ใครอยากรู้เรื่องวีซ่ายกมือขึ้น

เนื่องจากที่ทำงานมีอาสาสมัครประมาณ 20 คนต่อปี จากหลายๆ ประเทศทั่วโลก  และอาสาสมัครส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ  ดังนั้นเรื่องวีซ่า และใบอนุญาตทำงานจึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับอาสาสมัครที่มาทำงานที่นี่  ซิสเตอร์จึงมอบหมายให้มาทำงานนี้เมื่อ 3 ปีก่อนครั้งแรกที่ทำต้องไปหลาย ๆ  ที่  โดยที่ไม่มีข้อมูลอะไรเลย  ได้ข้อมูลจากองค์กรเครือข่ายที่ทำเกี่ยวกับวีซ่าและใบอนุญาตทำงานเพียงนิดหน่อยพร้อมด้วยคำขู่  ถ้าอาสาสมัครอยู่ไม่ถึงปีพี่ว่าน้องไปบอกซิสเตอร์ว่าอย่าทำเลย มันยากกกกมากกกกกก แต่เนื่องจากมีกฎหมายใหม่เพิ่งจะออกมาสดๆ ร้อนๆ  ซิสเตอร์ไม่อยากมีปัญหาก็เลยให้ไปทำ รู้สึกว่ายากเหมือนพี่เขาบอก แต่เมื่อเข้าใจแล้วทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี หลังจากนั้นซิสเตอร์ก้อให้น้องอีกคนมาช่วยเรื่องนี้ ทำเอกสาร ไปติดต่อ แต่ถ้า case ไหนที่ยากซิสเตอร์ก็จะให้ทำเอง

Case นี้เป็นซิสเตอร์ชาวญี่ปุ่น มาเรียนเมื่อสองเดือนที่แล้ว แล้วมาดูงานที่ศูนย์ฯ  เมื่อเห็นงานที่เราทำ ก้อเกิดความคิดอยากจะทำงานที่นี่โดยจะไปประจำอยู่ที่ประเทศกัมพูชาในปีหน้า  แต่ตอนนี้วีซ่ากำลังจะหมดเหลือเวลาเพียง 3 วันเท่านั้น ซิสเตอร์ที่เป็นเจ้านายโทร.มาบอกขอให้ช่วย จึงไปติดต่อที่ ตม.(ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง) เมื่อไปถึงพร้อมเอกสาร  เจ้าหน้าที่แจ้งว่าทำไม่ได้เนื่องจากเป็นมูลนิธิฯ  จะมาเป็นนักเรียนไม่ได้  ใช้ได้เฉพาะโรงเรียนเท่านั้น น้องไปเปลี่ยนเอกสารมาใหม่ทำเป็นของมูลนิธินี่แหละพี่จะให้ 90 วัน วันรุ่งขึ้นกลับไปใหม่เจ้าหน้าที่คนเดิม ไม่ได้น้องต้องมีใบอนุญาตทำงานพี่ถึงจะให้ได้ไม่จำเป็นต้องเอาใบอนุญาตทำงาน  แค่ได้ใบรับ ตท.2 พี่ก็จะให้น้องเลย 90 วัน แต่วันนี้น้องต้องต่อ 7 วันก่อน เสียค่าอยู่ต่อ 1,900 บาท  วันถัดมาไปทำเรื่องขอใบอนุญาตทำงานแล้วนำใบรับมายื่น  เจ้าหน้าที่คนเดิมบอกไม่ได้ต้องมีใบอนุญาตทำงานเท่านั้น แต่อีกคนบอกว่าเดี๋ยวได้ใบอนุญาตทำงานแล้วถ้าไม่ทันโทร.มาแจ้งพี่เลยนะ เดี๋ยวพี่จัดการให้  เมื่อถึงวันสุดท้ายที่วีซ่าหมด(ได้ใบอนุญาตทำงานตอนบ่ายสองโมงครึ่งพี่คนขับรถ ขับรถจากพัทยาไปชลบุรีใช้เวลาเพียง 40 นาทีเท่านั้น หลังจากส่งแฟ็กซ์มาให้น้องแล้วให้ถ่ายเอกสารไปให้พร้อมจ่ายเงิน 1,900 บาท  กลับมาถึงศูนย์ฯประมาณ 5 โมงเย็น ก้อเลยไปฉลองได้วีซ่าไปกินไอติมคับ ที่ร้านสเวนเซ่น สั่งไอติมถ้วยโปรด เมื่อไอติมมาถึงยังไม่ได้ตักไอติมเข้าปากเลย มีโทรศัพท์จากตม. มาบอกว่าวีซ่าน้องไม่ได้นะ พี่เข้าใจผิด ยังไงคืนนี้น้องต้องออกนอกประเทศไม่งั้นโดนปรับวันละ 500 บาท ไอติมไม่อร่อยซะแล้ว  ไม่กล้าบอกซิสเตอร์ก้อให้ซิสเตอร์นั่งกินไอติมจนหมด  แล้วพากลับไปให้ซิสเตอร์ที่เป็นเจ้านายอธิบายให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น และซิสเตอร์ที่เป็นเจ้านายถามว่า เราต้องทำอย่างไร? ผู้เขียนก็แนะนำให้ซิสเตอร์โทร.ประสานไปที่กรมการกงสุลเพราะเราเคยเชิญท่านนักการทูตมาเป็นวิทยากรที่ศูนย์ฯ และท่านได้บอกว่าถ้ามีปัญหาอะไรให้โทร.หาท่านได้  เนื่องจากท่านมาเห็นและชอบงานที่เราทำ  ซิสเตอร์จึงได้ประสานไปที่กงสุลในประเทศไทย  ท่านก็ใจดีประสานไปที่ท่านกงสุลประเทศลาว  ดังนั้นในคืนวันที่ 3 ธันวาคม ผู้เขียนและซิสเตอร์จึงได้เดินทางไปที่จังหวัดหนองคายด้วยรถประจำทางไปถึงหนองคายเที่ยงตรง  แล้วจึงข้ามแดนไปที่ฝั่งประเทศลาว  ไปถึงสถานทูตไทยประจำประเทศลาวเวลาประมาณบ่ายสองโมงครึ่ง  ท่านกงสุลนั่งรอเนื่องจากทางกงสุลประเทศไทยได้ประสานไว้แล้ว หลังจากที่จัดการเรื่องวีซ่าเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้พูดคุยกับท่านประมาณ 1 ชั่วโมง เกี่ยวกับเรื่องงานที่ศูนย์ฯ ทำ รู้จักท่านนักการทูตได้อย่างไร และเกี่ยวกับวีซ่า หลังจากนั้นก้อขอตัวกลับข้ามฝั่งมาที่หนองคาย ขณะที่รอให้ซิสเตอร์ตรวจวีซ่าที่ด่านเป็นเวลา 18.00 น. ตรง เสียงเพลงชาติดังขึ้นทุกคนหยุดกิจกรรมทุกอย่างที่ทำทั้งชาวไทยและต่างชาติ รถทุกคันหยุดเพื่อยืนตรงเคารพเพลงชาติเป็นภาพที่ประทับใจสุดสุดค่ะ หลังจากนั้นก็ขึ้นรถจากหนองคายประมาณ 18.30 น. มาถึงพัทยาประมาณ 08.oo น. เสร็จภารกิจ 2 คืน 1 วัน ไม่ได้แปรงฟันล้างหน้าอาบน้ำ(ดีนะที่อากาศเย็น ไม่งั้น อิอิ)

       ทั้งหมดไม่ได้เล่ารายละเอียดมากนักเพราะงานนี้ทำให้รู้ว่าเจ้าหน้าที่หลาย ๆ  หน่วยงานข้อมูลไม่แน่นพอทำให้ไม่สามารถให้รายละเอียดได้  และต้องประสานหลายหน่วยงานมากทั้งในจังหวัดชลบุรี กรุงเทพฯ หนองคาย และประเทศลาว  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอขอบพระคุณท่านพัฒนาสังคมจังหวัดชลบุรี ที่ช่วยประสานงานสุดฤทธิ์ ท่านผู้กำกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพัทยา(ก้อยังไม่ได้) ท่านหัวหน้าสำนักจัดหางานจังหวัดชลบุรี ท่านกงสุลประจำประเทศลาว และผู้ที่สำคัญที่สุดสำหรับงานนี้คือท่านนักการทูตกรมการกงสุลประจำประเทศไทยที่ให้ความช่วยเหลืออย่างมากมาย ขอบพระคุณมา ณ ที่นี้นะคะ

       ประสบการณ์ครั้งนี้ถูกหลอกทั้งอยู่ที่เมืองไทย(จากตม.) ถูกหลอกจากรถที่ไปหนองคายบอกว่าจะไปถึงประมาณ 08.00 น. แต่ไปถึงเที่ยงตรง ถูกหลอกจากสามล้อที่หนองคายเรียกค่ารถ 200 บาท ปกติคนละ 50 บาทก็แพงแล้ว(สองแถวที่พัทยา 10 บาทเองอ่ะ) ถูกหลอกเมื่อไปประเทศลาวค่าผ่านแดนบอกคนละ 100 บาท(2 คน 200 บาท)  แต่ให้ใบเสร็จใบละ 50 บาท 2 ใบ ถูกหลอกจากแท็กซี่ไปส่งที่สถานทูตไทยในต่างประเทศขาไป 200 บาท ขากลับเรียก 800 บาท ระยะทาง 25 กิโลเมตรเท่านั้น แท๊กซี่คันเดิมจอดรอ คงคิดว่ายังไงก็ต้องค้างคืนที่ลาว แต่คิดผิดคับ แต่เราก็ไม่อยากมีปัญหาเดี๋ยวไม่ได้กลับประเทศไทยก็เลยต่อรองเหลือ 600 บาท(เนื่องจากแท๊กซี่คิดว่าเรามีตังค์ปกติคนที่ไปทำวีซ่าตอนบ่ายจะไม่ได้วีซ่าเพราะสถานทูตรับทำวีซ่าแค่ช่วงเช้า แต่เราไปถึงบ่ายสองโมงครึ่งได้วีซ่า) เรื่องนี้ท่านกงสุลได้อธิบายให้ฟังว่า ช่วงบ่ายต้องเคลียร์งานทุกอย่างและเงินเพราะเจ้าหน้าที่จากธนาคารของลาวจะมารับเงินที่สถานทูตดังนั้นจึงทำวีซ่าเฉพาะในช่วงเช้า เฮ้อ ประสบการณ์งานนี้เหนื่อย เสียตังค์เพราะถูกหลอก อดข้าวด้วยเพราะไม่มีเวลากินข้าว ทุกอย่างรีบไปหมด ได้กินเฉพาะขนมเวลารถแวะปั๊ม เฮ้อเหนื่อยค่ะ แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีค่ะ ขอบคุณค่ะ