กลับบางกอกเจอปิดสนามบิน
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 เป็นวันอังคาร ครอบครัวเราไม่มีอะไรทำนอกจาก นอน นอน แล้วก็นอน นั่นน่าจะเป็นเพราะว่าเหน็ดเหนื่อยกันมาหลายวันจริงๆ ผมก็เลยถือโอกาสนี้ขึ้นไปยังชั้นที่ 6 ของโรงแรม เพื่อ “นวด” นวดน้ำมันในสปาน่าชื่นใจ
เดี๋ยวนี้ธนพันธ์ได้กลายเป็นชายติดนวดไปซะแล้ว นวดไทย นวดน้ำมัน นวดเท้า นวดอะไรก็เถอะ ช๊อบชอบ และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน อารามปวดสะบักซ้ายด้านที่กระเตงลูก เลยขึ้นไปเข้าสปาดังที่เกริ่นไว้ ผมชอบสปามากเลยครับ กลิ่นหอม เพลงเพราะ หลังจากเลือกน้ำมันกลิ่นชาเขียวแล้ว เขาก็ให้ไปอาบน้ำอาบท่ารอ ไม่นานนักหมอนวดก็เข้ามา นวด นวด นวด โอ้พระเจ้า ช่างสบายอะไรเช่นนี้ ฮ่า ฮ่า
ถึงเวลาเที่ยงก็ได้เวลาคืนห้องพัก เราเลือกที่จะเดินออกไปปากซอยเพื่อหาข้าวมื้อเที่ยงกินกันก่อนที่จะออกไปสนามบิน เลยได้เจอร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆอยู่ต้นซอย รสชาติพอไปได้ครับ จริงๆแล้วผมอยากกินขนมจีนน้ำเงี้ยวมากกว่า แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปกินที่ไหนในตอนนี้
บ่ายโมงตรงก็ได้เวลาที่รถโรงแรมจะไปส่งที่สนามบิน นี่เป็นบริการฟรีของโรงแรมนี้ครับ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่านี่เป็นเงื่อนไขของการเข้าพักห้อง deluxe อย่างเดียว หรือใช้ได้กับทุกห้องพัก แต่ก็นับว่าน่าประทับใจนะครับ
สงสัยว่าเราจะไปสนามบินเร็วเกินไป แต่ก็แค่รู้สึกไปแค่นั้นครับ เนื่องจากว่าเมื่อเรา check in พนักงานก็บอกว่า เครื่องบินออกช้าไป 45 นาที เล่นเอาผมหงุดหงิดเล็กน้อย ทำยังกะเดินทางกับสายบินแห่งทวีปเอเชียของเรา แต่ก็สามารถดับทุกข์ชั่วคราวได้ด้วยการเดินไปหากาแฟกิน กินไปดูดาราไป จริงๆนะครับ ผมนั่งกินกาแฟข้างดาราจริงๆ แต่ดาราสาวสวยด้านข้างของผมพูดหยาบคายเหลือเกิน เชี่ยแม่_ โอย สุดจะทน ต้องชวนลูกคุยมากๆ เดี๋ยวพวกเธอจะได้ยินถ้อยคำผรุสวาทเช่นนั้น
การผจญภัยของผมยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะเมื่อเรือบินจอดสนิท เราได้กระเป๋าเรียบร้อย เดินออกมาเพื่อหาแท็กซี่กลับบ้านน้องสาว แต่ก็สงสัยเล็กน้อยว่าทำไมคนมากเหลือเกิน แถวที่ต่อรอแท็กซี่ยาวเหยียดชนิดที่ว่าอ้อมเสาหลายเสาเลยเชียวครับ ดีที่ไม่ต้องแบกลูกสาว เพราะผมจับเธอทั้งคู่ใส่รถเข็นกระเป๋าเข็นไปด้วยกันเลย รอไปรอมา นานเหลือเกิน แถวก็ไม่ค่อยขยับ จนมีเจ้าหน้าที่มาบอกว่าให้ลงไปชั้นล่างบ้าง รถมากกว่า ว่าแล้วผมก็เคลื่อนออกจากแถวทันที ความแปลกใจปนหงุดหงิดต่อมาก็คือ ไม่มีคิวรถ ไม่มีแถวต่อ ต่างคนต่างแย่งกันเรียกรถเอง อันนี้ถึงกับฉุน รู้อย่างนี้ไม่ลงมาหรอก แถมรถหลายคันที่เราติดต่อ เมื่อบอกว่าไปแยกเหม่งจ๋าย ต่างก็ไม่ยอมไปกันทั้งนั้น สงสัยอยากได้แขกฝรั่งกระมัง จนมาถึงบางอ้อก็ต่อเมื่อคนขับแท็กซี่คันหนึ่งบอกว่า “พันธมิตรปิดสนามบิน”
โธ่ถัง เขามาปิดสนามบิน ปล่อยให้รถเข้าได้ทีละคัน ทีละคัน รถก็เหลือน้อยเต็มที แต่ไอ้ที่ผมสังเกตนั้นไม่ใช่ว่ารถจะน้อย แต่เขาไม่เอาเราต่างหาก แล้วจะให้ผมทำอย่างไร คนขับรถคันเดิมจึงบอกว่า “ไม่รู้ว่าจะออกได้หรือเปล่าด้วยซ้ำ หากจะไปด้วยกันคงต้องออกทางบางนา-ตราด”“อ้าว แล้วจะเลี้ยวเข้ากรุงเทพทางไหนล่ะ” ผมถาม “ไม่รู้เหมือนกัน” เขาตอบ ถึงตรงนี้ผมเริ่มอ่อนใจ แต่ไม่ยอมขึ้นรถไปด้วยโดยเด็ดขาด ไม่อยากนอนพัทยา เดี๋ยวท่านไปปล่อยไว้ที่ไหนที่เราไม่รู้ทางแล้วไม่แย่เหรอ
คราวนี้ไม่ใช่ลูกสาวทั้งสองที่หงุดหงิด กลายเป็นว่าแม่เธอเองกลับหงุดหงิด แต่สถานการณ์แบบนี้ก็ต้องนิ่งไว้ ทำใจให้สงบ ผมจึงยกรถเข็นลูกให้เมียดูแล แล้วตระเวนหาแท็กซี่ เลยได้มาคันหนึ่งเขาก็บอกว่า “เหมานะ 400 บาท เพราะว่าคงหารถออกไปยาก”“ครับ” ผมตกลงโดยไม่รอการปรึกษากับเมีย (เหมือนทุกครั้ง) และค่ำวันนี้กว่าจะถึงคอนโดฯก็ล่วงเข้าไปเกือบ 3 ทุ่ม
นึกไม่ออกเหมือนกัน ว่าปิดสนามบินไปแล้วใครได้ประโยชน์บ้าง นักการเมืองมันก็คงไม่ลาออกหรอก เชื่อไหม ชาวบ้านชาวเมืองและนักท่องเที่ยวที่ไม่รู้อะไรด้วย เขาจะลำบากแค่ไหน นี่เอาแค่ผมเป็นตัวตั้ง ที่หอบลูกหนึ่งเมียสอง (เอ้ย..ผิด ลูกสองเมียหนึ่งต่างหาก) ยังลำบากขนาดนี้ นี่ยังดีที่เป็นประเทศไทย มันก็แค่บางกอก ถ้าเป็นชาวต่างชาติเขาจะสับสนแค่ไหน แต่ก็ไม่เป็นไร คืนนี้ครอบครัวผมมีที่นอนแล้ว เฮ้อ...
คุณหมอใจเย็นๆ จงภูมิใจเถิดทีครอบครัวคุณหมอได้ลำบากเพื่อชาติ
ภูมิใจจนเลือดทะลักออกทางอกเลยครับพี่
ถึงจะเจอเรื่องชวนให้เครียด แต่สำนวนของคุณหมอยังมีให้แอบขำ แอบอมยิ้มเสมอนะคะ
ครับผม แม่น้อง Java & Ada
55 พี่แป๊ะยังโชคดีค่ะ
น้องเล้งไปสอบที่อังกฤษกลับไมได้ แถมไม่รู้ชะตากรรม ซื้อตั๋วการบินไทยไปแล้วด้วยค่ะ
สุดท้ายต้องยอมเสียสละ (เพื่อชาติหรือเพื่อใครไม่รู้) บินไปเยอรมันเพื่อขึ้นเครื่องมาอู่ตะเภา เสียตังค์เพิ่มอีก 400ปอนด์ ราว2หมื่นกว่าบาทไทย
พออ่านเจอว่านักท่องเที่ยวต่างชาติที่ติดอยู่สนามบินไทยได้รับการดูแลต้อนรับอย่างดี นึกน้อยใจเล็กๆว่า ทำไมไม่คิดถึงคนไทยที่กลับไม่ได้ตาดำๆ ที่ไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกใดๆแม้แต่น้อย ในขณะที่เป็น สายการบินเดียวกัน
โชคดีที่น้องสอบได้ คิดเสียว่าเป็นค่ารับประกาศนียบัตรแล้วกัน นิ
เล้งไปสอบอะไร
ก่อนอื่นขอยินดีด้วยก่อนที่สอบได้
ดีจัง ไปเที่ยวอังกฤษรอบหน้า มีคนต้อนรับแล้ว
ขออภัย ทิ้งช่วงนาน
มาแก้ไขความเข้าใจผิดบางประการค่า
น้องสาวเล้งค่า ไม่ใช่ ข้าพเจ้าแต่อย่างใด
หนูยังไม่ได้โก อินเตอร์หรอกค่า
แฮ่ๆ อ่านไปก็น่าเข้าใจผิดอยู่หรอก คนพิมพ์กำกวมเองนิ
ไม่เป็นไรตัวเล็ก ถือซะว่าเป็นการให้พรนะ