอดกรอบ ส่วนป้ายไวนิลต่างๆค่อนข้างแพง คิดว่าไม่คุ้มเพราะจัดงานเพียงแค่ครั้งเดียว นักศึกษามีการคาดคะเนผิดพลาดคือ เข้าใจว่าบอร์ดจะเตี้ยและเล็กกว่านี้ มีการเตรียมฟิวเจอร์บอร์ดมาจัดเพียงสองแผ่นเล็กๆ แต่ก็ได้แก้ปัญหาโดยนำแผ่นป้ายไวนิลของมหาวิทยาลัยที่ยืมมาติดเป็นพื้นหลัง

ปัญหาต่อไป มีป้ายไม้(ยืมกลุ่มแม่บ้านมา)ซึ่งหนักพอสมควร แต่ไม่สามารถแขวนได้ บูธอื่นเป็นป้ายโฟมก็สามารถติดได้เลย ปล่อยให้นักศึกษานั่งปวดหัวอยู่พักหนึ่ง พยายามหลายวิธี ผู้เขียนก็เลยส่งลวดกะเชือกให้พวกเขาลองเอาไปแก้ปัญหา(อิอิ...แต่เด็กกิจกรรมอย่างเรามองเห็นแล้ว) สุดท้ายพวกเขาก็หาวิธีแขวนจนได้ พยายามสอดลวดเล็กๆไปในช่องว่างของบอร์ดที่แทบมองไม่เห็น แล้วหาเชือกสีสวยๆมาพันลวดไว้

โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษานั่งถ่ายรูปอย่างเดียว (สงสัยจะเป็นที่ปรึกษาที่ขี้เกียจที่สุดเลย เพราะเห็นมหาวิทยาลัยอื่นอาจารย์ช่วยเด็กทำเลย) แต่ในความคิดผู้เขียน....ทุกอย่างคือ งานของเด็ก เขาควรแก้ปัญหาเองทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นเขาจะได้เรียนรู้การแก้ปัญหาได้อย่างไร อาจารย์ไม่สามารถตามไปช่วยเขาแก้ปัญหาทุกอย่างได้ตลอด

จากนั้นลองจัดวางของ มีสมุนไพรนานาชนิด ตะไคร้ กระชาย ขิง ใบมะกรูด โอเค...หนูๆ เรียบร้อยแล้วค่ะ เสร็จก่อนทุกบูธ (บูธอื่นเหลียวมองด้วยความงงๆๆ) เวลาช่วงเย็นก็ไปเที่ยวได้เจอกันพรุ่งนี้เช้า ว่าแล้วอาจารย์ก็ไปช๊อปปิ๊งแถวๆนั้นคนเดียวอย่างเพลิดเพลิน.....


ในตอนเช้าวันที่ 28 พ.ย.51 คณะกรรมการเดินมาเยี่ยมชมโปสเตอร์ที่นักศึกษาออกแบบ มีการอธิบายตอบข้อซักถาม นักศึกษาเรี่ยวแรงสำคัญของทีมจึงถูกดึงมาให้เฝ้าโปสเตอร์
แต่ข้อบกพร่องของโปสเตอร์คือ...นักศึกษาบอกว่าตอนทำภาพชัดมากแต่พอไปให้ร้านทำไวนิลออกมากภาพกลายเป็นเบลอๆ และทางร้านก็ทำผิดไปจากที่ได้บอกไว้พอสมควรเรื่องสีสันของตัวหนังสือ แต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว

สนใจชมโปสเตอร์ที่จัดประกวดตามไปดูได้ที่นี่ค่ะ
http://picasaweb.google.co.th/kulkanit/WGYEtB#
จากนั้นต้องรีบตามไปที่บูธ พอไปถึงก็มีกรรมการอีกทีมหนึ่งไปถึงบูธพอดี ได้หนุ่มเดียวของทีมไปช่วยอธิบาย สำหรับการแต่งกายของนักศึกษาได้ให้แต่งชุดนักศึกษาเพราะเรียบร้อย บ่งบอกเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยและที่สำคัญคือ...ไม่ต้องเสียเงิน (ประหยัดอีกแล้ว)

ความตั้งใจแรกคือ สมุนไพรที่นำมานั้นเพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นจึงนำมาแจกผู้ร่วมชมงาน โดยแจกให้ชิมใส่ถ้วยพลาสติกเล็กๆ จึงได้ย้ำนักศึกษาว่า...แจกผู้ร่วมงานเท่านั้นค่ะ

ระหว่างจัดบูธปรากฏว่ามีนักศึกษาอีกทีมคือ กระยาสารทน้อยที่เข้ารอบ White Camp ซึ่งมาฝึกงานอยู่สภาพัฒน์ ขอตามมาช่วยเพื่อนๆด้วย เป็นที่สนุกสนาน ซึ่งทีมนี้พูดเก่งมากเลยช่วยที่บูธได้เยอะ

หลังจากอาจารย์ปล่อยนักศึกษาดูแลบูธก็ได้ไปเดินดูบูธต่างๆ ชมภาพบูธต่างๆที่ไปเยี่ยมชมได้ที่นี่ค่ะ ลองชมไอเดียนักศึกษากันดูบ้าง
http://picasaweb.google.co.th/kulkanit/DMiRQI#
กลับมาอีกที อ้าว...ทำไมคนมุงกันเต็มไปหมด บรรดาลูกศิษย์ของเราก็ตอบว่า....อาจารย์ขาๆๆ...พี่ๆเขาขอซื้อกันค่ะ บอกว่าอยากซื้อกลับบ้านกัน มันอร่อย อิอิ...ว่าแล้วพวกหนูเลยขายไปถุงละ 20 บาท ค่า....


" หนูๆ บูธอื่นเห็นเค๊าแจกกันนะ ทำไมบูธนี้ขายหล่ะ" มีผู้ชมงานบางรายถาม
ลูกศิษย์สุดที่รักก็ตอบกันว่า " ขอเป็นค่ารถพวกหนูกลับบ้านกันบ้างนะคะ ขอบคุณค่ะ " ( ตายจริง ลูกศิษย์ใครเนี่ย ใครสอนกันนะ อิอิ...สมกับเป็นลูกศิษย์อาจารย์ลูกหว้าโดยแท้)


การออกแบบผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ จนสุดท้ายเป็นแบบใหม่ล่าสุดที่นักศึกษาออกแบบให้ดูทันสมัย สำหรับเป็นของฝาก แต่ถ้าต้องการซื้อรับประทานทันทีก็ตักใส่ถุงพลาสติกเลย
เพียงครึ่งวันของก็หมด.... มีพนักงานแบงค์หลายรายวิ่งถือแบงค์ลงมาจะซื้อบ้าง แต่...หมดแล้วค่ะเหลือแต่ใบมะกรูดอย่างเดียว แสดงว่าส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบทาน และได้รับคำแนะนำว่า ชิ้นใหญ่เกินไปด้วย

แต่...ก็ยังมีบางรายมาขอซื้อแต่ใบมะกรูดก็มี บอกว่าลูกๆชอบทาน จึงขายไปได้ ถุงละ 10 บาท ทางธนาคารกรุงไทยชื่นชอบขอติดต่อนำสินค้ามาวางขายที่สหกรณ์ของธนาคารเช่นกัน



ขออนุญาตอาจารย์ ขอแสดงความยินดีกับน้องๆ ทุกคน ที่ประสบความสำเร็จในกิจกรรม ยอดเยี่ยมมากครับ
ขอบคุณค่ะคุณหนุ่ม...เด็กทำดีเราก็ต้องให้กำลังใจกันค่ะ
โห เพื่อน ทำทุกหน้าที่เลยเหรอ ชื่นชมเด็กๆ จริงๆ เลยนะ
ขอชื่นชมถึงความตั้งใจและส่งผลถึงผลงานที่ได้เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศครับ ทั้งนักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษาคนเก่ง
ลูกศิษย๋พี่ลูกหว้า
ไม่ธรรมดา
เป็นกำลังใจให้ครับ
แวะมาชมความเก่งของลูกศิษย์นะคะ..ไม่ธรรมดาจริงๆ..เลียนแบบครูโย่ง
เห็นภาพแล้วคิดถึงค่ะ อาจารย์ลุกหว้าสบายดีนะคะ คิดถึงค่ะ