ทำไมมนุษย์ จึงถือสิทธ์เหนือชีวิตสัตว์อื่น
เช้าวันนี้ พอออกจากบ้านคอยรถมาทำงาน
- ระหว่างทางเจอ เจ้าโย่ง กับเจ้าบ้อง มาต้อนรับทักทาย เมื่อเดินผ่านหน้าบ้านตามปกติ เจ้าบ้องอารมณ์ดีคาบกล่องนมมาให้ 1 กล่อง ส่วนเจ้าโย่ง ตัวเปียกน้ำ เดินรี่จะเข้ามาตะกาย จึงลูกบหัวโต ๆ ของมันไป ตัวละที
- หลังจากนั้น 5 นาที สักพักคอยรถสองแถวอยู่ มีสุนัขฝั่งตรงข้ามถนน 2 ตัว ออกมาอวดโฉม
- เจ้าโย่งในฐานะเจ้าถิ่น ทนไม่ได้ วิ่งรี่เข้าไป หมายจะไล่ผู้บุกรุก
- แต่มันไม่ไม่ถึง พระรถปิคอัพคันหนึ่ง ขับผ่านมาเร็วประมาณ 80 กม./ชม. ได้ ชนมันกลางลำตัว แล้วทับล้อหน้าข้างซ้าย เต็มที่ มันนอนเหยียด กระดกหัว และท่อนหลัง ได้สัก ครึ่งนาที ก็นิ่งลงไป
- รถแท็กซี่ตามมา เขาจงใจ ขับทับมา อีกที เข้าใจว่าหวังให้ตายสนิท จะได้ไม่ทรมาน
- แต่เจ้าปิคอัฟคันหน้า ไม่หยุดดูเลย
- หมาฝั่งตรงข้ามตกใจวิ่งหนีเข้าบ้านไป
- คนขับมอเตอร์ไซด์อยู่ฝั่งตรงข้าม น้ำใจงาม จอดรถลงมาดูศพเจ้าโย่ง แล้วอนุเคราะห์ลากมันเข้าข้างทาง ล้วงผ้าเช็ดหน้าคลี่ออกปิดตา และวางไว้บนใบหน้ามัน
- ขณะที่เจ้าของเจ้าโย่งวิ่งออกมาหน้าตื่น
- เจ้าบ้องซึ่งเป็นแม่โย่ง วิ่งรอบ ๆตัวลูกชาย ร้องครวญคราง แสดงความรู้สึกเจ็บปวด
- เราในฐานผู้เห็นเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอนตั้งแต่ โย่งมันยังร่าเริง => ปิดตาให้มัน และเห็นภาพแม่มันร้อง แล้วรู้สึกเวียนศีรษะเต็มทน ตาลาย ม่านตาขยาย อยากร้องไห้สงสารทั้งเจ้าโย่งแล้วเจ้าบ้อง
- ห้านาทีที่แล้วยังลูบหัวทักทายมันอยู่เลย นี่แหละหนา ชีวิต เป็นของไม่เที่ยง ความตายเป้นของเที่ยง
- เราเองจะตายเมื่อไหร่ไม่รู้ หากคนถูกรถทับก็คงไม่ต่างอะไรกับสุนัขถูกรถทับเช่นกัน
- เจ้าโย่ง ต้องตายเพราะความหลง คิดว่าอนาเขตนี้ของข้า
- สัตว์ที่เรียกตัวเองว่ามนุษย์ล่ะ ก็ตายเพราะความหลง ซึ่งบางทีอาจมากกว่าเจ้าโย่งนัก
- แน่ใจหรือว่ามนุษย์มีสติปัญญา สร้างรถมาขับทับหมาตายได้ แล้วจะอยู่ในโลกอย่างไม่มีความทุกข์ และตายอย่างมีสติมากกว่าเจ้าโย่ง
- มนุษย์ทั้งหลายมักถือว่าตัวเอง อยู่เหนือสัตว์อื่น บางศาสนาคิดว่าพระเจ้าสร้างสัตว์เหล่านี้มารับใช้ หรือมาเป็นอาหารมนุษย์ แต่จริง ๆแล้ว มนุษย์คิดเข้าข้างตัวเองทั้งนั้น
- ระหว่างทางมาทำงานเลยรู้สึกอยากเลิกกินเนื้อสัตว์มาก เมื่อก่อนเคยเลิกเพื่อสุขภาพพักนึง แต่ถ้าจะเลิกคราวนี้ น่าจะเพราะไม่อยากเบียดเบียนชีวิตผู้อื่นอีกต่อไป สัตว์เขาก็ไม่เคยมีความสุขเมื่อมนุษย์จะคร่าชีวิตเขาไปสักชีวิตเดียว
- "ดีหนักหนาวันนี้ ที่เรายังมีชีวิตอยู่ เราจะทำหน้าที่ของความเป็นมนุษย์อย่างดีที่สุด จนสุดความสามารถ แต่จะไม่หวังสิ่งใด ๆ ตอบแทน แม้คำว่าขอบใจ เพราะอำนาจอยู่ที่พระธรรม"
- ไม่ว่าเราจะทำอะไรลงไปสักอย่างก็ตาม ต้องมีคนรู้สึกกับเราอย่างน้อยสามอย่าง ชอบใจถ้าเขาได้ประโยชน์ ไม่พอใจถ้าเขาเสียผลประโยชน์ เฉย ๆ ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับเขา และไม่ว่าใครจะด่า นินทา ใส่ร้าย หรือโดยที่สุดฆ่าเราให้ตายก็ตามที เราจะไม่ทำตอบ เพราะการทำตอบเลวสองเท่า พระพุทธเจ้ากล่าวไว้ ธรรมะใครทำใครได้"
วันนี้ ได้ทำตามที่ตั้งใจไว้ คือ ไปทำบุญตักบาตรอาหาร
อุทิศส่วนกุศลให้เจ้าโย่ง ที่จบชีวิตในวันก่อน
ขอให้เจ้าโย่งไปสู่สุคติ ถ้ามีทุกข์อยู่ขอให้พ้นทุกข์ ถ้ามีสุขขอให้สุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป
ทำบุญเสร็จกลับมาบอกกล่าว ณ ที่ตายของเจ้าโย่ง
ขาไป เดินผ่านบ้าน เห็นเจ้าบ้องผู้เป็นแม่นอนจ๋อย ไม่ออกมาเดินหน้าบ้านเลย
ท่าทางเจ้าบ้องนั่นแหละที่ทุกข์ ทรมานนานกว่า ลูกชายที่ตายซะอีก
สัตว์ทุกชีวิตก็รักชีวิตของมัน และรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของไม่ต่างจากคน
โมหะของคนและสัตว์ก็มีไม่แตกต่างกัน และโมหะนี่แหละที่พาให้
เวียนตายเวียนเกิดไม่จบไม่สิ้นสักที...............
สวัสดีนะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก
สงสัยคุณพี่เนี่ยคงต้องทำงานอยู่ในเมืองหลวงหรือเมือ
ใหญ่แน่ๆเลยใช่เปล่าครับ
แล้วว่างๆผมจะเข้ามาทักทาย มาอ่านบล็อกของพี่นะครับ
ฝากบล็อกน้องใหม่ด้วยนะครับ