หนังสือ "แห่งการงานอันเบิกบาน" แปลโดย โสรัช์ โพธิแก้ว

          อดใจไม่ไหวต้องลัดคิวหยิบมาบอกเล่าค่ะ หนังสือชื่อ แห่งการงานอันเบิกบานได้มาจากการเดินสำรวจ(ทุกวัน)ในงานหนังสือ CMU Book Fair ครั้งที่ 15 เล่มนี้ได้จากบู๊ธหนังสือสำนักพิมพ์โกมลคีมทองค่ะ

              Bathtimebirdie นานแสนนานเกินยี่สิบปีที่มีหนังสือเล่มนี้ไว้ในครอบครองค่ะ และแล้วเมื่อหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นอ่านเมื่อไม่นานมานี้ พร้อมการพูดคุยกับน้อง คนไม่มีราก   และได้แต่รำพึงรำพันในใจว่า หนังสือเรื่องนี้เนื้อหาโดยรวมเป็นเรื่องการจัดการความรู้ ในยุคนี้...ใช่เลยค่ะ เริ่มต้นจากความเข้าใจตัวเองก่อนจะไปสู่การงาน และผู้คนรอบข้าง ไม่เขียนพร่ำฮัมเพลงใดๆ ดีกว่าค่ะ  ลองดูปกหน้าแล้วมาดูปกหลังหนังสือชื่อเรื่องเดียวกัน แต่ต่างกันคนละยุคสมัยนะคะ และดิฉันเคยยกบางส่วนของหนังสือเล่มนี้มาเล่าในบันทึกเรื่อง เป็ด เป็ด ไว้ว่า

          ตาร์ถัง ตุลกู รินโพเช่ (TAR THANG TULKU) นักบวชและครูสอนศาสนาแห่งวัดตาร์ถัง ธิเบตตะวันออก เขียนความคิดของท่านในหนังสือ "SKILLFUL MEANS"  หรือชื่อไทย "แห่งการงานอันเบิกบาน" แปลโดย โสรีช์ โพธิแก้ว (สำนักพิมพ์แสงตะเกียง, 2528) ตอนหนึ่งของหนังสือนี้ที่ติดใจมีว่า

                "เมื่อเรามองงานเป็นวิถีที่จะดื่มด่ำและเพิ่มความหมายให้แก่ประสบการณ์ชีวิต พวกเราทุกคนจะเห็นคุณค่าของงานภายในหัวใจตนเอง และจะจุดประกายมันในผู้อื่นรอบๆ ตัวเราด้วย และใช้ทุก ๆ แง่ของงานในการเรียนรู้และงอกงาม..."

              Bathtimebirdie ในวาระการพิมพ์ครั้งที่ 2 (กันยายน 2528) โดยสำนักพิมพ์แสงตะเกียง(ISBN 974-87319-7-9 เผื่อหนอนหนังสืออยากสืบค้นเวอร์ชั่นนี้ว่ามีบริการที่ห้องสมุดใดค่ะ เพราะว่าเล่มนี้มีประวัติของท่านตาร์ถัง ตุลกู) ขอหยิบยกบางส่วนมาให้อ่านกันค่ะ

          ทุกคนต่างมีงานต้องทำด้วยกันทั้งนั้น ต่างกันก็แต่ว่าบางคนมีความสุขอยู่กับงาน แต่บางคนไม่มีความสุขเอาเสียเลย เมื่อต้องทำงาน แห่งการงานอันเบิกบาน เสนอสาระคุณค่าของการทำงานอย่างมีความสุข การสร้างสรรค์งาน ความชำนาญ และทัศนคติอันเบิกบานมาใช้ในการทำงานและการดำเนินชีวิต ซึ่งอาจช่วยให้การเติบโตภายในจิตใจได้เพิ่มพูนหลั่งล้นออกมา โดยอาศัยวิถีของการทำงานเป็นสื่อ....

               Bathtimebirdieในบทนำบอกเล่าไว้ว่า เนื้อหาแบ่งสามภาค ภาคแรก แห่งความสำนึกในตน ภาคสอง แห่งการเปลี่ยนแปลง และภาคสาม แห่งการร่วมใจ ซึ่งทั้งหมดเป็นขั้นตอนที่จะนำไปใช้ในชีวิตได้ จากการตระหนักหรือสำนึกถึงปัญหาของเรา มิใช่โดยการคิดแต่สำนึกรู้โดยการสังเกตพิจารณาตนเองโดยตรง วิธีการนี้จะทำให้เรามีกำลังใจดำเนินต่อไปถึงขั้นที่สองคือความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลง เมื่อเราสามารถเห็นสาระของปัญหานั้นได้อย่างชัดเจน และเริ่มเปลี่ยนแปลง เราจะนำสิ่งนี้ไปมอบให้ผู้อื่นได้ การให้ซึ่งกันและกันนี้เป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากที่สุด ด้วยเหตุที่ว่ามันเป็นความสุขอันล้ำลึกและยืนยงที่ได้เห็นผู้อื่นพบหนทางที่จะมีชีวิตอันอิ่มเอิบและสร้างสรรค์ เนื้อหาต่างๆ ในเล่มจะกล่าวถึงอุปสรรคต่างๆ ที่ไม่นำให้เกิดความกลมกลืนและความสมดุลในการทำงาน และกล่าวถึงคุณประโยชน์ที่เราสามารถพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับอุปสรรคและปัญหาต่างๆ ไปเป็นความงอกงาม หากเราอาศัยวิธีการอันดีเลิศที่จะเข้าใจและพัฒนาคุณภาพอันดีงามในการทำงาน เราจะพบกับแหล่งอันมีค่าซึ่งซ่อนอยู่ภายในและรอคอยการค้นพบของเราอยู่...

                 ขอบคุณอาจารย์โสรัช์ โพธิแก้ว ผู้แปลหนังสือชื่อเรื่องนี้ ที่ทำให้ฉันอ่านหนังสืออย่างมีความสุขในสำนวนแปลที่ไพเราะเหมือนฉันกำลังนั่งมองสายน้ำไหลอย่างเพลิดเพลิน

               Bathtimebirdieดีใจจริงๆ ค่ะที่หนังสือชื่อเรื่องแห่งการงานอันเบิกบาน นี้ได้รับการหยิบขึ้นมาพิมพ์ใหม่ เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 โดยสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง (1 กันยายน 2551) จำนวนพิมพ์ 2,000 เล่ม(เท่านั้นเอง!) ISBN 978-974-303-059-8 ราคาเล่มละ 150 บาท (ได้ลดไป 20% ค่ะ)

.อดใจไม่ไหว ซื้อเกินหนึ่งเล่มค่ะ ซื้อเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว

และเผื่อมีใครอยากขอยืมอ่านด้วยค่ะ.