เวลาส่วนใหญ่ของผู้เขียนนั้นคือ การใช้ชีวิตในสังคมภายนอก เช้าๆ ทั้งพ่อ แม่ ลูก ต้องเร่งรีบออกจากบ้านไปทำงาน ไปโรงเรียน พอตกเย็นกว่าจะได้ถึงบ้านก็ต้องผจญภัย ฝ่าขบวนรถติด กลับถึงบ้านก็เย็นมาก ผู้เขียนมักจะใช้วิธีฝากท้องของครอบครัวไว้กับครัวบ้านคุณยายเสมอๆ ผู้เขียนคิดว่าการที่เราไปรวมตัวทานข้าวบ้านคุณยายกัน มันเป็นสิ่งดี เพราะเราจะได้พูดคุย หยอกล้อ กับท่านทุกวัน ถึงแม้มันจะเป็นเพียงแค่วันละชั่วโมงหรือสองชั่วโมงก็เถอะ คนแก่แค่เห็นลูกๆหลานๆมาแวะเวียนพูดคุยด้วยแค่นี้ท่านก็สุขใจแล้ว
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เราไปทานข้าวเย็นกันที่บ้านคุณยาย ได้ยินเสียงเจ้าตัวเล็กพูดตะโกนลั่นครัวว่า “ โอ้โฮ คุณยายเห็ดหอมคุณยายทำไมมันใหญ่จังครับ” เด็กๆต่างวางมือจากการทำหน้าที่ตั้งโต๊ะอาหาร หันไปทางเสียงนั้นกันอย่างทันที แล้วต่างก็เดินไปมุงที่กระทะ ผู้เขียนเลยตามไปดู ก็ได้เห็นว่าในกระทะนั้น คุณยายผัดเห็ดหอมกับกุ้งให้หลานๆทาน แต่ที่น่าสงสัยก็เห็นจะเป็นเรื่องเดียวกับที่เจ้าตัวเล็กร้องเสียงหลงเมื่อตะกี้ ก็ดอกเห็ดหอมที่คุณยายนำมาผัดน่ะ ถึงแม้ว่าจะถูกหั่นเป็นชิ้นลงแล้ว แต่ก็นึกภาพออกว่ามันเป็นดอกเห็ดหอมสดที่มีขนาดใหญ่พอควร ผู้เขียนไม่เคยเห็นที่ขายในตลาดสดบ้านเราจะมีเห็ดหอมสดขนาดใหญ่อย่างนี้ ก็เลยถามคุณยายว่า “คุณยายไปซื้อมาจากไหนคะ” คุณยายพูดว่า “ อ้าวก็เอาเห็ดหอมแห้งในครัวไง” ทุกคนนิ่ง...ต่างมองหน้ากัน...มันเป็นไปได้ไง...ก็ไอ้เจ้าเห็ดหอมที่ว่าน่ะ เป็นเห็ดหอมแห้ง...ขนาดใส่ในหม้อต้ม..ต้มทิ้งไว้..ยังดูกระด้างเลย เหมือนคุณยายจะรู้ว่าทุกคนกำลังงุนงง ว่าแล้วคุณยายก็หยิบเห็ดหอมแห้งมาดอกหนึ่งใส่ลงไปในถ้วยใบหนึ่ง ใส่น้ำเหมือนจะแช่...และแล้วคุณยายก็หันไปหยิบแป้งข้าวโพดมานิดหนึ่งใส่ลงไปในถ้วยนั้น กรรมวิธีก็คือการแช่เห็ดในน้ำแป้งสักครู่ ขยำเบาๆ แล้วล้างน้ำแป้งออก ทำอย่างนี้สัก 2-3 ครั้ง เห็ดเปลี่ยนสภาพจากแห้งแข็งกลายเป็นนุ่ม นิ่ม เหมือนเห็ดสดๆ คุณยายยังบอกอีกว่าถ้าไม่มีแป้งข้าวโพดก็ใช้แป้งมันก็ได้.....อืม....มันนับเป็นเคล็ดลับ.....ก้นครัวคุณยาย...ที่น้อยคนนักจะรู้.....ท่านผู้อ่านลองดูซิคะ.....ต้มจืดที่ใส่เห็ดหอมแบบเก่าชิดซ้ายไปเลย
โอ้โห้..เคล้ดลับสุดยอดของคุณยาย
ขอบคุณนะคะที่นำมาบอกต่อ..ดีจริงๆ
ขอบคุณกับข้อมูลที่ดีดีดีนะคะ