ทุกท่านที่เข้ามาทักทายในบล็อกของผมทุกคน ผมจะอวยพรกลับไปยังท่านทุกท่านที่บล็อกผมและบล็อกท่านด้วย

                วันที่ 8 ธันวาคมนี้ ตรงกับปฎิทินอิสลาม(ไม่ใช่ปฎิทินอาหรับนะครับ) คือวันที่ 10 เดือนซุลฮิจยะฮ์ อันเป็นเดือนสุดท้ายตามปฏิทินอิสลาม เป็นวันที่พี่น้องมุสลิมจากทุกมุมโลก ที่ไปบำเพ็ญฮัจย์(ไม่ใช่แสวงบุญ-แต่ตรงนั้นก็มีภารกิจที่เป็นผลบุญอยู่ด้วย) ณ.มหานครมักกะฮ์ ประเทศซาอุดิอารเบีย กำลังไปร่วมชุมนุมกัน ณ.ทุ่งอารอฟะฮ์หรือที่เรียกว่าวุกุฟ นั้นหมายถึงภาระกิจการบำเพ็ญฮัจย์ได้ลุล่วงไปแล้ว นี่เป็นการเฉลิมฉลองการเสร็จสิ้นภารกิจอันสำคัญ ของมุสลิมที่ในชีวิตขอให้ได้มีโอกาสสักครั้งหนึ่งเพราะเป็นมุขบัญญัติ หนึ่งในห้าประการหรือที่เรียกว่ารุก่นอิสลาม(เทียบได้พอให้เข้าใจเสมือนกับศิลห้าในพุทธศาสนา)

                วันตรุษ(วันอีด-ภาษาอาหรับหรือฮารีรายา-ภาษามาลายู)ในอิสลามมีสองวัน ตรุษแรกคือตรุษที่เสร็จภารกิจในเดือนรอมฎอน ที่มุสลิมต้องถือศิลอด เรียกตรุษนี่ว่า ตรุษอีดิ้ลฟิตรี่ ตรุษที่สองก็ตรุษที่ผมกำลังจะแบ่งปันความรู้นี่แหละ เรียกตรุษนี้ว่า อีดิ้ลอัฎฮา

                การบำเพ็ญฮัจย์เป็นภารกิจและพิธีกรรม ที่สืบเนื่องมาจากสมัยท่านศาสดาอิบรอฮีม(อับราฮัม) จะเทียบเคียงก็ราวๆในยุคสมัยของพระพุทธเจ้า ศาสนาอิสลามถือว่าได้กำเนิดมานานแล้ว ตั้งแต่มีมนุษย์คนแรกของโลกคือท่านศาสดาอาดัม(อ.) ท่านศาสดามุฮัมมัด(ซ.ล.) ท่านเป็นศาสดาท่านสุดท้าย มิใช่อิสลามเพิ่งจะเกิดมาในยุคท่านศาสดามุฮัมมัด นะครับ

                ตุรษหรือวันอีด มีกิจกรรมต่างมากมาย เริ่มด้วยกับการกล่าวตักบีร(การสรรเสริญพระเจ้า) การไปร่วมละหมาด(นมัสการ) ที่มัสยิด วันนี้มวลมุสลิมจะมีความสุขมาก ศาสนาให้ทุกๆคนทั้งชายหญิงเด็กผู้ใหญ่ อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด ให้แต่งกายในชุดที่ดีที่สุด ใส่ของหอมๆ และไปมัสยิด ศาสนพิธีที่มัสยิดนอกจากละหมาดแล้ว ทุกคนจะต้องฟังการคุตบะฮ์(เทศนาธรรม) จากนั้นประเพณีแต่ละท้องถิ่นอาจจะแตกต่างกันบ้าง บางท้องถิ่นอาจจะมีการกินเลี้ยงกันที่มัสยิด โดยทุกคนจะออกมาช่วยกัน ในอดีตสมัยผมเด็กๆจะสนุกสนานมาก ตื่นเต้นมาก จะไปหาใบตอง กล้วย เพื่อจะมาทำข้าวต้มมัด หรือขนมต่าง นำของกินดังกล่าวไปให้เพื่อนบ้านและเพื่อนบ้านก็จะมอบขนมอื่นๆที่ทำกลับมา เป็นการแลกเปลี่ยน บางครั้งในบ้านแต่ละบ้านจะมีขนมกินกันไปสองสามวัน นอกจากนั้นบางหมู่บ้านก็ไปรำลึกถึงบรรพบุรุษ ร่วมขอพรให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

                ในวันตรุษนี้ศาสนาให้มีการเยี่ยมเยียนซึ่งกันและกัน ขอมาอาฟ(ขออภัย)ซึ่งกันและกัน ใครที่ทำผิดต่อกันก็ให้วันนี้เป็นวันเริ่มต้น ขอโทษ ให้อภัย ซึ่งกันและกัน บรรดาลูกหลานก็จะออกเยี่ยมเยียนญาติผู้ใหญ่คนเฒ่าคนแก่

                มาถึงยุคนี้บรรยากาศวันอีดหรือวันตรุษอาจจะไม่คึกคักเท่าในอดีต แต่ภารกิจหลักๆที่เป็นศาสนพิธีก็ยังอยู่ครบเหมือนเดิม

                มาถึงตรงนี้ เนื่องในโอกาสอันสำคัญยิ่งของศาสนาอิสลาม เป็นวันแห่งความรัก ความเมตตาจากพระผู้เป็นเจ้า มีอีกกิจกรรมหนึ่งคือการการทำกรุบ่าน(การเชือดสัตว์)แล้วนำสัตว์ที่เชือดนั้นทำอาหารเลี้ยงและส่วนหนึ่งก็แจกจ่ายแก่บรรดาผู้ยากจน ขัดสนทั้งหลาย   ต่อจากวันตรุษนี้อีกสามวันเราเรียกว่าวันตัชรีก(อีดฟิตริจะไม่มี) บางท้องถิ่นที่ไม่ได้กุรบ่านก็จะใช้โอกาสนี้ทำ

                คืนนี้ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ก็จะเข้าสู่ค่ำของวันตรุษอีดิลอัฎฮา กิจกรรมก็จะมีการตักบีร(การกล่าวสรรเสริญพระเจ้า) ดังไปทั่วที่มีชุมชนมุสลิมอยู่ เช้าตรู่ทุกคนจะมุ่งหน้าไปมัสยิด เพื่อที่จะประกอบศาสนพิธีในวันตรุษ อีดิลอัฎฮา เพื่อขอความมีศิริมงคล ฉะนั้นเราจะได้ยินคำทักทายซึ่งกันและกัน ด้วยคำว่า อีดมุบาร็อก ซึ่งหมายความว่า ความมีศิริมงคลในวันตรุษจงมีแด่ท่าน หรือคำว่า ขอพระผู้เป็นเจ้าจงประทานความเป็นศิริมงคลแด่ท่าน

                ทุกท่านที่เข้ามาทักทายในบล็อกของผมทุกคน ผมจะอวยพรกลับไปยังท่านทุกท่านที่บล็อกผมและบล็อกท่านด้วย

                เนื่องโอกาสแห่งวันตรุษอีดิลอัฎฮา อันเป็นศิริมงคลนี้ ผมใคร่ขอดุอาอฺ(พร)จากพระผู้เป็นเจ้าทรงประทานความสุข ความเจริญ ความเป็นศิริมงคล ขอให้ท่านมีความสุข ปราศจากความทุกข์ใดๆ คิดสิ่งใดขอให้สมความปรารถนาทุกประการ ขอให้ท่านโชคดีตลอดไป