เมื่อชุมชนเดิมเริ่มใหญ่ขึ้น หลังจากที่มีคุณครูจั๊ก-ษัษฐรัมย์ คุณครูหน่วยวิชามานุษและสังคมศึกษาคนใหม่ และคุณครูเดล หรือ Teacher Dale มานั่งอยู่ด้วย หัวเรื่องที่มีมาให้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างเป็นธรรมชาติ จึงหลากหลายขึ้นตามไปด้วย
“แน่นอนว่า คุณครูแคทกับคุณครูวิไม่เหงา และนอกจากที่ครูไทยจะได้พัฒนาภาษาอังกฤษแล้ว คุณครูเดลชาวอเมริกันก็ยังได้พัฒนาภาษาไทยด้วย และจากการที่คุณครูเดลมานั่งอยู่ข้างล่างนี้ คุณครูหัวหน้าช่วงชั้นจึงเห็นว่าเราน่าจะให้นักเรียนมาอ่านข่าวภาษาอังกฤษกันในช่วงโฮมรูมตอนเช้า แล้วให้คุณครูเดลเป็นคนคอมเม้นท์วิธีการอ่านของเด็กๆ ด้วย ว้าว ... ลงตัว....
นอกจากนี้การที่ครูเดลอยู่ที่ห้องนี้ ทำให้คุณครูจั๊กที่ภาษาอังกฤษดีอยูแล้วได้แลกเปลี่ยนเรื่องการเมืองกันอย่างถูกคอ เมื่อคุณครูจั๊กสอนเรื่องการเมืองในห้อง นักเรียนก็เลยได้ทราบว่าคุณครูเดลของเราก็เป็นแฟนพันธุ์แท้การเมืองโดยบังเอิญ เพราะเวลาที่นักเรียนถามนามสกุลของนักการเมืองไทยในอดีต คุณครูเดลก็ตอบได้ทำให้ได้ตำแหน่งที่ปรึกษาเรื่องการเมืองให้กับนักเรียนไปโดยไม่รู้ตัว
ตัวครูแคทเองก็ได้ประโยชน์จากการที่ห้องเรียนกับห้องพักครูไม่มีกำแพงระหว่างกันนี้ด้วยเช่นกันอย่างตอนที่ได้เห็นคุณครูจั๊กทำกิจกรรมกับนักเรียน ก็นึกสนุกก็เข้าร่วมบ้าง และเมื่อหมดคาบคุณครูก็มาแลกเปลี่ยนกัน มีการเล่าถึงความคิดของนักเรียนที่อยู่ในกลุ่ม และมีการเก็บสิ่งที่เพื่อนครูครูสะท้อนไปสอนนักเรียนในคาบต่อไป และยังได้เรียนรู้วิธีการตรวจงานที่น่าสนใจของเพื่อนครูด้วย"
มีห้องสมุดอยู่ที่หลังโต๊ะครู
"หลังโต๊ะครูทุกท่านจะมีชั้นวางหนังสือซึ่งมีหนังสืออยู่ไม่น้อย ทั้งหนังสืออ่านเล่น หนังสือวิชาการที่หนัก ๆ และหนังสือที่น่าสนใจที่ครูแคทยืมนักเรียนไว้เมื่อตอนนักเรียนมาสอบอ่านหนังสือนอกเวลา (แต่ยังไม่ได้อ่าน) รวมทั้งหนังสือการ์ตูนที่ยึดมาได้เมื่อนักเรียนหยิบขึ้นมาอ่านไม่ถูกเวลา ชั้นวางหนังสือหลังโต๊ะครูจึงไม่ต่างอะไรกับห้องสมุดจิ๋ว ๆ ที่มีนักเรียนแวะเวียนมาขออ่านกันตลอด บางคนมาขออ่านหนังสือจิตวิทยาเบื้องต้นที่อยากเรียน แต่เนื่องจากเลือกวิชาเรียนที่เน้นหนักไปทางสายวิทยาศาสตร์จึงไม่มีเวลาเรียน นักเรียนบางคนบอกว่า “ถ้าอยากอ่านหนังสือการ์ตูนเล่มใหม่ ๆ ต้องมาที่นี่ เพราะคุณครูจะมีการ์ตูนเล่มใหม่ ๆ (ที่ได้มาจากพวกเรา) เสมอ” ถึงแม้ว่านักเรียนจะมาขออ่านการ์ตูน แต่เมื่อเขามาหาเราได้ก็แปลว่า นั่นเป็นเวลาที่เขาว่างจากเรียน และไม่ต้องคอยแอบอ่านแบบผิดที่ผิดเวลา ผิดมารยาท แล้วเราก็ได้สอน ; ) เรื่องต่างๆ ให้เขาอีกมากมาย
โดยมิได้ตั้งใจพื้นที่ในห้องสี่เหลี่ยมนี้ได้กลายเป็นทั้งห้องเรียน ห้องพักครูที่ไม่มีกำแพงกั้น ได้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่แห่งการแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ สุข ทุกข์ของกันและกัน ห้องนี้ไม่มีกำแพงฉันใด ภายในจิตใจของผู้ใช้ห้องก็ไม่มีกำแพงฉันนั้น"
“มองดี ๆ แล้วจะเห็น ดี”
แวะมาชื่นชมค่ะ
ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ :)
สวัสดียามเช้าครับ
อรุณสวัสดิ์ค่ะ :)