เรามักสาละวนอยู่กับการทำให้ลูกได้รับในสิ่งที่เรายังไม่มี จนเราไม่มีเวลามอบสิ่งที่เรามีอยู่แล้วให้แก่ลูก

เรื่องง่ายๆ ที่ผู้ชายจำนวนมากทำไม่ได้ ก็คือ  การเป็นพ่อที่ดี

 

ดีในที่นี่ ก็คือ การรับผิดชอบชีวิตน้อยๆที่ตนเองร่วมสร้างสรรค์ขึ้นมา รับผิดชอบให้ดีที่สุด

 

การเลี้ยงลูก ไม่ใช่การเลี้ยงไปซ้ายหรือขวาตามที่ใจเราต้องการ ไม่ง่ายเหมือนเลี้ยงลูกบอล

 

ยิ่งในปัจจุบันที่ สังคมยัดเยียดความคิดครอบงำ และยัดเยียดความจำเป็นให้ผู้ชายต้องแข่งกันท้าพิสูจน์การเป็นซูเปอร์ฮีโร่

 

ดูสิ ฉันได้เป็นผู้จัดการแล้ว  ดูสิ ฉันได้เลื่อนขั้นอีกแล้ว ดูสิ คนทั่วประเทศ มาให้กำลังใจฉัน ดูสิ คนทั้งโลก รู้จักฉันแล้ว

 

-----------------------------------------------------------------------------

ผู้ชาย กับ วิธีคิดแบบ เจ้าโลกอย่างนี้ ไม่รู้มีมาแต่เมื่อไร  แต่ยากจริงๆที่ผู้ชายสมัยนี้จะต่อต้าน

 

ทุกคนอยากเป็น เจ้าโลกกันไปหมด ทั้งๆที่โลกทุกวันมันก็ยุ่งเหยิงมากพออยู่แล้ว แย่งชิงแข่งขันปล้นฆ่ากันทุกวัน

 

ทั้งที่จริง ผู้ชายแต่ละคน ล้วนมี เจ้าโลกของตัวเองอยู่แล้ว ถึงจะเป็นโลกใบเล็กๆ เป็นโลกภายในใจของลูก ของครอบครัว โลกในใจของตน แต่โลกใบนี้มันไร้ราคาหรืออย่างไร มันจึงถูกมูลค่าของโลกการทำงาน โลกการค้า โลกการเมือง กดทับไปโดยแทบจะไม่เหลือช่องว่างให้เติบโต......

 

…………………………………………………………

 

เช้ามา ตื่นขึ้นเร็วๆต้องรีบไปทำงาน

 

เที่ยง กินข้าว ไปพร้อมๆกับประชุมทีมงาน

 

เย็นกินข้าวเร็วๆ เพราะมีงานค้างต้องทำต่อตอนค่ำ

 

กลางคืน ยังหลับฝันถึงงาน

 

เคยจับเวลาไหม ว่าวันหนึ่งๆมีเวลาให้กับลูกเมียเท่าไร เวลาที่เป็นเวลาของพวกเขาจริงๆ ไม่ใช่เล่นกับลูก แต่มือก็คุยโทรศัพท์ไปด้วย.....

 

..............................................................................

พักหลัง ต้องห่างลูกไปทำงาน ประชุมต่างจังหวัดทีละหลายๆวันมากขึ้น

 

ล่าสุด ตอนประชุมที่กรุงเทพ กลางเดือน ได้ซื้อหนังสือดีๆ ในชั้นวางลดราคา 50% เล่มหนึ่ง “60 นาทีเป็นคุณพ่อคนดีที่หนึ่งเลยหันกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้ง

 

ขีดเส้นใต้ในประโยคที่ว่า เมื่อต้องจากบ้านไปไกลๆ หมายความว่าเรายิ่งต้องทำงานในการรักษาสายสัมพันธ์กับครอบครัวให้หนักขึ้น

 

แต่สิ่งที่เรามักผิดพลาดก็คือ ทุกครั้งที่เราไปขยาย เจ้าโลก(ภายนอก)กลับมา เรามักจะพยายามทดแทนเวลาที่เราจะมีให้กับครอบครัวด้วยของเล่น และของกำนัลราคาแพง และเฝ้าปลอบใจตัวเองว่าเราได้ทำดีที่สุดแล้ว งานที่เราทำมีค่าสำหรับโลกมนุษย์ ดังนั้นลูกเมียต้องเสียสละ และต้องเข้าใจเราด้วย

………………………………………………………………..

 

เด็กน้อยเฝ้ารอคอยการกลับมาของพ่อคืนแล้วคืนเล่า

พ่อไปทำงาน......พ่อไปทำงาน........

เขายังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจว่า ทำไมพ่อถึงต้องให้เวลากับงานขนาดนั้น

พ่อคงให้ความรักกับงานมากกว่าตัวเขาแน่ๆถ้าเราเป็นเด็กสองสามขวบ เราก็คงคิดอย่างนั้น

 

เรามักสาละวนอยู่กับการทำให้ลูกได้รับในสิ่งที่เรายังไม่มี จนเราไม่มีเวลามอบสิ่งที่เรามีอยู่แล้วให้แก่ลูก

 

ผมขีดเส้นใต้ประโยคนี้

…………………………………………………………………..

27 พฤศจิกายน 51   8 โมงเช้า

พ่อ พ่อตื่นมาเล่นกับออมสินนะเสียงน่ารักๆจากเด็กชายออมสินจะปลุกพ่อตอนเช้า ถึงจะงัวเงียๆ แต่เสียงแจ้วๆก็ทำให้ผมยิ้มได้

 

หลักจากกรำงานอยู่ต่างจังหวัดหลายวัน กลับมาบ้านคราวนี้ลูกชายวัยสองขวบเกาะติดผมยังกับปลาท่องโก๋  ทุกๆครึ่งชั่วโมง ต้องมองหาพ่อ จะชวนไปเล่นด้วย นอนบางครั้งก็ยังละเมอถามหาพ่อ...

 

………………………………………………………

 

เย็นวันเดียวกัน ผมปรินต์ข้อความว่า เรามักสาละวนอยู่กับการทำให้ลูกได้รับในสิ่งที่เรายังไม่มี จนเราไม่มีเวลามอบสิ่งที่เรามีอยู่แล้วให้แก่ลูก ติดไว้ข้างฝาบนโต๊ะทำงานเพื่อเตือนใจตน

 

เพราะบางทีผู้ชายอย่างเราก็มัวแต่ไปแสวงหาอำนาจ ชื่อเสียง ทรัพย์สินเงินทอง เพื่ออวด เจ้าโลกอันเป็นความสุขจากภายนอก เป็นความสุขเทียมๆ เพราะมันไม่ยั่งยืน แถมอาจจะวางอยู่บนการย่ำยีคนอื่นๆ

 

แต่ความสุขขั้นพื้นฐานนี่สิ บางทีเราก็โง่กันไปเอง ไม่รู้ว่ามีเพชรล้ำค่าอยู่ในชายคาบ้านของตน ก็วิ่งกระเสือกกระสนไปไขว่คว้าเรื่อยไป ไม่หยุดหย่อน

 

และบางทีผู้ชายอย่างเราก็ตีมูลค่าเวลาของความเป็นพ่อต่ำเกินไป

 

และอาจจะสายเกินไป เมื่อประตูเวลาแห่งความเป็นเด็กน่ารักของลูกๆได้ปิดลงอย่างรวดเร็ว